xs
xsm
sm
md
lg

แห่แจ้งจับเพจจัดหางาน ตุ๋นคนไปทำงานไต้หวัน เหยื่อหลงเชื่อกว่า 200 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



เหยื่อแห่ร้อง ปคม.ถูกเพจจัดหางานเถื่อน อ้างส่งไปทำงานไต้หวัน สุดท้ายหลอกกินค่าดำเนินการ พบมีผู้เสียหายกว่า 200 คน สูญเงินรายละ 3 - 7 หมื่นบาท

วันนี้ ( 5 ม.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายธมะนันท์ แตงทิม หรือ "จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่" พา น.ส.สาวิตรี แก้วกันหา อายุ 29 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ อาชีพเกษตร พร้อมผู้เสียหายอีก 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท. พรชัย ศรีมูล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.3 บก.ปคม. หลังถูกนายหน้าเถื่อนหลอกไปทำงานที่ไต้หวัน สูญเงินรวมกันหลายล้านบาท

น.ส.สาวิตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้พบเห็นเพจเฟซบุ๊กหนึ่ง โพสต์ข้อความรับจัดหาคนไปทำงานโรงงานทอผ้า โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ และ อุตสาหกรรมการเกษตร ที่ไต้หวัน ประกอบกับเห็นว่ามีการจดทะเบียนเป็นบริษัท มีสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านคลองสาม จ.ปทุมธานี ดูน่าเชื่อถือ ด้วยความสนใจจึงติดต่อสอบถามไป ก่อนจะมีแอดมินเพจติดต่อกลับมาพร้อมคำแนะนำเรื่องเอกสาร จากนั้นก็เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ 48,000 บาท แต่พอถึงกำหนดกลับไม่สามารถพาไปทำงานได้จริง อ้างติดปัญหาเรื่องเอกสาร เมื่อทวงเงินคืนก็ถูกบ่ายเบี่ยง จนต้องไปร้องกรมแรงงาน ทางบริษัทจึงยอมคืนเงินบางส่วนให้ พร้อมกับอ้างว่าส่วนที่เหลือจะทยอยคืน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินส่วนที่เหลือกลับคืน

น.ส.สาวิตรี กล่าวต่อว่า คนที่คอยติดต่อพูดคุยเรื่องงานด้วยส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของบริษัท และพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่รู้จักกับคนในบริษัท อ้างว่าเป็นคนจัดหาสถานที่ทำงาน ซึ่งบัญชีที่ใช้รับโอนเงินก็เป็นของบุคคลเหล่านี้ ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลักษณะเดียวกันกว่า 200 คน ส่วนใหญ่จะเสียเงินเป็นค่าดำเนินการตกคนละประมาณ 3-7 หมื่นบาท แต่ก็ไม่มีใครเคยได้ไปทำงานตามที่เขากล่าวอ้าง รวมถึงไม่ได้รับเงินกลับคืน อีกทั้งตนเคยนำข้อมูลของบริษัทไปให้กรมแรงงานตรวจสอบยังพบว่าไม่เคยมีการจดหรือขึ้นทะเบียนรับดำเนินกิจการจัดหางานกับกรมแรงงาน ทำให้เชื่อว่าถูกหลอก จึงตัดสินใจรวมตัวกันมาเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ บก.ปคม.

ด้าน นายธมะนันท์ กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกมักมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด อยากมีงานทำ จะได้มีเงินมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ทำงาน ซ้ำยังต้องมาเสียทั้งเงินเสียเวลา ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก บางรายต้องกู้หนี้ยืมสิน บางคนต้องขายที่นา ขายวัวควาย เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าดำเนินการให้กับบริษัทดังกล่าว กลายเป็นทุกข์หนักเข้าไปอีก ในวันนี้ตนจึงตัดสินใจรวบรวมผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของบริษัทแห่งนี้มาเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทางตำรวจ ให้ช่วยเร่งรัดตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น