xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเส้นทางวิ่ง TKC ปี 2567 ผนึกพลัง ‘TKC-SKY ICT-AIT-เบญจจินดา’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดเส้นทางวิ่ง TKC ปี 2567 ผนึกพลัง ‘TKC-SKY ICT-AIT-เบญจจินดา’ 
ถอดคำพูด ‘สยาม เตียวตรานนท์’ บิ๊กบอส TKC วาดเส้นทางเติบโตปี 2567 ผนึกพลัง 4 พันธมิตรหลัก TKC-SKY ICT-AIT-เบญจจินดา ภายหลังการเข้าซื้อหุ้น AIT ได้สำเร็จโดยถือสัดส่วนประมาณ 24% และทำรายการ PP กับ กลุ่มเบญจจินดาได้สำเร็จ จากทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 300 ล้านบาทเป็น 400 ล้านบาท และทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีมูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาท ต่อจากนี้ TKC จะใช้จุดแข็งของกลุ่มพันธมิตร TKC โดยอาศัยฐานลูกค้า เวนเดอร์ และบุคลากร ของแต่ละบริษัทเพื่อสร้าง Synergy ร่วมกัน พร้อมทั้งพัฒนาต่อยอดธุรกิจ Smart Solutions ให้ครบวงจร และเตรียมความพร้อมในการเข้าประมูลงานในปีนี้มูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

สยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (TKC) กล่าวสรุปภาพรวมปี 2566 ถึงไตรมาส 3 ว่ายังคงเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ และภาพรวมทั้งปีคาดว่าทั้งรายได้และกำไรจะเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้โดยเติบโต 10-15% เทียบกับปี 2565 อีกทั้งแผนปี 2567 TKC คาดว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งรายได้และกำไรจะเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10-15% เทียบกับปี 2566

‘TKC มั่นใจว่ารายได้ปี 2566 จะสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 3 พันกว่าล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจหลักๆ 4 ภาคส่วนที่สร้างรายได้’


ประกอบด้วย 1.Core business สามารถทำรายได้สูงกว่าที่คาดไว้ 2.New business เป็นธุรกิจด้าน smart solution มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 3.นอกจากแหล่งรายได้ที่มาจากกลุ่มบริษัทในเครือ TKC ยังมีนโยบายหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งในธุรกิจใหม่ ด้วยการร่วมทุน JV (joint venture หรือกิจการร่วมค้า) เพื่อให้สามารถสร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด และนำไปต่อยอดกับธุรกิจเดิมที่ TKC มีความเชี่ยวชาญ

เช่น 1.JV กับ ATA ประเทศจีน เพราะ TKC อยากมุ่งเน้นเรื่องเทคโนโลยีด้านการศึกษาหรือ edu-tech (education technology) มากขึ้น ATA เป็นระบบการสอบที่เป็นดิจิทัลออนไลน์ (e-Testing) ที่สามารถควบคุมพฤติกรรมคนที่เข้ามาสอบได้ ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของจีนที่ทำธุรกิจนี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) จับพฤติกรรมคนที่เข้ามาสอบ 2.JV ด้านพลังงานเขียว (green energy) อย่างเรื่องสถานีติดตั้งชาร์จเจอร์รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Charger) การเป็นพันธมิตรกับบริษัทรถขนส่งที่เป็น EV ทำระบบเกี่ยวกับระบบที่เป็นโซลาร์ ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา TKC เริ่มยื่นประมูล 3-4 โครงการ มูลค่าหลักพันล้านบาทซึ่งเป็นธุรกิจผ่านการ JV นอกจากนี้ยังมีเรื่องคาร์บอน เครดิต (carbon credit) ที่ TKC ให้ความสนใจและกำลังศึกษาผ่านช่องทาง JV

4.ในปี 2566 TKC ได้มีการเข้าถือหุ้น AIT (บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี) ประมาณ 24% สิ่งที่ TKC สามารถนำมาสร้างความแข็งแกร่งได้คือ AIT เป็นผู้นำด้าน ICT Solution มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน มีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องมาตลอด TKC สามารถนำผลกำไรของ AIT มาบันทึกเป็นกำไรของ TKC ตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท AIT

‘นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่ให้ความสำคัญมากๆเลยคือการที่จะเปลี่ยนในแง่ของโลจิสติกส์ที่เป็นกระดาษให้กลายเป็นดิจิทัลทั้งหมดเลย ธุรกิจใหม่เหล่านี้จะเป็น JV’
***แผนปี 67

จากการร่วมมือระหว่างพันธมิตรของ TKC (TKC-SKY ICT-AIT-เบญจจินดา) TKC เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำองค์กรให้ขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจด้านโทรคมนาคมและไอซีทีในประเทศไทย โดย ‘สยาม’ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า หลังจากที่กลุ่ม TKC มีพันธมิตรที่เข้มแข็งมา Synergy ร่วมกัน นับจากนี้ TKC มีความพร้อมสำหรับทุกธุรกิจด้านดิจิทัลโซลูชัน รวมถึงที่เป็นเมกะเทรนด์ กลุ่ม TKC สามารถเข้าไปทำธุรกิจได้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ‘สยาม’ ขยายภาพความร่วมมือของกลุ่ม TKC ออกมาให้เห็นว่า ฐานลูกค้าของแต่ละพันธมิตรมีความแข็งแกร่งและครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Operator, Utility, Transportation และ Banking

นับจากนี้ TKC จะมีฐานลูกค้าครอบคลุมครบทั้งหมด ในส่วนของโปรดักต์สามารถสร้างธุรกิจและ Service ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความสามารถในการบริหารต้นทุน ทั้งด้านบุคลากร ต้นทุนการเงิน และการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

‘ที่สำคัญเมื่อเรา synergy ทั้งเรื่องคนและฐานข้อมูลที่สำคัญมากๆ คือ เวนเดอร์ที่เป็นโกลบอล ลีดเดอร์ในแต่ละอุตสาหกรรมไอที สื่อสาร เราจะรู้เรื่องราคาเพราะจะเห็นโครงสร้างแต่ละบริษัท เราดีลในลักษณะซื้อเป็นวอลลุ่มใหญ่ ในแง่ฐานลูกค้าแทบจะครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์ เราเอาสิ่งที่จะเป็นเมกะเทรนด์ของแต่ละบริษัทมาทำเป็นโซลูชันร่วมกัน’

สยาม ระบุว่าเป้าหมายของ TKC มองไปที่คลาวด์ เพราะทั้งเอกชนและรัฐมีความต้องการใช้คลาวด์จำนวนมาก


‘TKC เป็นคนสร้างคลาวด์ภาครัฐ (GDCC หรือ Government Data Center and Cloud Service) ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จมีการใช้งานเต็มทันที หากเอาความต้องการทั้งหมดมากางแล้วสร้างอย่างไรก็ไม่ทัน ผมเชื่อว่าทิศทางมันต้องเปลี่ยน ต้องเอาโอเปอเรเตอร์ คลาวด์ต่างชาติเข้ามาเพื่อซัปพอร์ตความต้องการที่สูงมากๆ มาอยู่ข้างหลัง GDCC แล้วมีแพลตฟอร์มอะไรบางอย่างมาบริหารจัดการ ซึ่งผมว่าจะโตมาก’

สิ่งที่ TKC ต้องการคือเมื่อคลาวด์โตมากแล้วมีบริษัทระดับโลกมีเงินลงทุนเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทเข้ามามีบทบาทในไทย สิ่งที่พวกนี้เข้ามาแล้วขาดคือพาร์ตเนอร์ที่มีวิศวกรที่จะเข้าไปดีไซน์ ไปทำเรื่องไมเกรชันต่างๆ หากองค์กรในประเทศไทยต้องการใช้ ซึ่งโอเปอเรเตอร์คลาวด์ต่างชาติต้องเลือกพาร์ตเนอร์ไทยที่มีความพร้อมมีบุคลากรเหมือนที่ TKC ทำด้านเทเลคอมในสมัยก่อน บริษัทระดับโลกก็จ้าง TKC ไปร่วมงานด้วย

‘ผมมั่นใจว่าแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นกับธุรกิจคลาวด์ เซอร์วิส ซึ่งเราไม่ใช่โอเปอเรเตอร์แต่เราจะเป็นสตราทิจิกพาร์ตเนอร์กับคลาวด์ โอเปอเรเตอร์ต่างชาติที่เข้ามาในไทย TKC ต้องมาลงทุนหลักๆ คือการสร้างคนที่จะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์ เซอร์วิส’


ดังนั้น เป้าหมาย TKC ในปี 2567 จะให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านคลาวด์ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐเพราะมีความต้องการใช้คลาวด์เพิ่มอีกจำนวนมาก และ TKC มีประสบการณ์จากโครงการ GDCC เราเห็นตลาดมีความต้องการและเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี

ส่วนผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกให้ความสนใจมาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก การเข้ามาลงทุนของแต่ละผู้ให้บริการมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท TKC ให้ความสนใจและตั้งเป้าหมายที่จะเป็นพันธมิตรหลัก (Differentiate Partner) กับผู้นำด้านให้บริการคลาวด์ TKC อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมลงทุนร่วมกับคลาวด์ โพรวายเดอร์ เพื่อพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของบุคลากร TKC สามารถบริการด้านวิศวกรรมระบบคลาวด์อย่างครบวงจร

สยาม ยังย้ำถึงเป้าหมายในปี 2567 ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลัก


‘ธุรกิจใหม่ๆ ที่เรามองเป็นธุรกิจเกี่ยวกับคลาวด์ครบวงจร โรงพยาบาลอัจฉะริยะ (smart hospital) การรักษาแพทย์ทางไกล tele-health ระบบขนส่งอัจฉริยะหรือสมาร์ท โลจิสติกส์ ที่เราตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เป็นกระดาษให้เป็นดิจิทัลทั้งหมด เรามองธุรกิจที่เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม (green business) ธุรกิจเกี่ยวกับอาคารอัจฉริยะหรือ smart building สนามบินอัจฉริยะ เรามองธุรกิจเกี่ยวกับไซเบอร์ ซิเคียวริตี ผมว่าสิ่งที่เราตั้งเป้าอยากเข้าไปทำจริงๆ คือเรื่องเกี่ยวกับพลังงานอัจฉริยะทั้งหมด ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่อง smart energy ว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่’

สยามกล่าวสรุปว่า ‘สำหรับปี 2567 กลุ่ม TKC มีความเชื่อมั่นที่จะสร้างรายได้และกำไรโดยตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10-15% จากธุรกิจ Core Business, New Business, JV และ M&A’




กำลังโหลดความคิดเห็น