xs
xsm
sm
md
lg

ปส.จับบิ๊กล็อตยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 23 กก. รวมยึดทรัพย์กว่า 19 ล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ตำรวจ ปส.จับผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดหลายคดี ยึดของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 23 กก. ยาอีและยาเคอีกเพียบ รวมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท

วันนี้ (29 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธาน พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบช.ปส.3 พ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดหลายคดี พร้อมยึดของกลางยาบ้า 2,004,000 เม็ด ไอซ์ 23.5 กิโลกรัม ยาอี หรือเอ็กซ์ตาซี 57,160 เม็ด เคตามีน 20 กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินได้รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท

พล.ต.ต.วัชรินทร์กล่าวว่า คดีแรกจับกุม น.ส.อทิตยา หรืออ้อย กิ่งมาลา อายุ 36 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 406/2563 ในข้อหาร่วมกันครอบครองกัญชาไว้ขายโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันริมถนนเลี่ยงเมือง แยกคำน้ำแซบ มุ่งหน้าเข้าเมืองอุบลราชธานี หลังจาก บก.ปส.2 สืบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบขนกัญชาจากพื้นที่ภาคอีสานเข้าประเทศเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ 3 ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้จับกุมเครือข่ายนี้ 5 ครั้ง กัญชา 1.5 พันกิโลกรัม จนล่าสุดสืบสาวถึงผู้สั่งการ คือ เจ๊อ้อย กัญชาดีลิเวอรี จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับพร้อมยึดทรัพย์สินเป็นบ้าน 1 หลัง รถยนต์ 5 คัน รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่เหลือต่อไป

คดีต่อมาจับกุม น.ส.ผุสชา อริยวัฒนางกูร อายุ 22 ปี และนายสัชฌุกร บูรณวงศ์สวัสดิ์ อายุ 40 ปี พร้อมไอซ์ 700 กรัม ยาอี 160 เม็ด ยาบ้า 4 พันเม็ด บัตรกดเงินสด 12 ใบ ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ครอบครองเพื่อขาย หลังจากตำรวจได้เปิดปฏิบัติการสยบไพรี 10/2563 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้จับกุมนายวัฒนา โคบาล กับพวกซึ่งเป็นผู้ลอบขายยาเสพติดผ่านไลน์ ทราบว่ามีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “WEE” คือ นายสัชฌุกร พักอยู่คอนโดมิเนียมย่านพระราม 9 จึงรวมหลักฐานเข้าตรวจค้นจับกุมได้ที่สุด ยึดของกลางเป็นรถยนต์เบนซ์ราคา 1.5 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น 5 ล้านบาทเศษ ก่อนคุมตัวดำเนินคดี

อีกคดี บก.ปส.2 ตรวจยึดรถกระบะได้ที่ปั๊มน้ำมัน ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซุกซ่อนภายในจึงยึดเป็นของกลาง ก่อนติดตามสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

คดีต่อมา บก.ปส.3 จับกุม น.ส.พัชรา หรือกุ้ง หล้าคำเปียง อายุ 37 ปี, น.ส.นิตยา หรืออ้อม วันศุกร์ อายุ 40 ปี และนายมิเคลลี จอห์น อายุ 32 ปี พร้อมยาอี 7พันเม็ด แจ้งข้อหาร่วมกันนำยาอีเข้าประเทศ และมีไว้ครอบครองเพื่อขาย หลังตรวจพบพัสดุระหว่างประเทศต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติดต้นทางประเทศเยอรมนี เมื่อแกะออกตรวจพบยาอี 7 พันเม็ด จึงสืบสวนขยายผลก่อนจับกุม น.ส.พัชราได้ที่อาคารที่พัก ถ.ช่างอากาศอุทิศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จับกุม น.ส.นิตยาได้ที่ลานจอดรถศูนย์การค้าย่านบางนา กรุงเทพฯ และจับกุมนายมิเคลลีซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง 2 ผู้ต้องหาสาวได้ที่โรงแรมย่านประเวศ กรุงเทพฯ ก่อนคุมตัวดำเนินคดี

คดีต่อมา จับกุมนายสุพล หรือแมว พันนาวงศ์ อายุ 32 ปี พร้อมไอซ์ 2 กิโลกรัม ได้ที่บริษัทรับส่งพัสดุระหว่างประเทศใน ต.เวียง อ.เมืองฯ จ.เชียงราย หลังสืบทราบว่ามีผู้เตรียมลอบส่งยาเสพติดออกนอกประเทศโดยมีปลายทางประเทศอิสราเอล จึงเฝ้าติดตามผู้ต้องสงสัย คือ นายแมว พบว่ากำลังถือพัสดุต้องสงสัยไปยังบริษัทจัดส่งดังกล่าวจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบของกลางเป็นไอซ์จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี

อีกคดีจับกุม น.ส.อินธิลา แซ่ว่าง อายุ 38 ปี ในข้อหาสมคบกัน 2 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยกระทำผิดตามที่สมคบกันแล้วได้ที่บ้านพักในพื้นที่แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากตำรวจ สภ.เมืองพังงา จับกุมนายไพวัลย์ จันทะรส ในความผิดเกี่ยวกับยาบ้าเมื่อปี 2561 แล้วขยายผลทราบว่านายไพวัลย์สั่งยาบ้ามาจากนายทุนทางภาคเหนือชื่อเจ๊หวาน ตำรวจจึงให้นายไพวัลย์ล่อซื้อยาบ้าจากเจ๊หวาน จำนวน 2 แสนเม็ด ต่อมามีนายอิสดอแระบือโต และ น.ส.นันท์กัสซามะ นำยามาส่งจึงจับกุมดำเนินคดี แต่ตำรวจยังคงสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายเรื่อยมาจนทราบว่า เจ๊หวาน คือ น.ส.นันคำอ้น หรืออินธิลา แซ่ว่าง จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับกุมได้ที่สุด พร้อมยึดทรัพย์สินเป็นบ้าน และรถยนต์กว่า 7 ล้านบาท ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ บก.ปส.3 ยังตรวจยึดพัสดุจากประเทศเยอรมนีต้องสงสัยเป็นยาเสพติด ได้ที่จุดคัดแยกไปรษณีย์เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พบเป็นถุงบรรจุกาแฟ และขนม ซุกซ่อนยาอีกว่า 5 หมื่นเม็ด จึงยึดไว้สืบหาตัวผู้ส่งหรือรับพัสดุนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการจับกุมที่ผ่านมาพบว่าคนร้ายมักซุกซ่อนพัสดุใส่ถุงชา แต่ระยะหลังเริ่มเปลี่ยนเป็นถุงอื่นๆ และถุงเวย์โปรตีน รวมถึงการผ่าก้อนสบู่ซุกซ่อนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด พบว่ามีผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดเปลี่ยนพฤติกรรมไปขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาพบว่ามีการลักลอบส่งออกและนำเข้ายาเสพติดมากพอสมควร ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาตำรวจ ปส.ได้รับความร่วมมือในการบูรณาการกำลังปราบปรามยาเสพติดร่วมกันหลายหน่วยมีการติดตามจับกุมและยึดทรัพย์สินผู้ต้องหาคดีเก่ามากมายเป็นผลงานให้สังคมได้เห็นเป็นที่ประจักษ์

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.วิสนุกล่าวว่า ที่ผ่านมา ตร.ได้วางมาตรการด้านความร่วมมือกับผู้ประกอบการรับส่งพัสดุโดยให้ตรวจสอบบัตรประชาชนถ่ายรูปให้เห็นหน้าชัดเจน ต้องระบุชื่อผู้รับส่งชัดเจน และให้ช่วยกันสอดส่องใครที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยอีกทางหนึ่งด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...