xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : เปิดประเทศอ้าซ่า รับอภิสิทธิ์ชนต่างชาติ เสี่ยงเร่งหาเงินทางลัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 ตอน เปิดประเทศอ้าซ่า รับอภิสิทธิ์ชนต่างชาติ เสี่ยงเร่งหาเงินทางลัด



คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนหลังวิกฤตโควิด-19 โดยดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสู่ประเทศไทย และผู้พำนักระยะยาวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนและการจ้างงาน

ด้วยวีซ่าผู้พำนักระยะยาวใหม่ (LTR visa) 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen) ,กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand professional) ,กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-skilled professional) และ กลุ่มให้วีซ่า 10 ปี และกลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner) อายุ 50 ปีขึ้นไป

ศบศ. ตั้งเป้าสร้างรายได้ 1 ล้านล้าน โดยให้สิทธิประโยชน์สารพัด วีซ่าระยะยาว 10 ปี ยกเว้นภาษีมรดกสำหรับทายาท ลดภาษีสรรพสามิตสินค้าฟุ่มเฟือย 50% เว้นภาษีเงินได้รายได้จากต่างประเทศ ส่วนรายได้ในประเทศคิดอัตราคงที่ 17% ให้สิทธิซื้อ-เช่าอสังหาฯ ถือครองที่ดิน

ทำให้เชื่อมโยงไปถึงบัตรไทยแลนด์ อิลิท การ์ด ซึ่งเป็นโครงการสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่เริ่มขึ้นในปี 2546 หรือเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ซึ่งตั้งเป้าขายให้กับชาวต่างชาติ 1 ล้านคน ใบละ 1 ล้านบาท ทำรายได้ให้ประเทศได้ 1 ล้านล้านบาทเช่นกัน

สำหรับในครั้งนั้น ผู้ซื้อบัตรมีสิทธิพิเศษเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยได้ตลอดชีวิต มีการตั้งบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่อมาในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการเสนอให้ยุบ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด และยกเลิกโครงการบัตรอิลิทการ์ด แต่ดำเนินการไม่ได้ เพราะกลัวสมาชิกที่ได้สิทธิพิเศษตลอดชีวิต ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากประเทศไทย

ปัจจุบัน อีลิทการ์ดก็ยังมีอยู่ จากขาดทุนสามารถพลิกสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง จากปี 2560 กำไร 22.92 ล้านบาท ตามมาที่ปี 2561 มีกำไรเพิ่มขึ้น 215.54% หรือมีกำไรราว 72.33 ล้านบาท และปี 2562 ยังคงมีกำไรต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นราว 148.13% หรือมีกำไรอยู่ที่ 179.48 ล้านบาท

สมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ซึ่งเข้ามาบริหารในปี 2563 ได้มีการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ โดยมีการจัดการบริหารตัวแทนจำหน่ายบัตรอีลิท คาร์ด ที่มีอยู่ 16 ราย และมีแผนเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในออสเตรเลีย อินเดีย และจีน

ประเภทบัตรขายดีที่สุดในปัจจุบันคือ Elite Easy Access ระยะเวลา 5 ปี ราคา 500,000 บาท และน่าจะขายดีต่อเนื่องในปีงบฯ นี้ รองลงมาเป็น Elite Superiority Extension ระยะเวลา 20 ปี ราคา 1,000,000 บาท และ Elite Family Excursion ระยะเวลา 5 ปี ราคา 800,000 บาท สำหรับ 2 คน

รอบปีงบประมาณ 2563 ไทยแลนด์ อีลิท การ์ด มีจำนวนสมาชิกใหม่จำนวน 2,460 คน ในรอบปีงบประมาณ 2564 ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกใหม่ 3,000 คน

อภิสิทธิ์สำหรับชาวต่างชาติเงินหนา จ่ายเงินหลักล้านและไม่กี่สิบล้าน แลกสิทธิ์อยู่ไทยอย่างเอ็กซ์คลูซีฟทั้งสองโครงการคือ ไทยแลนด์ อิลิท การ์ด ซึ่งมีอยู่เดิมอย่างเงียบๆ โดยคนไทยส่วนใหญ่ลืมไปแล้ว หรือเข้าใจผิดว่ายุบไปแล้ว

กับโครงการใหม่ วีซ่าระยะยาว 10 ปี ที่รัฐบาลอ้างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และต้องนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะยาว

ทำให้เห็นภาพของโลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่กับความพ่ายแพ้ของรัฐไทยที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งที่การรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 และปี 2557 ต่างต่อต้านการเข้ามาครอบครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาครอบครองธุรกิจอยู่ในระยะยาว

จากจุดนี้ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้เห็นว่า มีการขับเคลื่อนเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาประเทศโดยเสรี ด้วยการวัดที่มูลค่าเงินที่นำเข้ามา

นโยบายเช่นนี้ มีกรณีตัวอย่างด้านลบก็คือ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีทุจริต 1MDB (คดียักยอกเงินของกองทุนความมั่นคั่งแห่งชาติของประเทศมาเลเซียนับแสนล้านบาท) เข้ามาเป็นสมาชิกบัตรไทยแลนด์ อิลิท การ์ด และเดินทางเข้าออกไทยในช่วงที่มีหมายแดงของตำรวจสากล (Interpol) จนมีการอภิปรายในสภา

การเปิดวีซ่าระยะยาวและบัตรอีลิทการ์ด ย่อมพูดได้ว่า เป็นรูปแบบหนึ่งของการแปลงอธิปไตยให้เป็นสินค้า (Commodifying sovereighnty) ซึ่งอธิปไตยเหนือดินแดนได้ถูกทำให้เป็นสินค้า ที่ซื้อขายได้ และแปลงให้เป็นทุนเพื่อดึงดูดนักลงทุนในแบบปฏิบัติดังกล่าว

นโยบายเปิดประเทศอ้าซ่า ย่อมมีผลบวกที่จะได้ และส่วนที่จะต้องเสีย การพยายามดิ้นรนของรัฐ ในการสร้างเม็ดเงินทางลัดอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้กอบกู้และลบภาพการบริหารทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาด โดยนำเอาสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 กลายเป็นความชอบธรรม ในการเปิดประตูให้ต่างชาติรุกเข้ามา

นอกจากเป็นโอกาส ก็อาจจะสร้างปัญหาใหม่ตามมา


กำลังโหลดความคิดเห็น...