xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอลุยค้น บ.กาม้าล มีทโปรดักส์ พบนำเข้าเนื้อวัวโดยไม่ได้รับอนุญาต หวั่นเป็นพาหะนำโรคระบาดสู่ผู้บริโภค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ชาวบ้านร้องเรียน! “ดีเอสไอ” ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท กาม้าล มีทโปรดักส์ จำกัด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังมีการลักลอบนำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เสียหาย 130 ล้านบาท

วันนี้ (10 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่ตรวจค้น บริษัท กาม้าล มีทโปรดักส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 109/1 หมู่ 6 ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในคดีพิเศษที่ 14/2563 กรณีการหลีกเลี่ยงหรือลักลอบนำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวส่วนอื่นๆ จากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ มูลค่าความเสียหายสินค้ากว่า 130 ล้านบาท

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกองคดีภาษีอากร ดีเอสไอ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวส่วนอื่นๆ จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย หรือมีการหลีกเลี่ยงนำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวส่วนอื่นๆ โดยผ่านพิธีการศุลกากร แต่ผู้นำเข้าไม่ได้ขออนุญาตจากอธิบดีกรมปศุสัตว์ให้นำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวซึ่งอาจมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่บริโภคเนื้อสัตว์ซึ่งผู้นำเข้าลักลอบหรือหลีกเลี่ยงการนำเข้า เนื่องจากหากผู้นำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวส่วนอื่นๆ โดยถูกต้องจะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กล่าวคือ ผู้ขอใบอนุญาตจะต้องเชิญเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิตสัตว์หรือซากสัตว์ ณ ประเทศแหล่งกำเนิดหรือซากสัตว์ และสัตว์ เป็นมาตรการเพื่อป้องกันเชื้อโรคระบาดสัตว์จากต่างประเทศซึ่งอาจติดมากับสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ที่เป็นพาหะของโรคระบาด อันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนผู้บริโภคโดยตรง และจากกรณีดังกล่าวอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ ดีเอสไอ จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

จากการสืบสวนทราบว่า ระหว่างวันที่ 12 ก.พ. 56 ถึงวันที่ 24 เม.ย. 62 ต่อเนื่องกัน บริษัท กาม้าล มีทโปรดักส์ จำกัด ได้นำเข้าสินค้าประเภท สัตว์หรือซากสัตว์ (เนื้อวัว โค หรือชิ้นส่วนต่างๆ ของวัว โค) จำนวน 226 ใบขนสินค้า สำแดงสินค้าในพิกัดศุลกากร 0262900 ชำระอากรขาเข้าร้อยละ 30 แต่จากการตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้าของบริษัทฯ กับใบอนุญาตนำเข้าเนื้อวัวและชิ้นส่วนของวัวที่กรมปศุสัตว์อนุญาตให้บริษัทนำเข้า ปรากฏข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า สินค้าประเภทเนื้อวัวหรือซากสัตว์ที่บริษัทนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ จำนวน 158 ใบขน ปริมาณนำเข้าทั้งสิ้น 3,539,375.44 กิโลกรัม มูลค่าการนำเข้า 100,704,962.66 บาท ค่าอากรขาเข้า 29,824,995.61 บาท รวมมูลค่าสินค้าและค่าอากรเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 130,529,958.27 บาท

จากพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐาน “นำเข้าซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 ประกอบมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐาน “นำของที่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดอันเกี่ยวกับของนั้น” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 244 ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าประเภทซากสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ที่ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมปศุสัตว์หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายทุกครั้งที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และเมื่อบริษัท กาม้าล มีทโปรดักส์ จำกัด กับพวก ไม่ได้รับอนุญาตให้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร สินค้าดังกล่าวจึงเป็นของต้องกำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ดังนั้นการกระทำของ บริษัท กาม้าล มีทโปรดักส์ จำกัด กับพวก เข้าข่ายเป็นความผิดฐานนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยสำแดงเท็จและหลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อจำกัด ตามมาตรา 202 มาตรา 244 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ฐานนำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 ประกอบมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และมาตรา 83 มาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา อันอาจเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ซึ่งต่อมาอธิบดีดีเอสไอได้อนุมัติให้รับเป็นคดีพิเศษที่ 14/2563

ดีเอสไอ ตระหนักถึงการป้องกันเชื้อโรคระบาดจากต่างประเทศซึ่งอาจติดมากับสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ที่เป็นพาหะของโรคระบาด และมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากหากเกิดการระบาดของโรคติดต่ออื่น ย่อมเป็นการซ้ำเติมประชาชน ตลอดจนอาจส่งผลต่อระบบสาธารณสุขของประเทศด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถแจ้งมายังดีเอสไอได้ที่สายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ






กำลังโหลดความคิดเห็น...