xs
xsm
sm
md
lg

“ลุงพล” ยื่นฟ้อง “อัจฉริยะ” ไลฟ์สด อ้างเป็นหนี้ไฟแนนซ์ ศาลนัดไต่สวน 25 ม.ค.ปีหน้า

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ลุงของน้องชมพู่ที่เสียชีวิตกับ ป้าแต๋น ภรรยาและคณะมาศาล

“ลุงพล” ยื่นฟ้อง “อัจฉริยะ” ไลฟ์สด อ้างเป็นหนี้ ธ.ก.ส. เป็นหนี้ไฟแนนซ์ จนเดือดร้อนต้องมาพึ่งบารมีศาล พร้อมนัดไต่สวน 25 ม.ค.ปีหน้า ส่วนคดีน้องชมพู่ขอให้จับคนร้ายได้โดยเร็ว


เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (14 ก.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ลุงของน้องชมพู่ที่เสียชีวิต เดินทางมาศาล พร้อม "ป้าแต๋น" ภรรยา,นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา”และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความเพื่อเป็นโจทก์ฟ้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

สำหรับคำฟ้องระบุว่า โจทก์เป็นลุงของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ปรีชา หรือ น้องชมพู่ ที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 63 ต่อมาพบว่าเสียชีวิตที่เทือกเขาภูพานน้อย อุทยานภูผายล ต.กกตูม อ.คงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน

ส่วนจำเลย เปิดเฟซบุ๊กชื่อ “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” มีสมาชิกหรือผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 63 เวลากลางคืนจำเลยไลฟ์สด ใจความว่า “วันที่น้องชมพู่หายตัวไป ลุงพลเป็นหนี้ไฟแนนซ์ เป็นหนี้ ธ.ก.ส. มีเจ้าหนี้มาติดตามตัว ข้อมูลเรามีหมด เผอิญดีเอ็นเอไม่มี ถ้ามีลุงพลถูกจับไปแล้ว” และข้อความอื่นๆ ข้อความดังกล่าวเป็นเท็จทั้งสิ้น

ความจริงโจทก์ไม่ได้เป็นหนี้ไฟแนนซ์ ไม่มีหนี้ ธ.ก.ส. แต่จำเลยพยายามชักจูงให้เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนร้ายฆ่า ด.ญ.อรวรรณ และมีหนี้สินรุงรัง เป็นคนไม่น่าเชื่อถือ ทั้งที่โจทก์ไม่เคยมีหมายเรียกของตำรวจ จำเลยไม่มีหน้าที่ ไม่มีส่วนได้เสียในคดี ไม่มีสิทธิไปแถลงข่าว หากจำเลยมีพยานหลักฐานอะไร ก็ให้ไปมอบกับพนักงานสอบสวนไม่ควรเอามาถ่ายทอดทางเฟซบุ๊ก จึงขอให้ลงโทษจำเลยและให้โฆษณาคำพิพากษา ในเฟซบุ๊กจำเลยและให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่จำเลยถูกลงโทษอีก 16 สำนวน ศาลรับคำฟ้องไว้ตรวจฟ้องเป็นคดีดำที่ 2361/2563 ศาลนัดไต่สวนวันที่ 25 ม.ค. 2564

นายไชย์พล หรือ ลุงพล กล่าวว่า ตนได้เห็นที่จำเลยไลฟ์สดแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ ยืนยันว่า ตนไม่ได้ถูกทวงหนี้ที่บ้านแต่อย่างใด จึงปรึกษากับทนายษิทรา และมายื่นฟ้องจำเลยในวันนี้ ส่วนจำเลยจะมาขอโทษหรือไกล่เกลี่ยหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องศาล

ด้าน นายษิทรา หรือ ทนายความษิทรา กล่าวว่า คดีนี้ไม่ได้ฟ้องเรียกเอาสินไหมทดแทน แต่อยากให้ลงโทษจำเลยทางอาญาและนับโทษต่อจากคดีอื่นๆ ตอนนี้เตรียมพยานไว้เบิกความในชั้นไต่สวน 2 ปาก ซึ่งตนรับว่าความให้กับลุงพล โดยเรียกค่าว่าความเพียง 5,000 บาท ซึ่งจะทำคดีให้ตั้งแต่วันฟ้องจนคดีถึงที่สุด

นายจีระพันธ์ หรือ หมอปลา กล่าวว่า ตนกับลุงพลเป็นเหมือนคนในครอบครัว เมื่อลุงพล ได้รับความเดือดร้อน ตนเองก็ต้องมาช่วยเหลือ ซึ่งการที่มีคนโพสต์หรือไลฟ์สดทำให้เราเสียหาย เป็นใครก็ต้องมาฟ้องอยู่แล้ว เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง ยืนยันว่า ตนมาหาลุงพลนั้น ไม่ได้เกาะกระแสความดัง เพราะยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ผลประโยชน์อะไร ถ้าเกาะกระแสแล้วได้เงินได้ทองก็ว่าไปอีกอย่าง นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ตนเองก็ช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนมาตลอดอยู่แล้ว ลุงพลก็เป็นชาวบ้านคนนึงเหมือนกันที่ตนเองเข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงกรณีที่ นายไชย์พล หรือ ลุงพล ว่ารู้สึกเฉยๆ กับการที่ทั้งสองคนจะไปฟ้องตนเอง แต่มองว่าทั้งลุงพลและป้าแต๋นตกเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยู่หรือไม่ และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ลุงพล ป้าแต๋นจะได้พบกับทนายษิทรา ต้องมีคนหนุนหลังให้ และพร้อมจะต่อสู้ในชั้นศาลอย่างเต็มที่ เพราะยืนยันว่าการที่ได้ไลฟ์ในเพจเฟสบุ๊กของตัวเอง เรื่องนี้สินของลุงพลป้าแต๋น ก็มีหลักฐานซึ่งทั้ง 2 คนก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ก่อนที่จะดัง และตลอดการไลฟ์ก็ไม่ได้บอกว่า ลุงพลเป็นผู้ต้องหา แต่เขาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ และอยากเตือนลุงพลป้าแต๋นว่า ควรทำมาหากินเองได้แล้ว เพราะถ้าไม่มีชื่อเสียงก็อยู่ได้ไม่นาน ตอนนี้ถ้ามีโอกาสเก็บเงินเก็บทองก็รีบเก็บเอาสู้คดีกันในชั้นศาลดีกว่า เพราะคดีความเมื่อขึ้นศาลแล้วไม่ใช่สู้กันวันสองวัน

และถ้าให้ตนเองไปขอโทษลุงพลแล้วลุงพลจะให้อภัย ตนเองคอนเฟิร์ม 100% ว่าจะไม่ขอโทษแน่นอน เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด การพูดทุกอย่างมีหลักฐานแน่นอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...