xs
xsm
sm
md
lg

ย้ำภาพแบรนด์สีเขียว ‘acer’ ต้องนำในตลาดพีซี ESG (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นับตั้งแต่เอเซอร์ (acer) ประกาศเป้าหมายสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ยิ่งตอกย้ำให้ภาพแบรนด์ของ acer มีความชัดเจนในแง่ของการมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่เชื่อว่าภายในระยะเวลาอันใกล้จะกลายเป็นปัจจัยหลักของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า

ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การตอบรับของผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในไทยนั้น ได้ส่งผลให้ประเทศไทยมียอดขายสินค้าในกลุ่ม Acer Aspire Vero ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลมากที่สุดในโลก

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาเอเซอร์ให้ความสำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยโลกอย่างชัดเจน ตั้งแต่การสรรหาวัสดุที่มาใช้ในการผลิต การปรับเปลี่ยนขั้นตอนการออกแบบ ไปจนถึงการเปิดเผยแนวทางในการทำงานร่วมกับโรงงานผลิตที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การกระจายสินค้าต่างๆ เพื่อให้ทุกขั้นตอนสามารถลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากการประกาศกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Acer Aspire Vero ยังมีสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่เสริมเข้ามาอย่างเครื่องฟอกอากาศ โปรเจกเตอร์ หรือแม้แต่รถจักรยานไฟฟ้า ที่นำแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมเข้าไปร่วมด้วย

“จากยอดขายของ Aspire Vero ในประเทศไทย ทำให้เห็นว่าคอนซูเมอร์ให้ความสำคัญกับสินค้าในภายใต้แนวคิดของ ESG มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำให้เกิดการบอกต่อไปยังกลุ่มผู้ปกครองในการเลือกซื้อสินค้า จนทำให้ยอดขายของเอเซอร์ไทยดีที่สุดในโลก”

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
อย่างไรก็ตาม นิธิพัทธ์ มองว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นได้ จะเริ่มจากในกลุ่มขององค์กรธุรกิจ และภาคการศึกษาก่อน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตในอนาคต

“ในช่วงปลายปีนี้เอเซอร์มีแผนที่จะนำเข้ากลุ่มผลิตภัณฑ์พีซีของภาคธุรกิจอย่าง TravelMate Vero เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากองค์กรธุรกิจที่มีแผนจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ และนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่ผ่านการใช้งานเครื่องเดิมในช่วงของการแพร่ระบาดมา”

ขณะเดียวกัน ในส่วนของภาคการศึกษา เริ่มมีมหาวิทยาลัยที่สนใจนำสินค้าที่รักษ์โลกเข้ามาสอบถามมากขึ้น และเชื่อว่าประเด็นนี้จะเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า จากการที่ถึงช่วงระยะเวลาเปลี่ยนเครื่องใหม่ไปทดแทนพีซีเครื่องเดิมที่ใช้งาน

***ส่วนแบ่งตลาดพีซีใหญ่ขึ้น เมื่อทุกคนเข้าสู่ดิจิทัล

นิธิพัทธ์ ประเมินถึงสภาพตลาดพีซีที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ว่า กำลังอยู่ระหว่างการปรับฐานจากดีมานด์ล่วงหน้าที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์แพร่ระบาดที่ผ่านมา จนทำให้ดูเหมือนตลาดหดตัว แต่ในความเป็นจริงกำลังเข้าสู่สภาวะปกติ เทียบได้กับในช่วงก่อนการแพร่ระบาด อย่างในประเทศไทยมีตลาดรวมพีซีอยู่ราว 2.4 ล้านเครื่อง

“การที่มีดีมานด์ล่วงหน้าจากกลุ่มภาคการศึกษาโดยเฉพาะนักเรียน และการทำงานนอกสถานที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ปีที่ผ่านมา และปีนี้ตลาดกำลังปรับตัวเพื่อชดเชยกับดีมานด์ที่เกิดจากอัตราเร่งในการเข้าสู่ดิจิทัลของคนไทย”

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเอเซอร์ มองว่าในท้ายที่สุดแล้วจะเกิดผลดีต่อตลาดรวมพีซีที่อาจจะขยับตัวเพิ่มขึ้น 5-10% จาก 2.4 ล้านเครื่อง เป็นผลมาจากความต้องการในการใช้งานที่เกิดเร็วขึ้นกว่าเดิมจากกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยคาดว่าภาพรวมของตลาดจะชัดเจนเมื่อถึงรอบการเปลี่ยนเครื่องใหม่ จากระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ยของพีซีในปัจจุบันอยู่ที่ 3-5 ปี

ปลายปีนี้เอเซอร์ มีแผนที่จะนำเข้ากลุ่มผลิตภัณฑ์พีซีของภาคธุรกิจอย่าง TravelMate Vero เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
แน่นอนว่าปัจจุบันเป้าหมายของเอเซอร์ยังคงมุ่งมั่นในการกลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดพีซีประเทศไทยให้เร็วที่สุด ในลักษณะที่ยั่งยืน ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปพร้อมกัน โดยเฉพาะช่องทางจำหน่ายต่างๆ ที่ปัจจุบันกลายเป็นว่าหน้าร้านออฟไลน์ยังมีความสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ และการขยายช่องทางไลฟ์สไตล์เพื่อรับกับสินค้าอื่นๆ ที่นำเข้ามาทำตลาด

“ตอนนี้สัดส่วนยอดขายจากออนไลน์จะอยู่ที่ราว 15-20% และคาดว่าในอนาคตจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากนี้มากนัก เพราะอย่างในตลาดประเทศอื่นที่อิ่มตัวแล้วสัดส่วนการขายออนไลน์แทบไม่แตกต่างกัน ทำให้เชื่อว่าช่องทางออนไลน์ที่มีในปัจจุบันตอบโจทย์อยู่แล้ว”

ทั้งนี้ จากภาพรวมของตลาดในปีนี้เชื่อว่าสินค้าในกลุ่มของ Gaming และ Thin & Light จะยังคงเป็น 2 ซีรีส์หลักที่ช่วยให้ตลาดเติบโต และมีสีสัน ทั้งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ต 13 Gen Intel รวมถึงกลุ่มของ AMD Ryzen 7000 ซีรีส์ ที่จะออกตามมาในช่วงกลางปีนี้

ทำให้ในช่วงไตรมาสนี้ เอเซอร์ได้เริ่มทยอยวางจำหน่ายสินค้าทั้งในกลุ่มของ Acer Swift ซีรีส์ และ Acer Predator เข้าสู่ตลาด ก่อนที่จะอัปเกรดไลน์สินค้าในกลุ่ม Acer Aspire Vero และ TravelMate Vero ในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึง Acer Nitro ที่เป็นกลุ่มเกมมิ่งราคาเข้าถึงได้ด้วย

***เร่งขยายสินค้าไลฟ์สไตล์

นอกจากในธุรกิจหลักที่เป็นพีซีแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เอเซอร์นับเป็นแบรนด์แรกๆ ที่เริ่มกระจายความเสี่ยงจากการที่ตลาดพีซีอิ่มตัวเข้าสู่การหาตลาดใหม่ทั้งการผลิตอุปกรณ์เสริม เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ จนถึงเอนเนอร์จี้ ดริงก์ มาทำตลาดในไทย

ช่วงไตรมาสนี้ เอเซอร์ได้เริ่มทยอยวางจำหน่ายสินค้าทั้งในกลุ่มของ Acer Swift ซีรีส์ และ Acer Predator เข้าสู่ตลาด

Predator Helios Neo 16
โดยในปีนี้จะโฟกัสต่อเนื่องผ่านโปรดักต์ที่เป็นไฮไลต์อย่างเครื่องฟอกอากาศ Acerpure ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลการตอบรับที่ดี ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าไปทำความเข้าใจกับความต้องการของผู้บริโภคในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถบำรุงรักษาเบื้องต้นอย่างการเปลี่ยนไส้กรองได้เอง

“ตลาดเครื่องฟอกอากาศในไทยมีความน่าสนใจในกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะอย่างในคอนโดฯ หรือผู้หญิงที่อาศัยอยู่คนเดียวที่ไม่อยากเรียกช่างมาคอยบำรุงรักษาทำให้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ของเอเซอร์จะคำนึงถึงการออกแบบให้สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มนี้”

ขณะเดียวกัน ในตลาดโลกยังเริ่มทำตลาดจักรยานไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงแรกจะเริ่มทำตลาดในกลุ่มประเทศยุโรปที่มีพฤติกรรมการขี่จักรยานในชีวิตประจำวันก่อน และเชื่อว่าในอนาคตจะมีโอกาสนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อรับกับกระแสการใช้งานรถไฟฟ้าที่มีอยู่ในเวลานี้ และเป็นอีกหนึ่งแกนสินค้าสีเขียวที่เอเซอร์มุ่งมั่นด้วย

Thin & Light series


กำลังโหลดความคิดเห็น