xs
xsm
sm
md
lg

“ดีเอสไอ” ค้น 5 จุด ยึดหลักฐานโยงฮั้วประมูล “กำนันนก” 19 โครงการรัฐ มูลค่า 1,200 ล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - กองคดีฮั้วประมูล ดีเอสไอ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 แห่ง เครือข่ายฮั้วประมูล “กำนันนก” 19 โครงการรัฐ หลังมีผู้แจ้งเบาะแส เตรียมขยายผลผู้เกี่ยวข้อง



วันนี้ (18 ต.ค.) เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พร้อมด้วย นายธีรนิติ จันทร์ประวิตร ผู้ช่วยโฆษกดีเอสไอ ร่วมแถลงผลกรณีปฏิบัติการตรวจค้นหาพยานหลักฐานคดีฮั้วประมูล เครือข่าย “กำนันนก” หลังรับเป็นคดีพิเศษที่ 82/2566 จำนวน 19 โครงการ แต่ละโครงการมูลค่าเกิน 30 ล้านบาท รวมความเสียหายกว่า 1,200 ล้านบาท

ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า กองคดีฮั้วประมูล ดำเนินการสืบสวนสอบสวน กรณี บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ประมูลโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม ต.ลำลูกบัว และโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว-บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 และโครงการอื่นๆ รวม 19 โครงการ ที่มีความผิดเกี่ยวพันกันที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยมีข้อสงสัยว่าน่าจะเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 เนื่องจากพบข้อมูลผู้ยื่นซื้อซองราคาโครงการรัฐจำนวนมากแต่ไม่เข้าร่วมในขั้นตอนการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ดีเอสไอ นำหมายค้นต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนและสะกดรอย เจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และตำรวจท้องที่ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 แห่ง ซึ่งเป็นผู้จัดให้มีการฮั้วประมูล และเชื่อว่า มีทรัพย์สิน เอกสาร สิ่งของหรือข้อมูลในโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือในระบบคอมพิวเตอร์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้เก็บอยู่ที่บ้านพักอาศัย โดยหาข้อมูลผู้ซื้อซอง เสนอราคา กีดกันราคา ให้ผลประโยชน์ตอบแทนกัน และอาจจะรู้จักกับ “กำนันนก” เบื้องต้นจากหลักฐานที่มีอยู่เดิมเจอเบอร์โทรศัพท์ที่เคยใช้ติดต่อกัน

ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานที่เป้าหมาย 5 แห่ง คือ 1. บ้านของนางพร (นามสมมติ) อ.เมือง จ.นครปฐม ตรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 8 เครื่อง และเอกสารการเคลื่อนไหวทางบัญชี สมุดบันทึก 2. ร้านของนายอ้วน (นามสมมุติ) อ.เมือง จ.นครปฐม ตรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง และสมุดบันทึกซึ่งปรากฏหมายเลขบัญชีธนาคารและชื่อบัญชี 3. บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด อ.เมือง จ.นครปฐม ตรวจยึดเอกสารสัญญาจ้างที่มีมูลค่างานตั้งแต่ 30 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ จำนวน 20 แฟ้ม 4. บริษัท เวฬา จำกัด อ.เมือง จ.นครปฐม ตรวจยึดเอกสาร จำนวน 5 รายการ และ 5. บ้านของภรรยานายหน่อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง

“จากการตรวจยึดพยานหลักฐานได้ส่งมอบ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อแกะข้อมูล ขยายผลดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐใดเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ได้ขอประสานข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ อาทิ กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทยอยเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้ใดมาแจ้งข้อกล่าวหา”

ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้ มีบุคคล 1 ราย เข้าโครงการคุ้มครองพยาน เพราะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ถูกข่มขู่หลังร่วมเสนอประกวดราคาโครงการรัฐ และปัจจุบันกรมบัญชีกลาง มีระบบ blockchain ป้องกันการฮั้วประมูลอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้เข้าสอบปากคำ “กำนันนก” ในเรือนจำ ณ ขณะนี้










กำลังโหลดความคิดเห็น