xs
xsm
sm
md
lg

ปทส.สรุปฟ้อง 5 ข้อหา “ลุงพล-ยูทูปเบอร์” รุกป่าสร้างวังพญานาค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ผบก.ปทส. เผยสรุปสำนวนคดีสั่งฟ้อง “ลุงพล” และ สองยูทูปเบอร์ รุกป่าสร้างวังพญานาค รวม 5 ข้อหา ออกหมายเรียกให้ไปพบอัยการจังหวัดมุกดาหารเพื่อส่งสำนวนพรุ่งนี้

วันนี้ (16 มิ.ย.) พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. กล่าวถึงความคืบหน้าดำเนินคดีกับ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ในฐานความผิดบุกรุกตัดไม้ในเขตป่าสงวนก่อสร้างวังพญานาคในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ว่า ทางคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสรุปสำนวนคดีดังกล่าว และได้เสนอมาตามขั้นตอน ซึ่งทาง บก.ปทส.มีความเห็นสั่งฟ้องลุงพลและพวก 2 ราย ซึ่งเป็นยูทูปเบอร์ เบื้องต้นได้มอบหมายให้ทาง พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส. เป็นผู้ดำเนินการในขั้นตอนจากนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.ธณัชชนม์ กล่าวว่า คดีนี้ได้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญครบถ้วนแล้ว คณะพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีความเห็นสั่งฟ้องขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวน ได้ทำการออกหมายเรียกลุงพลและยูทูปเบอร์ ให้ไปพบพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เนื่องจากการสรุปสำนวน มีความเห็นส่งฟ้องต่ออัยการต้องนำตัวผู้ต้องหาไปแสดงต่อพนักงานอัยการด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางคณะพนักงานสอบสวน บก.ปทส.มีความเห็นสั่งฟ้องลุงพลและพวก ซึ่งเป็นยูทูปเบอร์ ทั้งสิ้น 5 ข้อหา โดยแบ่งเป็นลุงพล 3 ข้อหา ประกอบไปด้วย กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ในฐานความผิดกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น, กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ในความผิดฐานยึดถือครอบครองเข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดินก่อสร้างแผ้วถาง ทำไม้ หรือกระทำการด้วยประการใดใดอันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ และ ร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครองอันมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2485 มาตรา 11 และ 69

นอกจากนี้ ได้แจ้งข้อหา นายธีรพงษ์ (สงวนนามสกุล) และ นายนิคม (สงวนนามสกุล) สองยูทูปเบอร์ 2 ข้อหา ในความผิด ร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ร่วมกันทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติอันเป็นความผิดตามพรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14


กำลังโหลดความคิดเห็น...