xs
xsm
sm
md
lg

Arise เข้าถือหุ้น TRUE สานต่อวินัยการเงิน เน้นปันผล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดีลการเข้าซื้อหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) สัดส่วน 24.95% โดยบริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด หน่วยลงทุนด้านเทคโนโลยีภายใต้กลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งก่อตั้งและถือหุ้นทั้งหมดโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ได้รับความสนใจอย่างสูงจากตลาดทุนและสื่อ เนื่องจากถูกมองว่าเป็น “ดีลเชิงยุทธศาสตร์” ที่ส่งสัญญาณต่อทั้งทิศทางธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และการบริหาร TRUE ในเฟสหลังควบรวม

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระบุว่า หลังดีลประกาศออกมา คำถามสำคัญของนักลงทุนถูกโฟกัสอยู่ที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
(1) นโยบายธุรกิจและการเงินของ TRUE จะเปลี่ยนหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น เงินปันผล
(2) ผลต่อบทบาทและความต่อเนื่องของทีมบริหารเดิม ภายใต้บริบทผู้ถือหุ้นที่เปลี่ยนไป
(3) ผลกระทบต่อกลยุทธ์การเติบโตของ TRUE ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่สะท้อนจากผู้บริหารและโครงสร้างการกำกับดูแล (governance) ชี้ชัดว่า ดีลนี้เน้น “ความต่อเนื่อง” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน โดยเฉพาะในแกนยุทธศาสตร์ที่ TRUE เดินหน้ามาตั้งแต่หลังการควบรวม TRUE–DTAC

ชูบทบาท “ซิกเว่” เป็นสะพานเชื่อม Arise ↔ TRUE

หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ตลาดจับตาดีลนี้เป็นพิเศษ คือบทบาทของ นายซิกเว่ เบรกเก้ ซึ่งไม่ได้อยู่ในฝั่ง TRUE เพียงตำแหน่งเดียว แต่ยังมีบทบาทในฝั่ง Arise ด้วย โดยนายซิกเว่ระบุชัดว่า

“ผมเองจะมีบทบาทในบริษัท Arise ในตำแหน่ง Executive Chairman ของกลุ่ม Digital & Technology”


โครงสร้างดังกล่าวทำให้ดีลนี้ถูกมองว่าเป็นการ “เชื่อม governance กับ execution” อย่างเป็นระบบ เพราะ CEO ของ TRUE คือผู้บริหารที่มีบทบาทอยู่ในกลุ่มผู้ลงทุนรายใหม่ด้วย ส่งผลให้ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนแผนงานสามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่องและมีเอกภาพมากขึ้น

หลังควบรวม TRUE–DTAC: “ซิกเว่–ศุภชัย” บริหารร่วมมาโดยตลอด

อีกหนึ่งจุดที่ถูกมองว่าเป็น “ความต่อเนื่องเชิงบริหาร” คือประเด็นที่แหล่งข่าวระบุว่า ภายหลังการควบรวม TRUE–DTAC ที่ผ่านมา นายซิกเว่ได้ทำงานร่วมกับคุณศุภชัยในบทบาทประธานกรรมการอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ทั้งในเชิงกำกับทิศทาง การเร่ง synergy และการยกระดับประสิทธิภาพองค์กร

ทำให้ดีล Arise เข้าถือหุ้นครั้งนี้ ถูกตีความว่าเป็น “การตอกย้ำและยืนยันบทบาท” มากกว่าการเริ่มต้นใหม่ และลดความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนในการบริหารหลังเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น

Telenor ลดถือหุ้นเหลือราว 5% แต่ยังมีกรรมการ 1 คน

นายซิกเว่กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า หลังการขายหุ้นครั้งนี้ Telenor จะลดสัดส่วนถือหุ้นใน TRUE เหลือประมาณ 5% และยังคงมี กรรมการ 1 คนในบอร์ด ซึ่งสะท้อนว่าภาพการกำกับดูแลและความต่อเนื่องด้านบอร์ดยังคงอยู่ในระดับหนึ่ง

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า หลังดีลนี้ นักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ “มิติการเงิน” โดยเฉพาะการเดินหน้าเข้าสู่เฟสที่ให้ความสำคัญกับ Bottom-line และการสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

หนึ่งในหลักการสำคัญของ Arise คือ การรักษาวินัยในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินปันผล ซึ่งทำให้ดีลครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเสริมความเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์หลังการควบรวมจะเข้าสู่โหมด “ผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพและความสามารถทำกำไร” มากกว่าการเร่งลงทุนหนักเหมือนในช่วงโครงสร้างพื้นฐาน 5G


Arise ไม่ใช่แค่ถือหุ้น — ตั้งใจ Drive AI–Cloud–Digital Infrastructure

ในภาพใหญ่ ดีลนี้ยังเชื่อมกับเป้าหมายของ Arise ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับภูมิภาค โดยนอกจากการลงทุนใน TRUE แล้ว Arise ซึ่งเป็นของคุณศุภชัยยังเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสินทรัพย์ดิจิทัลสำคัญ เช่น
•True IDC (Data Center & Digital Infrastructure)
•TrueMoney / Ascend Money (Digital Finance / Virtual Bank)
•รวมถึงธุรกิจด้าน Wireless บางส่วน

สรุป : ดีลที่ส่งสัญญาณ “มั่นคงขึ้น” ทั้งทีมบริหารและการเงิน

ดีล Arise–TRUE จึงถูกมองว่าเป็นดีลที่เพิ่ม “น้ำหนักความเชื่อมั่น” ต่อ TRUE ใน 2 มิติพร้อมกัน คือ
1. เสถียรภาพของทีมบริหารและทิศทางกลยุทธ์ — ไม่เปลี่ยน governance / ผู้บริหาร / direction
2. ทิศทางด้านวินัยการเงินและเงินปันผล — เป็นแกนสำคัญในการสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในเฟสหลังควบรวม

ในขณะที่ TRUE เดินหน้ากลยุทธ์ที่ประกาศไว้ และเตรียมให้รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งผลประกอบการไตรมาส 4 แผนปี 2026 และกรอบดำเนินงานในอีก 2 ปีข้างหน้า ดีลครั้งนี้จึงถูกจับตาว่าเป็น “สัญญาณบวก” ที่ตอกย้ำว่า TRUE กำลังเข้าสู่จังหวะการเติบโตครั้งใหม่ภายใต้กรอบบริหารที่ต่อเนื่องและมีวินัยชัดเจน


กำลังโหลดความคิดเห็น