xs
xsm
sm
md
lg

บช.น.ขู่ดำเนินคดีผู้ชุมนุม “บิ๊กอู๊ด” สั่งจับตา 5 กลุ่มวันนี้ รู้ตัวม็อบอาชีวะแล้ว 30 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - น.2 เผย ผบช.น.สั่งผู้การแต่ละพื้นที่ ดูแลความสงบเรียบร้อย หลังมีประกาศนัดชุมนุม 5 กลุ่มใหญ่ เตือนผิดหลายข้อหา มอบหมาย รองฯ หนุ่ม คุมคดีม็อบ ลั่น ดำเนินคดีทุกราย รองโฆษก ตร.ชี้ เอาผิดคดีมั่นคงทั่วประเทศแล้ว 514 คดี

วันนี้ (1 ส.ค.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวว่า กรณีวันที่ 1 ส.ค. มีการนัดหมายชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย 1. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

2. กลุ่ม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่แยกราชประสงค์ และอาจเคลื่อนขบวนไปที่ถนนวิภาวดีรังสิต

3. กลุ่มคาร์ม็อบ นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ถนนวิภาวดีรังสิต

4. กลุ่มคาร์ม็อบแท็กซี่ไม่ทน นำโดย นายวรพล แกมขุนทด ที่ปั๊ม ปตท.เลียบด่วนรามอินทรา พรรคร่วมรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล แล้วเดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นายสมบัติ ที่ถนนวิภาวดีรังสิต

5. กลุ่มคาร์ม็อบเครือข่ายนนทบุรี นำโดย นายเจษฎา ศรีปลั่ง ที่สถานีรถไฟฟ้าพระนั่งเกล้า บริเวณเซ็นทรัลเวสต์เกต กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณะสุข กรมราชทัณฑ์ ศูนย์ราชการ แล้วเดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นายสมบัติ ที่ถนนวิภาวดีรังสิต

บช.น.ขอเตือนว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุม การรวมตัว หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรการควบคุมโรค) พ.ร.บ.โรคติดต่อ นอกจากนี้ การชุมนุมในลักษณะคาร์ม็อบไปในพื้นที่ต่างๆ โดยมีการบีบแตร ส่งเสียง อาจกีดขวางการจราจร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น จะเป็นความผิดตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งด้วย

“ผบช.น.สั่งการตำรวจจับตาดูทั้ง 5 กลุ่ม โดยให้ ผบก.น.ในแต่ละพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และมีกำลังตำรวจในส่วนกลางของ บช.น.เข้าสมทบ คงจะต้องจัดกำลังตามสถารการณ์และการข่าว” น.2 กล่าว

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า กรณีการชุมนุมเมื่อวานนี้ (31 ก.ค.) ของกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายธนเดช ศรีสงคราม หรือ ม่อน ที่บิ๊กซีมีนบุรี ม.กรุงเทพรังสิต เซ็นทรัลเวสต์เกต และปั๊ม ปตท.ก่อนถึง รพ.บางมด พระราม 2 มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกราชประสงค์ และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผบช.น.ได้สั่งการ สน.มีนบุรี สน.สําราญราษฎร์ สน.ลุมพินี และ สน.พญาไท รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดทุกราย ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว 30 ราย

สำหรับการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา บช.น.ได้ดำเนินคดีทั้งสิ้น 279 คดี ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 194 คดี และอยู่ระหว่างการสอบสวน 85 คดี ผบช.น.ยืนยันว่า ความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อมีการกระทำความผิดแล้วเริ่มนับหนึ่ง กระบวนการสอบสวนจะต้องดำเนินการต่อไป จนกระทั่งคดีถึงที่สุด บช.น.อยากเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ว่า การชุมนุม การรวมตัว หรือการจัดกิจกรรมในลักษณะที่มี ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เป็นความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผบช.น.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น.(ดูแลงานสอบสวน) ลงกำกับ ดูแล และควบคุมการสอบสวนคดีการชุมนุมด้วยตัวเองอย่างเร่งรัด โดยมีนโยบายว่าผู้กระทำความผิดทุกราย จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ขั้นตอนอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทราบและดำเนินคดี รวมถึงผู้ร่วมชุมนุมต่างๆ ที่มีเงื่อนไขได้รับการประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราว แม้ในชั้นพนักงานสอบสวน หรือในชั้นศาลก็ตาม หากมีการกระทำความผิดพนักงานสอบสวนจะยื่นต่อศาล เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

และกลุ่มบุคคลที่ยุยง ปลุกปั่น ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการชักชวนประชาชน หรือสร้างข้อมูลบิดเบือน หรือข้อมูลเท็จ เข้าสู่ระบบทำให้เกิดความวุ่นวาย และไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะการบุกไปยังสถานที่ต่างๆ ทำร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ ย้ำว่าตำรวจวางตัวเป็นกลาง มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้มุ่งใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียว แต่ยังใช้หลักรัฐศาสตร์ การประนีประนอม พูดคุย เจรจา มาโดยตลอด


พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ตัวเลขการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2563 มีทั้งหมด 514 คดี อยู่ในความรับผิดชอบของ บช.น.กว่า 279 คดี และอยู่ในความรับผิดชอบของ บช.อื่นๆ 235 คดี โดยทั้ง 514 คดี เป็นคดีที่สอบสวนเสร็จสิ้น และส่งไปอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 301 คดี และอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน 213 คดี
กำลังโหลดความคิดเห็น