xs
xsm
sm
md
lg

ลีโอนิด รัดวินสกี้ เจ้าของ OnlyFans เสียชีวิต จับตาอนาคตบริษัทและมรดกพันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลีโอนิด รัดวินสกี้ (Leonid Radvinsky) ชายผู้อยู่เบื้องหลังโอลีแฟนส์ (OnlyFans) หนึ่งในแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนโฉมวงการเนื้อหาดิจิทัลมากที่สุดในยุคนี้ ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อ 23 มีนาคม 2026 หลังจากต่อสู้กับมะเร็งมานาน

OnlyFans ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า รัดวินสกี้จากไปอย่างสงบที่บ้าน ท่ามกลางครอบครัว โดยมีภรรยา เคธี่ ชูดนอฟสกี (Katie Chudnovsky) และลูกทั้งสี่คนอยู่เคียงข้าง ที่จะได้รับมรดกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และธุรกิจที่ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ในเศรษฐกิจครีเอเตอร์

รัดวินสกี้ ซึ่งเกิดในยูเครนแต่เติบโตในชิคาโก เข้าซื้อ Fenix International บริษัทแม่ของ OnlyFans ในปี 2018 จากทิม สโตคลีย์ (Tim Stokely) ผู้ก่อตั้งชาวอังกฤษ แพลตฟอร์มที่เริ่มต้นจากบริการสมัครสมาชิกเนื้อหาโดยตรงของครีเอเตอร์ กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกภายใต้การนำของหนุ่มคนนี้ โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่กลายเป็นแหล่งรายได้หลักให้กับครีเอเตอร์หลากหลายสาย ตั้งแต่ผู้สร้างเนื้อหาผู้ใหญ่ ไปจนถึงฟิตเนส ดนตรี และไลฟ์สไตล์

***ปั้น OnlyFans ปรากฏการณ์ระดับโลก

แม้ OnlyFans จะเกิดจากไอเดียของทิม สโตคลีย์ แต่รัดวินสกี้ คือคนที่ทำให้ OnlyFans กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก โดยสร้างโมเดลที่ครีเอเตอร์ควบคุมรายได้เองได้จริง แม้จะมาพร้อมข้อถกเถียงเรื่องเนื้อหาและกฎระเบียบ โดย 10 ปีที่ผ่านมา (2016-2026) OnlyFans เปลี่ยนจาก startup เงินกู้ 10,000 ปอนด์ เป็นธุรกิจที่จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ 25,000 ล้านดอลลาร์ มีผู้ใช้ 377 ล้านคน และครีเอเตอร์ 4.6 ล้านคน

และแม้ OnlyFans จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวัฒนธรรมกระแสหลัก แต่รัดวินสกี้เลือกใช้ชีวิตแบบเงียบเชียบไม่ออกสื่อ โดยแทบไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ แม้รายได้ของบริษัทจะพุ่งทะยาน และมีรายงานว่ามีการจัดเงินปันผลให้ตัวเองสูงถึงวันละเกือบ 1.9 ล้านดอลลาร์ในช่วงพีค



ก่อนหน้านี้ รัดวินสกี้มีพื้นฐานมาจากธุรกิจความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่บนอินเทอร์เน็ตในยุคแรก ๆ ต่อมาได้หันมาลงทุนในเทคโนโลยีผ่านกองทุน venture capital และยังสนับสนุนการกุศล โดยเฉพาะด้านการวิจัยมะเร็ง

แม้จะมีเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อหาผู้ใหญ่บนแพลตฟอร์ม แต่ OnlyFans ภายใต้ยุคของเขาก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีผู้สร้างเนื้อหาหลายล้านคน และผู้ใช้งานทั่วโลก มูลค่าบริษัทพุ่งสูงจนเคยมีกระแสข่าวเรื่องการขายกิจการ แม้สุดท้ายจะยังไม่มีดีลเกิดขึ้น

การจากไปของรัดวินสกี้ ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญอีกคนในวงการเทคโนโลยีและเศรษฐกิจครีเอเตอร์ ในฐานะที่เป็นผู้ที่ช่วยกำหนดโมเดลใหม่ของการสร้างรายได้ออนไลน์ ด้วยวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง และได้เปลี่ยนวิธีที่โลกจ่ายเงินให้กับเนื้อหาออนไลน์ไปตลอดกาล

สิ่งที่โลกกำลังจับตาดูหลังจากนี้ คืออนาคตของ OnlyFans และโครงสร้างผู้ถือหุ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังจากที่รัดวินสกี้เคยโอนหุ้นส่วนใหญ่เข้าทรัสต์ในปี 2024 ซึ่งยังไม่มีการออกแถลงการณ์จากครอบครัว ที่ได้ขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

*** OnlyFans ทรัสต์บริหารต่อ


ข้อมูลระบุว่ารัดวินสกี้ได้โอนหุ้นส่วนใหญ่ของ Fenix International (บริษัทแม่ของ OnlyFans) เข้าทรัสต์ชื่อ LR Fenix Trust ตั้งแต่ปี 2024 การโอนนี้เกิดขึ้นก่อนการล้มป่วยหนัก และทรัสต์นี้จะเป็นผู้ถือหุ้นหลักต่อไป โดยยังไม่มีรายละเอียดว่าใครจะเป็นผู้ควบคุมหรือจะมีบทบาทในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ต่อไป

ลีโอนิด รัดวินสกี้ (Leonid Radvinsky) ลาจากโลกนี้ไปด้วยวัย 43 ปี
สำหรับ CEO คนปัจจุบันของ OnlyFans อย่าง Keily Blair จะยังนำทีมต่อ โดยรายได้และตัวเลขล่าสุดของ OnlyFans (ปี 2024) พบว่าบริษัทมีรายได้สุทธิ 1.4 พันล้านดอลลาร์ จากค่าคอมมิชชั่น 20% จากครีเอเตอร์ ท่ามกลางผู้สร้างเนื้อหา 4.6 ล้านคน ผู้ใช้งานกว่า 377 ล้านคน สถิติยอดเงินที่บริษัทจ่ายให้ครีเอเตอร์สะสมแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

เชื่อว่าในทะเลการควบคุมเนื้อหาที่เข้มงวดขึ้นจากรัฐบาลสหรัฐฯ และ EU รวมถึงการแข่งขันจาก TikTok, Instagram, Patreon และแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งทำให้ครีเอเตอร์หลายคนพึ่งพา OnlyFans เป็นรายได้หลัก โอกาสของ OnlyFans จึงยังสดใส และ OnlyFans อาจเป็น “ราชาแห่ง subscription economy” ที่ครีเอเตอร์สามารถขายเนื้อหาโดยตรงได้จริงต่อไป

*** เส้นทางทรหด OnlyFans

ทิม สโตคลีย์ ก่อตั้ง OnlyFans ในลอนดอน ด้วยเงินกู้ 10,000 ปอนด์ จากพ่อซึ่งเคยเตือนว่า “นี่คือครั้งสุดท้ายแล้วนะ” เป้าหมายแรกคือการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักดนตรี อินฟลูเอนเซอร์ และนักแสดง ให้สามารถสร้างรายได้จากเนื้อหาและ interaction โดยตรง มีการห้ามเนื้อหาลามกอนาจารชัดเจนในระยะแรก โดยในปีแรก ๆ ธุรกิจยังเล็กมาก และกำไรปี 2018 อยู่ที่เพียง 1.9 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ปี 2017 จะมีการเปิดประตูสู่เนื้อหาผู้ใหญ่ ยกเลิกข้อห้ามเนื้อหาสยิว กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้ครีเอเตอร์สายผู้ใหญ่เข้ามาใช้งานจำนวนมาก ส่งให้แพลตฟอร์มเริ่มโตอย่างรวดเร็ว


ปี 2018 คือปีที่รัดวินสกี้เข้าซื้อหุ้น 75% ของ Fenix International ด้วยราคาซื้อที่ไม่เปิดเผย แต่เชื่อว่ามูลค่าไม่สูงเพราะตอนนั้นรายได้รวม OnlyFans ยังต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี เมื่อรัดวินสกี้เข้ามาเป็น director จึงมีการเปลี่ยนทิศทางให้ OnlyFans กลายเป็น “ราชาแห่งเนื้อหาผู้ใหญ่” อย่างเต็มตัว และครอบครัว Stokely ยังถือหุ้นส่วนน้อย 25%

ช่วงปี 2020-2021 โลกได้เห็น OnlyFans เติบโตสุดขีดในยุคโควิด-19 มีนาคม-เมษายน 2020 มีรายงานว่าผู้ใช้และครีเอเตอร์เพิ่ม 75% ในเวลาเพียงเดือนเดียว ผู้ใช้ใหม่ 200,000 คนต่อวัน และครีเอเตอร์ใหม่ 6,000-8,000 คนต่อวัน จนช่วงมีนาคม 2021 ผู้ใช้ OnlyFans เพิ่มขึ้นทะลุ 120 ล้านคน ครีเอเตอร์ได้รับเงินรวม 3,000 ล้านดอลลาร์ (จ่ายให้เดือนละกว่า 200 ล้านดอลลาร์) กระทั่งช่วง 2021 ทีม OnlyFans ประกาศแบนเนื้อหาด้านเพศ โดยอ้างเหตุจากธนาคารและขั้นตอนการจ่ายเงิน ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านหนักจากครีเอเตอร์และแฟน ๆ ซึ่ง 6 วันต่อมา จึงมีการยกเลิกคำสั่ง นำไปสู่การเปลี่ยนผู้บริหาร และทิม สโตคลีย์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง CEO

เวลานั้น Amrapali Gan รับตำแหน่ง CEO จนถึง 2023 ก่อนที่ Keily Blair จะขึ้นเป็น CEO ปัจจุบัน ซึ่งมีการเปิดพื้นที่ OFTV ในฐานะแพลตฟอร์มฟรี safe-for-work สำหรับเนื้อหาไม่ผู้ใหญ่ และมีการเปิดกองทุน Creative Fund มูลค่า 20,000 ปอนด์ ให้ศิลปินหน้าใหม่ และแผนขยายรายการเรียลลิตี้ด้านแฟชั่น และด้านอื่นๆด้วย.