xs
xsm
sm
md
lg

กฎไม่ขลัง! ร้านค้าทวง 'กขค.' เอาผิดแพลตฟอร์มล็อกขนส่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มีกฎแต่บทลงโทษไม่เกิด! ผู้ขายทวง 'กขค.' บังคับใช้จริง หลังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังล็อกขนส่ง ค่า GP พุ่ง สวนทางเงินช่วย MSMEs 500 ล้าน

แม้ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ขายในการเลือกผู้ให้บริการขนส่งบนแพลตฟอร์มดิจิทัล จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.69 แต่เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการกลับชี้ว่า ในทางปฏิบัติสถานการณ์ยังแทบไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ขายจำนวนมากยังไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้ด้วยตนเอง ขณะที่ ข้อร้องเรียนที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนช่องว่างสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าในยุคแพลตฟอร์ม

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับแรงกดดันจากต้นทุนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หรือ ค่า GP ที่ปรับเพิ่มต่อเนื่อง ทั้งค่าธรรมเนียมการขาย ค่ารับชำระเงิน ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด คูปอง ส่วนลด และค่าโฆษณา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น แม้ยอดขายบนตลาดออนไลน์ยังเติบโต ขณะที่โครงการของ Shopee มูลค่า 500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ MSMEs ถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงมาตรการบรรเทาระยะสั้น มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย

กฎหมายมีผล แต่ผู้ขายยังเลือกขนส่งไม่ได้

ก่อนหน้านี้ กขค. ได้ออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันการจำกัดสิทธิของผู้ประกอบการในการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง และเปิดทางให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์หลายรายระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว แต่ระบบซื้อขายของแพลตฟอร์มยังไม่ได้เปิดให้ร้านค้าเลือกบริษัทขนส่งได้จริง โดยเฉพาะในบางแพลตฟอร์มที่ระบบยังเป็นผู้กำหนดบริษัทขนส่งให้โดยอัตโนมัติ

ผู้ประกอบการบางรายยกตัวอย่างว่า แม้ร้านค้าจะตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนส่งบางแห่ง แต่ระบบกลับกำหนดให้ใช้บริการของบริษัทอื่นที่อยู่ไกลกว่า ส่งผลให้เกิดต้นทุนแฝง ทั้งด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้า

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังตั้งข้อสังเกตว่า ต้นทุนค่าขนส่งบางส่วนถูกนำไปรวมกับค่าบริการของแพลตฟอร์ม โดยไม่มีการแสดงรายละเอียดอย่างชัดเจน ขณะที่ทั้งผู้ขายและผู้บริโภคยังไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้อย่างเสรี จึงถูกมองว่าเป็นประเด็นที่กระทบต่อการแข่งขันทางการค้าโดยตรง

ข้อร้องเรียนค้างคำตอบ สะท้อนช่องว่างบังคับใช้

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.69 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงาน กขค. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีผู้ประกอบการไม่สามารถเลือกใช้บริการขนส่งได้อย่างเสรี พร้อมเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แข่งขันกันภายใต้กติกาที่เป็นธรรม

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบความคืบหน้าที่ชัดเจนจาก กขค. ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยขั้นตอนการตรวจสอบ หรือการเรียกแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนเข้าชี้แจง ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ประกาศที่ออกมาแล้วจะสามารถบังคับใช้ได้จริงมากน้อยเพียงใด

สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่ตลาดต้องการจึงไม่ใช่เพียงการออกประกาศเพิ่มเติม แต่คือการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลจริง หากพบว่าแพลตฟอร์มใดฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยงกติกา หน่วยงานกำกับควรดำเนินการตามกระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ร้านค้าและรักษาสภาพการแข่งขันของตลาด

ค่า GP บีบกำไร ร้านค้าแบกต้นทุนรอบด้าน

นอกเหนือจากปัญหาการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าธรรมเนียมการขาย ค่ารับชำระเงิน ค่าร่วมแคมเปญ ค่าโฆษณา คูปอง ส่วนลด และต้นทุนด้านการมองเห็นสินค้า

ผู้ขายหลายรายยอมรับว่า หากต้องการรักษายอดขายและอันดับการมองเห็นบนแพลตฟอร์ม จำเป็นต้องเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ภาระต้นทุนถูกผลักกลับมายังร้านค้า ขณะที่อำนาจต่อรองของผู้ประกอบการรายย่อยกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากโครงสร้างค่าธรรมเนียมยังปรับเพิ่มต่อไป ร้านค้ารายเล็กอาจต้องเลือกระหว่างการปรับขึ้นราคาสินค้า หรือยอมรับกำไรที่ลดลง ซึ่งท้ายที่สุดอาจกระทบต่อการแข่งขันของตลาดโดยรวม เพราะผู้ประกอบการรายเล็กจะอยู่รอดได้ยากขึ้น ท่ามกลางต้นทุนที่ขยับสูงกว่าความสามารถในการแข่งขัน

เงินช่วย 500 ล้าน ไม่ตอบโจทย์โครงสร้าง

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว Shopee ได้ประกาศโครงการช่วยเหลือ MSMEs มูลค่า 500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถทำตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น ทั้งในประเทศและผ่านระบบ Cross-border E-commerce ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดใหม่

อย่างไรก็ตาม นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า แม้ Shopee จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาดออนไลน์ แต่โครงการช่วยเหลือ 500 ล้านบาทควรถูกพิจารณาควบคู่กับทิศทางการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มด้วย

โดยนายภาวุธอ้างข้อมูลจากผู้ประกอบการว่า ค่าธรรมเนียมรวม ทั้งค่าขายและค่ารับชำระเงิน ปรับเพิ่มจากประมาณ 18.19% เป็น 28.82% ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ส่งผลให้ร้านค้าหลายแห่งต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษาระดับกำไร ขณะที่แพลตฟอร์มยังใช้โค้ดส่วนลดและโค้ดส่งฟรีเพื่อกระตุ้นการซื้อ จนเกิดวงจรที่ราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคยังคงรอซื้อในช่วงโปรโมชัน

ในมุมมองของนายภาวุธ การลดค่าธรรมเนียมชั่วคราวอาจช่วยผู้ขายบางส่วนได้ แต่หากค่าธรรมเนียมโดยรวมยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประโยชน์ที่ร้านค้าได้รับจากมาตรการช่วยเหลืออาจไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง

โจทย์ใหญ่คือกติกาที่บังคับใช้ได้จริง

นักวิเคราะห์มองว่า การช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากรัฐยังไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจนและมีผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิร้านค้าในการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง การกำหนดความโปร่งใสในการปรับค่า GP การแจ้งล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม รวมถึงการกำหนดบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพต่อแพลตฟอร์มที่ฝ่าฝืนกติกา

เพราะท้ายที่สุด แม้โครงการช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านบาทจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ประกอบการรายย่อย แต่โจทย์สำคัญของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงอยู่ที่การสร้างกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม และการทำให้กติกานั้นบังคับใช้ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงประกาศบนกระดาษที่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของตลาด

หากปัญหาการเลือกขนส่งยังไม่ถูกแก้ไข ค่า GP ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และแพลตฟอร์มยังมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขหลักของตลาดโดยที่ผู้ขายมีอำนาจต่อรองจำกัด มาตรการช่วยเหลือเป็นครั้งคราวอาจทำได้เพียงประคองผู้ประกอบการรายย่อยในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม