ดีอี-ETDA ขยับกฎหมายแพลตฟอร์ม คุมค่า GP-ค่าบริการ บังคับ Ride Sharing ตรวจคนขับ อัปเดตข้อมูล และร่วมรับผิดเมื่อผู้ใช้ถูกหลอก วางเกมสกัดผูกขาด คาดเข้าสภา ก.ย.69
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือร่วมกับ ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เมื่อวันที่ 17 ก.ค.69 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... โดยมุ่งวางกรอบกำกับดูแลบริการดิจิทัลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการภายในประเทศ
น.ส.แนน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นกฎหมายสำคัญสำหรับกำกับดูแลผู้ให้บริการดิจิทัล คุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน ตลอดจนส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีกลไกกำกับดูแลตนเอง และจัดทำแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาคำจำกัดความของแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเสนอให้ใช้คำเรียกรวมว่า “บริการดิจิทัล” ซึ่งครอบคลุมการให้บริการผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต และโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งหมด พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องแจ้งจดทะเบียนข้อมูลการประกอบธุรกิจ ขณะที่ผู้ให้บริการซึ่งมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท จะต้องชี้แจงที่มาของรายได้ โดยเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนหรือไม่ชี้แจงบัญชีรายได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายดังกล่าวจะวางแนวทางป้องกันความซ้ำซ้อนกับกฎหมายเฉพาะที่ใช้กำกับแพลตฟอร์มอยู่แล้ว เช่น กฎหมายภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยหากกฎหมายอื่นมีหลักเกณฑ์ด้านความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมาตรฐานการประกอบธุรกิจไม่ต่ำกว่าที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนด ก็สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายเฉพาะนั้นได้
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการรับทราบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการ พร้อมทั้งมีหน้าที่กำกับดูแลผู้ขายสินค้าออนไลน์ให้จำหน่ายเฉพาะสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยอย่างเหมาะสม ส่วนกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนจะต้องเริ่มดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
สำหรับการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการจะต้องแสดงให้ผู้ใช้ทราบอย่างชัดเจนว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นโฆษณาที่มีการชำระเงิน พร้อมระบุตัวตนของผู้ลงโฆษณา ขณะเดียวกัน จะต้องกำหนดมาตรการดำเนินการเมื่อพบสินค้าหรือบริการผิดกฎหมาย โดยอาจจัดทำบัญชีสินค้าและบริการควบคุมแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถใช้เป็นแนวทางตรวจสอบ ระงับ หรือนำเนื้อหาที่ผิดกฎหมายออกจากระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร่างกฎหมายยังอยู่ระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์ความรับผิดร่วมของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ทั้งแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสาร หรือ Ride Sharing โดยแพลตฟอร์มจะต้องตรวจสอบตัวตนและคุณสมบัติของผู้ให้บริการบนระบบ เช่น ผู้ขายสินค้าออนไลน์และคนขับรถ พร้อมปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ หากแพลตฟอร์มรับผู้ให้บริการเข้ามาในระบบโดยขาดการตรวจสอบที่เหมาะสม และภายหลังเกิดการหลอกลวงหรือสร้างความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการ แพลตฟอร์มอาจต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
◉ 'ศุภจี' โยนโจทย์ดีอี ใช้ ETDA แกะค่า GP แพลตฟอร์ม ลดภาระร้านเล็ก
◉ กฎไม่ขลัง! ร้านค้าทวง 'กขค.' เอาผิดแพลตฟอร์มล็อกขนส่ง
ส่วนค่า GP หรือ Gross Profit ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์ม จะต้องกำหนดโครงสร้างและแจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจน โดยร่าง พ.ร.บ.จะวางเครื่องมือสำหรับควบคุมอัตราค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มเรียกเก็บในระดับที่สร้างภาระเกินสมควรหรือกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการภายในประเทศ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้บริการอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้
ด้านมาตรการจัดการการหลีกเลี่ยงภาษี น.ส.แนนได้มอบหมายให้ ETDA หารือร่วมกับกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแนวทางกำหนดฐานและสัดส่วนการจัดเก็บภาษี โดยอาจเลือกใช้ข้อมูลอัตรากำไรจากรายได้เฉลี่ยของธุรกิจประเภทเดียวกันในระดับโลก หรือ Global Benchmark หรือพิจารณาจากรายได้ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย เพื่อจัดทำกรอบหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและสามารถบังคับใช้ได้จริง
"การพิจารณาร่างกฎหมาย พ.ร.บ.แพลตฟอร์มเศรษฐกิจดิจิทัล จะต้องพิจารณาอย่างครอบคลุม เพื่อให้ พ.ร.บ.สามารถบังคับใช้ได้จริง และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เป็นผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมเรื่องอัตราการจัดเก็บภาษีจาก Global Benchmark เรื่องบทลงโทษและความรับผิดร่วมทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงการควบคุมแพลตฟอร์มไม่ให้ผูกขาดตลาด และบังคับให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม" น.ส.แนน กล่าว
เมื่อการพิจารณารายละเอียดทั้งหมดแล้วเสร็จ กระทรวงดีอีจะส่งร่างกฎหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนนำเสนอเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในสมัยประชุม โดยคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวได้ในช่วงประมาณเดือน ก.ย.69


