xs
xsm
sm
md
lg

หัวเว่ย ปักหมุด 10 สถานีชาร์จอัลตร้าฟาสต์ เร่งดันไทยสู่ฮับอีวีอาเซียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน "หัวเว่ย" (Huawei) ผนึกกำลัง พันธมิตรเปิดตัวโครงการนำร่องสถานีชาร์จความเร็วสูงพิเศษครอบคลุม 3 เมืองหลัก พร้อมนำเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวสู่ตลาดไทย รองรับกระแส 500 แอมป์ ชาร์จเต็มเร็วเท่าดื่มกาแฟ หวังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอีวีและสร้างโมเดลความสำเร็จขยายสู่เอเชียแปซิฟิก

นางสาวโซอี้ เกา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล บริษัท หัวเว่ย อินเตอร์เนชันแนล จำกัด เปิดเผยถึงก้าวใหม่ของหัวเว่ยที่เดินหน้าเข้าสู่ตลาดสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคอร์เนอร์สโตน เทคโนโลยี และสปาร์ค อีวี เปิดตัวโครงการนำร่องสถานีชาร์จอัลตร้าฟาสต์ 10 แห่ง ว่ามีการเปิดให้บริการไปแล้ว 8 แห่ง กระจายครอบคลุม 3 เมืองเศรษฐกิจหลักคือ กรุงเทพมหานคร พัทยา และเชียงใหม่

"โครงการดังกล่าวนับเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเต็มรูปแบบ ที่สามารถรองรับกระแสสูงสุดถึง 500 แอมป์ พร้อมระบบบริหารจัดการอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

จากซ้าย นายวินเซนต์ ยิป (Vincent Yip) นางสาวโซอี้ เกา (Zoe Gao) และนายวรวีร์ ปลูกเจริญ
***ตั้งเป้าแก้ปัญหาขาดแคลนสถานีชาร์จ

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมมีแผนสร้างเครือข่ายการชาร์จที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในการเดินทางระยะไกลอย่างไร้รอยต่อ โดยนำเทคโนโลยีการเดินทางอัจฉริยะด้านพลังงานสีเขียวของหัวเว่ยมาประยุกต์ใช้ยกระดับเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

"โครงการสถานีชาร์จในประเทศไทย เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือของทั้ง 3 บริษัท โดยมีแผนจะเดินหน้าขยายความร่วมมือเชิงลึก พร้อมนำโมเดลที่ประสบความสำเร็จไปสู่ตลาดอื่นในเอเชียแปซิฟิก ผ่านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อพัฒนาระบบนิเวศสถานีชาร์จความเร็วสูงในภูมิภาคให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค" นางสาวโซอี้ กล่าว

จุดเด่นสำคัญของสถานีชาร์จในโครงการนี้คือการใช้เทคโนโลยีการชาร์จแบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเต็มรูปแบบของหัวเว่ย ซึ่งรองรับมาตรฐานการชาร์จหลากหลายที่ใช้ในตลาดสากล โดยระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้สถานีสามารถให้บริการได้อย่างเสถียรและปลอดภัยแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย

นายวินเซนต์ ยิป (Vincent Yip) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอร์นเนอร์สโตน เทคโนโลยี (Cornerstone Technologies)
เครื่องชาร์จสามารถรองรับกระแสสูงสุดถึง 500 แอมป์ มอบประสบการณ์ชาร์จเต็มในเวลาเพียงแค่ดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว ซึ่งนับเป็นการยกระดับมาตรฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมช่วยให้สถานีสามารถทำงานได้อย่างเสถียร พร้อมยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้ยาวนานกว่า 10 ปี

นอกจากนี้ ภายในสถานียังติดตั้งระบบบริหารจัดการและบำรุงรักษาอัจฉริยะ รองรับการตรวจสอบสถานะอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ การวินิจฉัยระยะไกล และการฟื้นฟูระบบระดับวินาที ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและคุณภาพบริการ ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ชาร์จที่ราบรื่น พร้อมเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการ

***ฮ่องกง-โมเดลสู่การขยายตลาดอาเซียน

นายวินเซนต์ ยิป ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอร์เนอร์สโตน เทคโนโลยี กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างคอร์เนอร์สโตน เทคโนโลยี และหัวเว่ย มุ่งนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีการชาร์จที่ได้มาตรฐานสูงแก่ตลาดไทย ซึ่งไม่เพียงเป็นการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมพลังให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้อย่างแท้จริง

"เหตุผลสำคัญที่คอร์เนอร์สโตนขยายตลาดสู่ประเทศไทยในครั้งนี้ คือ การนำประสบการณ์ที่สั่งสมในฮ่องกงและโมเดลนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ ฮ่องกงในฐานะสะพานเชื่อมเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ได้สนับสนุนการเปิดตัวเครือข่ายชาร์จสปาร์คในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ฮาร์ดแวร์ขั้นสูง แพลตฟอร์มการให้บริการที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ และศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพ" นายยิป กล่าว

สถานีชาร์จ Spark EV ปั๊มน้ำมันบางจาก บางนา-ตราด กม.7 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ
การเข้ามาของหัวเว่ยในตลาดสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าของไทย สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยคือ จำนวนสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะสถานีชาร์จความเร็วสูงที่สามารถลดระยะเวลาการชาร์จได้อย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่าในขั้นแรกจะเปิดให้บริการเพียง 10 แห่ง แต่ทั้ง 3 พันธมิตรธุรกิจมีแผนจะขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าว่าสามารถเดินทางระยะไกลได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่

การวางแผนขยายเครือข่ายดังกล่าว จะเน้นพื้นที่เส้นทางหลักที่เชื่อมโยงเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงพื้นที่ชุมชนเมืองใหญ่ ศูนย์การค้า และจุดพักรถบนทางหลวง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและรวดเร็ว

ความสำเร็จของโครงการนี้ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องเข้ามาในประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ.


กำลังโหลดความคิดเห็น