xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอแถลงรวบ “เนเน่โมเดลลิ่ง” เครือข่ายแพร่ภาพลามกเด็กรายใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ดีเอสไอร่วมภาคีทั้งในและนอกประเทศ แถลงผลทลายเครือข่ายผลิตสื่ออนาจารเด็กแหล่งใหญ่ระดับโลกเชื่อมโยงหลายประเทศ เตือนผู้ปกครองระวังบุตรหลานตกเป็นเหยื่อ

วันนี้ (16 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัครพล บุณโญปัษฎัมภ์ รองอธิบดีดีเอสไอ, พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ ผอ.กองกิจการต่างเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ, ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รอง ผอ.กองกิจการต่างเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการบูรณาการจับกุมโมเดลลิ่งเครือข่ายเผยแพร่ภาพลามกเด็กแหล่งใหญ่ของโลก

พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า สืบเนื่องจากดีเอสไอได้รับข้อมูลจากตำรวจสากล (INTERPOL) ว่าพบภาพสื่อลามกอนาจารเด็กไทยจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2561 โดยกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ดีเอสไอ ปฏิบัติการร่วมกับ Australian Federal Police (AFP) ภายใต้ชื่อปฏิบัติการข้อมือดำ (Blackwrist) รวมทั้ง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยวันที่ 16 ม.ค. 2561 เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยสัญชาติไทย 1 ราย ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ สอดคล้องกับตำรวจประเทศออสเตรเลียได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในประเทศออสเตรเลียเช่นเดียวกัน จึงสืบสวนขยายผลนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ที่ จ.ลำปาง ในวันที่ 19 ก.ค. 61 ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนหลายราย

“ต่อมาวันที่ 6 พ.ย. 2561 ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย และองค์กร Operation Underground Railroad (O.U.R.) เป็นข้อมูลสื่อลามกอนาจารเด็กซึ่งเชื่อว่าผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทย จ.พัทลุง โดยดีเอสไอบูรณาการสนธิกำลังกับกองบังคับการปราบปราม, กรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.พัทลุง จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ชอบสะสมภาพลามกอนาจารเด็กได้ในหลายพื้นที่ในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ”

พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวอีกว่า จากนั้นวันที่ 21 พ.ค. 63 ดีเอสไอ ร่วมกับ สน.โชคชัย เข้าตรวจค้นที่พักอาศัยนายฐกร อรรถปฐมชัย พบภาพอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำลามกอนาจารเด็ก และเสื้อผ้าเด็กจำนวนหนึ่ง โดยนายฐกรยอมรับว่าเคยล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวนหลายราย จึงได้ตรวจยึดวัตถุพยานและนำตัวส่งเพื่อดำเนินคดี พร้อมขยายผลพบไฟล์ข้อมูลสื่อลามกอนาจารเด็ก เชื่อมโยงสำนักงานโมเดลลิ่ง ชื่อ “เนเน่ โมเดลลิ่ง” ซึ่งมีนายดนุเดช หรือนุ หรือเนเน่ แสงแก้ว เป็นผู้พักอาศัยอยู่ และเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างโฟลเดอร์ที่ภายในบรรจุไฟล์สื่อลามกอนาจารเด็กที่สามารถส่งต่อได้ รวมถึงมีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางกายภาพ

พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 11 ก.พ. 64 ดีเอสไอ สนธิกำลังร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และองค์กรเอกชนไม่แสวงหาผลกำไร จับกุม นายดนุเดช แสงแก้ว หรือนุ หรือเนเน่ ผู้ต้องหาตามหมายจับ สัญชาติไทย ได้ที่บ้านพักเลขที่ 37/3561 หมู่ 5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้เป็นสำนักงานเนเน่โมเดลลิ่ง ผลการตรวจค้นพบภาพลามกอนาจารเด็กทั้งเด็กหญิงและเด็กชายในคอมพิวเตอร์จำนวนมาก จึงได้ทำการยึดอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล SSD โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เจลหล่อลื่น ถุงมือยาง และถุงยางอนามัย ทั้งนี้ การพบคลังภาพลามกอนาจารเด็กมากกว่า 500,000 ไฟล์ภาพ นับว่าเป็นการได้มาซึ่งภาพลามกอนาจารเด็กที่มากที่สุดครั้งหนึ่ง และเกี่ยวพันกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวนหลายพันราย เป็นความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์การสืบสวนสอบสวนจับกุมในประเทศไทย

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, กระทำชำเรา และพยายามกระทำชำเราเด็กอายุ ยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีเอสไอขอแจ้งเตือนพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กให้คอยสอดส่องดูแลบุตรหลานในปกครองอย่างใกล้ชิด หากพบว่าบุตรหลานตกเป็นเหยื่อขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดต่อไป ทั้งนี้ สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่เว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th หรือ สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร.1202, เว็บไซต์มูลนิธิสายเด็ก www. childlinethailand.org โทร.1387, ไทยฮอตไลน์ www.thaihotline.org สายด่วน 08-9493-4893




กำลังโหลดความคิดเห็น...