xs
xsm
sm
md
lg

แจงมือฆ่าเผานั่งยาง “น้องพลอย” ยังไม่ได้พักโทษ เหตุเป็นคดีสะเทือนขวัญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ราชทัณฑ์ เผย คดี “น้องพลอย” ผู้ต้องหาไม่ได้พักโทษแค่ยื่นร้องขอตามสิทธิ ด้านคุมประพฤติยันการพักโทษทำตามขั้นตอนกฎระเบียบ ยึดหลักรอบด้านไม่ใช่ทำให้ใครก็ได้

วันนี้ (17 มี.ค.) นายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์กรณีนักโทษเด็ดขาดชายพลกฤต วิเศษ ซึ่งต้องโทษจำคุกคดีฆ่าผู้อื่นและลอบฝังซ่อนเร้นทำลายศพ “น้องพลอย” ในพื้นที่ จ.สระบุรี กำลังจะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษ หลังจากได้รับโทษจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง มาเพียง 4 ปี โดยมารดาของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อกระทรวงยุติธรรม นั้น

นายณรงค์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงว่า จากกรณีดังกล่าว น.ช.พลกฤต ได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อพิจารณาการพักการลงโทษ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องขังทั่วไป แต่การอนุมัติให้ได้รับการพักการลงโทษนั้น มิใช่สิทธิตามกฎหมายที่ผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับ โดยกรณี น.ช.พลกฤต มีพฤติการณ์แห่งคดีหรือการกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจของประชาชน อีกทั้งต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของผู้เสียหายที่ต้องไม่ติดใจเอาความ และได้รับการเยียวยาแล้ว ซึ่งปรากฏว่า น.ช.พลกฤต ยังไม่ได้แสดงถึงความสำนึกผิดต่อการกระทำ รวมถึงยังมิได้ผ่านกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยแต่อย่างใด

“อีกทั้งกรณีของ น.ช.พลกฤต เป็นเพียงการยื่นเรื่องตามกระบวนการของทางเรือนจำเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาคัดเลือกให้ได้รับการพักการลงโทษ เนื่องจากมีพฤติการณ์แห่งคดี ยังมีผลกระทบต่อผู้เสียหายสังคม จะต้องถูกคุมขังจนกว่าจะครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาของศาล ทั้งยังต้องคำนึงถึงความได้สัดส่วนของการกระทำความผิดและโทษที่ได้รับผลกระทบทางสังคม ศีลธรรม กระบวนการยุติธรรม และประสิทธิภาพในการป้องกันสังคมจากอาชญากรรมในภาพรวมด้วย”

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า กรมราชทัณฑ์ ขอให้สังคมและประชาชนรวมไปถึงผู้เสียหายในคดีอาญามีความเชื่อมั่นว่า กรมราชทัณฑ์จะปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย อำนวยความยุติธรรมให้เป็นไปตามคำสั่งศาลให้ความสำคัญต่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด และมุ่งมั่นป้องกันสังคมจากอาชญากรรม

ด้าน นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือกผู้ได้รับการพักการลงโทษในส่วนของกรมคุมประพฤติ ว่า เรือนจำ ทัณฑสถาน จะคัดเลือกผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ พักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์ จากนั้นมีหนังสือขอความร่วมมือสืบเสาะข้อเท็จจริงไปยังสำนักงานคุมประพฤติในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ตาม พ.ร.บ.คุมประพฤติ และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสืบเสาะและพินิจ และให้สำนักงานคุมประพฤติ มอบหมายพนักงานคุมประพฤติดำเนินการแสวงหาและรวบรวมข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งวางแผนการสืบเสาะ และนัดหมายผู้อุปการะ มาให้ถ้อยคำ บันทึกถ้อยคำและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อทราบว่าผู้อุปการะมีความพร้อมและยอมรับอุปการะผู้ถูกสืบเสาะและพินิจหรือไม่ รวมทั้งสอบบันทึกถ้อยคำและความเห็นของผู้เสียหาย ว่าประสงค์ให้นักโทษได้รับการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษจำคุก รวมทั้งผลกระทบอันเกิดจากการกระทำของนักโทษหรือไม่

นายวิตถวัลย์ กล่าวว่า การแสวงหาข้อเท็จจริงจะเกี่ยวกับบ้านและสภาพแวดล้อมของผู้อุปการะและบันทึกถ้อยคำเพื่อนบ้านและผู้นำชุมชน รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินข้อมูลที่ได้จากการสืบเสาะและพินิจทั้งหมด และจัดทำรายงาน ภายใน 60 วัน และส่งไปยังเรือนจำหรือทัณฑสถานที่ขอความร่วมมือ เมื่อเรือนจำหรือทัณฑสถานได้รับรายงานจากสำนักงานคุมประพฤติแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลรายงานสืบเสาะข้อเท็จจริง และนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาด เสนอคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพัก การลงโทษจำคุกประจำเรือนจำ ดำเนินการตรวจสอบรายชื่อนักโทษเด็ดขาด ซึ่งสมควรได้รับการพักการลงโทษ และเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์

“การดำเนินการในส่วนนี้ต้องยึดหลักรอบด้าน ยึดตามกฎระเบียบและขั้นตอน ไม่ใช่ทำให้ใครก็ได้ การพักโทษหรือลดโทษนั้นไม่ใช่ทำง่ายๆ ต้องมีการคัดเลือกจากคนที่เข้าเกณฑ์ และสำรวจผู้อุปการะ รวมทั้งต้องรับฟังความเห็นจากผู้เสียหายด้วยว่ายินยอมหรือไม่ ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าการทำงานของกรมคุมประพฤติยึดหลักกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเสมอมา” นายวิตถวัลย์ กล่าว