xs
xsm
sm
md
lg

'NT' ได้ฤกษ์สังคายนาใหญ่ 6 เดือนจากนี้ชี้ชะตา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'NT' สังคายนาใหญ่! 6 เดือนจากนี้ชี้ชะตา ล้างโครงสร้าง ลดรายจ่าย สรรหาซีอีโอใหม่ สกัดขาดทุน 6 พันล้าน พลิกเกมรัฐวิสาหกิจ ทวงคืนศักยภาพกลางสมรภูมิเอกชน

ยักษ์ใหญ่รัฐวิสาหกิจอย่าง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กำลังถูกคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) นำโดย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประธานกรรมการ กดดันให้ 'ผ่าตัดใหญ่' ใช้เวลาศึกษาข้อมูลภูมิหลัง 3 เดือน และจากนี้อีก 6 เดือนต้องเห็นการสังคายนาใหญ่ ทั้งลดต้นทุน ปรับโครงสร้าง และหาโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อกันสถานะการเงินไหลลงเหว ในวันที่การแข่งขันโทรคมนาคมเป็นสนามของเอกชนเต็มตัว

นายพชร ระบุว่า NT เป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีสินทรัพย์มหาศาล แต่ที่ผ่านมา 'ยังไม่มีการประเมินมูลค่าปัจจุบัน' อย่างเป็นระบบ ทำให้การมองภาพการเงินและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ยังไม่คมพอ บอร์ดจึงเห็นว่า NT ควรเร่งประเมินมูลค่าสินทรัพย์ให้สะท้อนราคาปัจจุบัน เพื่อให้เห็นชัดว่าองค์กรถือสินทรัพย์อะไรอยู่ในมือ มูลค่าเท่าไร และควรบริหารให้เกิดรายได้อย่างไรในสภาพตลาดจริง

ด้านผลประกอบการ ปี 2569 NT คาดว่าจะขาดทุนราว 6,000 ล้านบาท ลดลงจากระดับ 8,000 ล้านบาท โดยตัวเลขที่ดีขึ้นเกิดจากการขายสินทรัพย์เพื่อนำรายได้มาทดแทน ในช่วงที่รายได้หลักยังขยายตัวไม่ทันแรงกดดันด้านต้นทุน

"ขาดทุนที่ลดลงตอนนี้ เป็นแค่การประคองตัวด้วยการขายทรัพย์สิน ไม่ใช่สัญญาณว่า NT แข็งแรงขึ้นจริง เพราะภายใต้โครงสร้างองค์กรแบบโบราณ รายจ่ายประจำซึ่งเป็นก้อนหลักขององค์กรตอนนี้เกิน 75% ไปแล้ว และยังไต่ขึ้นต่อเนื่องแบบหยุดยาก ดังนั้น ตราบใดที่รายได้ใหม่ยังไม่เพิ่มขึ้นจริง ขาดทุนก็มีสิทธิ์เด้งกลับมาแรงกว่าเดิม และสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงแบบทวีคูณ จนองค์กรเสี่ยงถลำลึกกว่าเดิม" นายพชร กล่าว


มาตรการลดคนยังฝืด

บอร์ดจึงผุดโปรแกรมเกษียณก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) ขึ้นมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก เพื่อกดต้นทุนคน ปัจจุบัน NT มีบุคลากร 10,246 คน แต่นายพชรระบุว่า รอบนี้นับเป็นรอบที่ 3 แล้ว ผลยังไม่เข้าเป้า เพราะเปิดรับสมัครแล้วแทบไม่มีคนเข้าร่วม แม้สิทธิประโยชน์จะดีสุดๆ ก็ยังไม่แรงพอจะดึงคนให้ออกจากระบบได้

โจทย์ลดกำลังคนของ NT จึงไม่ง่าย เพราะบุคลากรจำนวนมากยังชอบทำงาน ทำให้แผนลดขนาดองค์กรเดินช้ากว่าที่วางไว้ ขณะเดียวกัน บทเรียนจาก 2 รอบก่อนหน้าก็ชัดว่า 'คนดีออก' แต่บางส่วนที่ไม่ตอบโจทย์องค์กรยังอยู่ ส่งผลให้บอร์ดต้องออกแบบเงื่อนไขใหม่ เพื่อกันคนทำงานและคนรุ่นใหม่ไว้ ไม่ให้กำลังหลักไหลออกซ้ำรอยเดิม

"NT เป็นองค์กรที่แปลก ผมไปดูประวัติย้อนหลัง ขนาดให้สิทธิประโยชน์เออร์ลี่รีไทร์ดีสุดๆ แต่พนักงานก็ไม่ออกไปไหน ถ้าผมเป็นผู้บริหารองค์กรผมก็ดีใจนะ แต่ในอีกมุมหนึ่ง แรงจูงใจในระบบมันบิดเบี้ยว จนหลายคนเลือกทำงานเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเอาค่าล่วงเวลา (ค่าโอที) จนบางช่วงมูลค่าสูงกว่าเงินเดือนประจำ สุดท้ายย้อนกลับมาเป็นต้นทุนองค์กร และทำให้การคุมค่าใช้จ่ายยิ่งยากขึ้น ซึ่งบอร์ดอนุมัติปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว โดยปรับลดระดับผู้บริหาร และยุบรวมฝ่ายปฏิบัติการที่ซ้ำซ้อนเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความคล่องตัว จะเริ่มเห็นภาพชัดราวเดือน เม.ย.69" นายพชร กล่าวและว่า

"ถ้า NT จะรับภารกิจหรือธุรกิจใหม่ตามนโยบาย เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ คลาวด์ (GDCC) ก็ต้องมีเครื่องมือที่คล่องตัวกว่านี้ ตั้งบริษัทลูก จับมือพันธมิตร และไม่แบกสถานะรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เดินตามกลไกตลาดได้จริง หากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ต้องใช้มาตรฐานกำกับของตลาด ไม่ใช่ระบบราชการ เพราะโทรคมนาคมเป็นสนามเอกชนร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เอาสภาพราชการไปแข่งเอกชนมันเป็นไม่ได้หรอก"


สรรหา CEO ต้องชัดเจน

ส่วนกระบวนการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ 'ต้องเริ่มแล้ว' นายพชร เผยว่า ภายในเดือน ก.พ.69 บอร์ดต้องหารือไทม์ไลน์ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างการตัดสินใจในช่วงที่องค์กรกำลังเร่งปรับหลายเรื่องควบคู่กันไป โดยขั้นตอนสรรหาจะถูกทำให้ชัดและเป็นระบบมากขึ้น

เบื้องต้นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเป็นทางการ และให้บอร์ดกำหนดกรอบคุณสมบัติและสเปกของกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ให้ลงตัว หากจัดลำดับขั้นตอนลงตัว คาดว่าจะเริ่มสรรหาได้ราวเดือน เม.ย.69 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับช่วงที่โครงสร้างองค์กรใหม่เริ่มเห็นภาพชัด จึงทำให้การจัดทัพผู้บริหารและการเดินแผนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ไปทางเดียวกันมากขึ้น

"การเลือกซีอีโอใหม่ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องเดี่ยว แต่ควรเดินคู่ขนานกับการปรับโครงสร้าง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ได้คนใหม่ แต่ยังต้องบริหารบนโครงสร้างเดิมที่เทอะทะ ก็ยิ่งทำให้การขับเคลื่อนยากขึ้นโดยไม่จำเป็น ดังนั้น กระทรวงจึงต้องการให้การสรรหาและการปรับโครงสร้างไปด้วยกัน เพื่อให้บทบาทซีอีโอใหม่ชัดเจนและทำงานได้จริงตั้งแต่วันแรก คุณสมบัติพื้นฐานคุยกันรู้เรื่อง พาองค์กรไปต่อได้จริง ต้องลดต้นทุนให้เป็นรูปธรรม และเพิ่มรายได้กับขีดความสามารถแข่งขัน แต่รายละเอียดต้องให้กรรมการคัดสรรกับบอร์ดคุยให้จบก่อน" นายพชร กล่าว


ภารกิจอวกาศต้องไม่สะดุด

ขณะเดียวกัน นายพชรระบุว่า กิจการอวกาศคือรายได้ที่ NT ต้องแข่งขันให้ได้ จึงต้องเร่งเคลียร์งานด้านนี้ให้เร็ว และทำให้การบริหารช่วงรอยต่อเดินได้ เพราะ NT ได้เปรียบจากการที่ภารกิจอยู่ในมือ จึงต้องคุมเกมให้ต่อเนื่องทั้งช่วงดาวเทียมเดิมใกล้ครบอายุวิศวกรรมการใช้งาน และช่วงเตรียมดาวเทียมดวงใหม่ที่จะยิงขึ้น เพื่อไม่ให้รายได้อนาคตสะดุดหรือหลุดจังหวะในระยะเปลี่ยนผ่าน

โจทย์สำคัญ คือ การทำให้ 'หลายเจ้าภาพ' เดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยงานนโยบายระดับชาติอยู่ในกรอบคณะกรรมการภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่งานเลขานุการ/ขับเคลื่อนเชิงนโยบายอยู่ในสายดิจิทัล เช่นหน่วยงานด้านกิจการอวกาศของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ส่วนงานกำกับใบอนุญาตและโครงข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียม รวมถึงสถานีภาคพื้นดินอยู่ในอำนาจสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขณะที่มิติเทคโนโลยีอวกาศ-ภูมิสารสนเทศ อยู่กับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และสุดท้าย NT เป็นผู้ปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ที่ต้องทำให้แผนลงสนามกลายเป็นรายได้จริง

"ภารกิจอวกาศอยู่ระหว่างรีวิวแผนพัฒนาใหม่ และด้วยโครงสร้างกำกับดูแล ทำให้ความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนสะดุดได้ง่าย เพราะต้องประสานและตัดสินใจหลายชั้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบให้ชัดขึ้น เพื่อให้แผนเดินหน้าได้จริงไม่ค้างอยู่ในขั้นตอน" นายพชร กล่าว

สำหรับสถานะปัจจุบัน NT ได้รับสิทธิการบริหารจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ไทยคมสิ้นสุดสัมปทาน ส่งผลให้ NT รับผิดชอบดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) โดยไทยคม 4 ได้รับการขยายอายุการใช้งานต่ออีก 3 ปี ทั้งที่ตามจริงหมดอายุดาวเทียมไปตั้งแต่ปี 2565 แต่คร้้งนั้นบอร์ด NT อนุมัติให้ไทยคม 4 ยังสามารถให้บริการต่อเพราะยังเหลืออายุทางวิศวกรรมถึงสิ้นปี 2568 เพื่อพยุงการใช้งานระหว่างรอดาวเทียมดวงใหม่

อย่างไรก็ดี ระหว่างรอการสร้างไทยคม 9A มาทดแทน แม้การใช้งานจริงยังคงประสิทธิภาพได้ต่อเนื่อง แต่รายงานล่าสุดระบุว่าไทยคม 9A มีปัญหาในกระบวนการสร้างจนต้องเลื่อนออกไปอีก 6 เดือน หรืออาจยาวถึง 1 ปี ทำให้คำถามที่ต้องตอบให้ชัด คือ หากช่วงรอยต่อเกิดสุญญากาศด้านศักยภาพรองรับการใช้งาน NT จะรับมืออย่างไร และการต่ออายุวิศวกรรมของไทยคม 4 ที่ NT รับรองนั้น ใช้ฐานความรู้และกระบวนการประเมินใดเป็นหลัก

"เรื่องข้อพิพาทและคดีความด้านการบริหารจัดการ เราเคลียร์จบไปแล้ว 1 เรื่องในประเด็นค่าคิดบริหารจัดการ ส่วนกรณีโอนไทยคม 4 ก็เคลียร์ไปแล้วอีกหนึ่งขั้นตอน จากหนี้เดิม 600 ล้านบาท ลดเหลือ 300 ล้านบาท ช่วยปิดภาระค้างเก่า และทำให้ NT ขยับไปโฟกัสภารกิจใหม่ได้มากขึ้น" นายพชร กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'NT' บิ้วภาพลักษณ์ ดึง 'โบว์ เมลดา' พรีเซนเตอร์เน็ตบ้านคนแรก
ครบ 5 ปีควบรวม 'NT' จากกำไร สู่ขาดทุน 5-6 พันล้าน