xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : คดี "ลุงพล" ทำ กกต.ผวาเชือด "ทอน-ปิยบุตร-ช่อ"

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ”ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันพุธที่ 11 พศจิกายน 2563 ตอน คดี "ลุงพล" ทำ กกต.ผวาเชือด "ทอน-ปิยบุตร-ช่อ"



การเลือกตั้ง "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด" หรือนายก อบจ. และ "สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ ส.อบจ.ทั่วประเทศ ปิดการรับสมัครไปแล้ว มีความน่าสนใจในประเด็นแรกคือตัวเลขผู้สมัครที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยออกมา

และอีกประเด็นหนึ่ง ที่น่าสนใจ เป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช ที่ประกาศจะล้มยักษ์ ถล่มบ้านใหญ่ ยึดเก้าอี้นายก อบจ. ใน 40 จังหวัดทั่วประเทศ

ตอนนี้มีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว สำหรับในการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่คณะก้าวหน้าฝันไกล จะไปถึงหรือไม่ เพราะการสู้ศึกเลือกตั้ง ซึ่งว่ายาก ที่จะเอาชนะได้แล้ว ยังต้องเจอกลยุทธ์เสียบซึ่งหน้า ตั้งแต่เริ่มจากจุดสตาร์ทลงสู่สนามเลือกตั้งเลยทีเดียว

นั่นก็คือ กรณีนาย ศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องรายวัน มือพิฆาตธนาธร จนถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค จากกรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่

ตามมาชี้เป้าให้ กกต. จัดการเชือด ธนาธร ปิยบุตร และช่อ พรรณิกา อีกรอบ ด้วยข้อหา เป็นพรรคการเมืองเถื่อน!

ในเรื่องของตัวเลขผู้สมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ. ที่กกต. สรุปมา ประเด็นที่น่าสนใจคือ มีจังหวัดที่มีผู้สมัครนายก อบจ. 1 คน มีอยู่สามจังหวัด คือ จังหวัด อุทัยธานี เพชรบุรี และกระบี่ ทั้งสามคนในสามจังหวัดไม่ต้องแข่งกับคนอื่น แต่ยังไม่ได้เก้าอี้แบบนอนมา

จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตามมาตรา 111 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 กำหนด คือ ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครหนึ่ง จะต้องได้คะแนนรับเลือกตั้งมา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น และมากกว่าคะแนนของผู้ไม่ประสงค์เลือกผู้สมัครใด

และหากได้คะแนนไม่ถึงที่กฎหมายกำหนดจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ โดยมีการเปิดรับสมัครใหม่ และผู้สมัครรายเดิมทุกรายที่ได้คะแนนไม่ถึงกฎหมายกำหนด ไม่มีสิทธิลงสมัคร

การสู้กับตัวเอง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะนายก อบจ. ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น แม้จะไม่ได้แข่งกับคนอื่น แต่คนสมัครคนเดียว ก็ต้องได้คะแนนมามากกว่าร้อยละ10 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งจังหวัด ถึงจะได้เก้าอี้นายกอบจ. ไปครอง

สำหรับ กรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ชี้ความผิดกลุ่มก้าวหน้า และเข้าร้องกกต. ไปแล้ว มีว่าตามที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ร่วมกันตั้งคณะก้าวหน้าขึ้นมา

โดยมีการกำหนดตำแหน่งประธาน กรรมการ และเลขาธิการ โดยมีภาพเครื่องหมายของคณะเช่นเดียวกันกับพรรคการเมือง และดำเนินกิจกรรมต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับพรรคการเมือง

เช่น การจัดประชุมเปิดตัวผู้สมัคร และส่งคนสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายก อบจ.) และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.) กว่า 40 จังหวัด ซึ่งเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปแล้วนั้น

ศรีสุวรรณ ระบุว่า พฤติการณ์หรือการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.111 ที่บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปดําเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมือง หรือผู้ใดดําเนินการไม่ว่าด้วยวิธีใดให้เข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองโดยมิได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง

มีความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปี”

นอกจากสามแกนนำกลุ่มก้าวหน้า ศรีสุวรรณยังชี้ความผิดผู้สมัคร นายก อบจ. และ ส.อบจ. ทั่วประเทศในนามกลุ่มก้าวหน้า เนื่องจากใช้สัญลักษณ์หรือโลโก้กลุ่มในสื่อหาเสียงต่างๆ และให้นายธนาธร นายปิยบุตร และน.ส.พรรณิการ์ ไปร่วมปราศรัย เดินรณรงค์หาเสียง ที่นักร้องศรีสุวรรณมองว่า อาจเข้าข่ายสมคบกันกับบุคคลทั้ง 3 ด้วยเช่นกัน

ตอนนี้เรื่องไปถึงกกต. เรียบร้อย และเริ่มมีการตั้งวงถกนอกรอบ ข้อร้องเรียนของศรีสุวรรณ ไปบ้างแล้ว แต่จะจัดการอย่างไร ยังมีความคิดเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่เห็นว่า การกระทำและเจตนากลุ่มก้าวหน้าน่าจะผิดได้ มีเหตุผลว่า กระบวนการจัดการและเป้าประสงค์กลุ่มก้าวหน้า ทำทุกอย่างไม่ต่างกับพรรคการเมือง

แม้จะมองว่าผิด แต่กกต. จะทำสุ่มสี่สุ่มห้าลงดาบเชือดกลุ่มก้าวหน้าไม่ได้ เพราะต้องดูรายอื่นๆ ที่ก็มีการรวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามกลุ่ม ในสนามอบจ. อยู่ทั่วไปเช่นกัน

ถ้าจะฟันกลุ่มก้าวหน้า แล้วละเว้นรายอื่นๆ ที่พฤติกรรมเหมือนกัน กกต. จะตอบคำถามที่ตามมาอย่างไร?

ถ้าใช้มาตรา 111 กฎหมายพรรคการเมือง เป็นเครื่องมือประหารกลุ่มก้าวหน้า กกต. ต้องแม่นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แบบที่อีกฝ่ายดิ้นไม่ได้ เพราะกกต. ต้องส่งเรื่องให้ศาลยุติธรรมตัดสินชี้ขาดอีกชั้นหนึ่ง เลยมีข้อกังวลตามมาว่า หากศาลตัดสินไปอีกทาง กกต. จะหน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บอีกรอบ

เพราะความผิดพลาดจากคดี ลุงพล นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตส. ส. จ. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่กกต. ให้ใบแดง แต่ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง พิพากษาว่า ลุงพลไม่ผิด แต่คืนสิทธิ์ส. ส. ให้ลุงพลไม่ได้ แถมยังมีปัญหาถูกลุงพลฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย

คดีลุงพล ทำให้กกต. เสียศูนย์ เสียเครดิตความเชื่อถือ จนถึงตอนนี้ยังขยาดเป็นนกหวาดเกาทัณฑ์อยู่ อาศัยเหตุนี้ เรื่องกลุ่มก้าวหน้าเลียนแบบพรรคการเมือง เป็นพรรคเถื่อน กกต. อาจจะไม่กล้าขยับอะไรมาก!?!


กำลังโหลดความคิดเห็น...