xs
xsm
sm
md
lg

อัยการฟ้องแล้ว! “พ.ต.ท.บรรยิน-ลูกน้อง” รวม 6 คน อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาที่ 1
อัยการฟ้องแล้ว พ.ต.ท.บรรยิน กับลูกน้อง รวม 6 คน คดีอุกฉกรรจ์อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาต่อศาลอาญาคดีทุจริต รวม 9 ข้อหาหนัก


ความคืบหน้ากรณีกองปราบปรามสรุปสำนวนคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ และพวกรวม 6 ราย วางแผนอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของผู้พิพากษา ก่อนนำศพไปเผาอำพรางในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

วันนี้ (18 พ.ค.) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คดีนี้นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ได้รับสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราบ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น โดยคดีดังกล่าวมี น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ เป็นผู้กล่าวหา ผู้ต้องหามีทั้งหมด 7 คน ได้แก่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, นายมานัส ทับทิม, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์, นายชาติชาย เมณฑ์กูล, นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข,ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ็อด วจีสัจจะ และชายไทยไม่ทราบชื่อ เป็นผู้ต้องหาที่ 1-7 ซึ่งคดีนี้สืบเนื่องจากนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของ น.ส.พนิดา ผู้พิพากษาถูกอุ้มฆ่าโดยมูลเหตุมาจากการทำหน้าที่ผู้พิพากษาในคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นจำเลยในคดีโอนหุ้น ของศาลอาญากรุงเทพใต้

ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานอัยการได้รับสำนวนแล้ว นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต จึงมอบหมายให้นายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี

เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่กลุ่มคนร้ายผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมอุกอาจ ประชาชนและสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าคดีมาอย่างต่อเนื่อง นายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 จึงมีคำสั่งของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 ที่ 5/2563 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาคดี ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ซึ่งคณะทำงาน ประกอบด้วย นายบุญยัง จุมพล อัยการผู้เชี่ยวชาญ นายไพบูลย์ วนพงศ์ทิพากร อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นคณะทำงาน พ.ต.อ.ธงชัย กีรติธรรมากร อัยการประจำกอง เป็นคณะทำงานและเลขานุการ และนายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งคณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาสำนวนการสอบสวนโดยรอบคอบแล้ว จึงเสนอความเห็นไปยังนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการคดีปราบปรามการทุจริต ซึ่งเห็นพ้องตามที่คณะทำงานเสนอ โดยสั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, นายมานัส ทับทิม, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์, นายชาติชาย มณฑ์กุล, นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.ออด วจีสัจจะ ผู้ต้องหาที่ 1-6 ในข้อหา 1. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิด 2. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งคาไถ่เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย 3. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

4. ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป 5. เป็นซ่องโจรโดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต 6. ร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป 7. ร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย 8. ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี 9. ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน และเฉพาะ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกฟ้องเพิ่มเติมในข้อหา สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญาอีกด้วย

นอกจากนี้ พนักงานอัยการยังขอให้นับโทษ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขคดีแดงที่ 636/2563 ที่ศาลลงโทษจำคุก พ.ต.ท.บรรยิน ในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ และนับโทษต่อจากโทษในคดีหมายเลขคดีดำ ที่ 4915/2559 ของศาลอาญาพระโขนงซึ่งพนักงานอัยการฟ้อง
พ.ต.ท.บรรยิน ข้อหาฆ่าเสี่ยชูวงษ์ โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอีกด้วย

สำหรับชายไทยไม่ทราบชื่อ ผู้ต้องหาที่ 7 พนักงานสอบสวนเสนอเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เพราะไม่มีพยานใดๆ ว่าผู้ต้องหาที่ 7 ไปร่วมกระทำผิดกับผู้ต้องหาที่ 1-6 เมื่อพนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงาน รองอธิบดีอัยการและอธิบดีอัยการพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวน โดยสั่งไม่ฟ้องชายไทยไม่ทราบชื่อผู้ต้องหาที่ 7 ตามเสนอ และ ผบ.ตร.เห็นชอบตามคำสั่งพนักงานอัยการดังกล่าว

นายประยุทธกล่าวต่อว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท บรรยิน กับพวกทั้ง 6 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วในวันนี้ ซึ่งพนักงานอัยการไม่ต้องส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คนเพราะผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่ในอำนาจศาลแล้ว ขั้นตอนต่อไปตามกฎหมาย ศาลจะเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ซึ่งไม่ว่าจำเลยจะให้การอย่างไร พนักงานอัยการก็ต้องสืบพยานเพราะเป็นคดีมีโทษประหารชีวิต และแม้เป็นคดีฆาตกรรม แต่เนื่องจากมีข้อหาข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบต่อหน้าที่รวมอยู่ด้วย คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องทุกข้อหาในคดีนี้ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ

ด้าน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภายหลังอัยการได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวก ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสอดีตเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ว่า ภายหลังจากที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกตกเป็นจำเลยที่ 1-6 แล้วศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้กำหนดนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งหก ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) เวลา 09.30 น ซึ่งศาลจะดำเนินการสอบคำให้การผ่านการประชุมจอภาพทางไกลผ่านจอภาพ หรือระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (VDO/Web Conference) ไปยังเรือนจำที่จำเลยทั้ง 6 คนถูกควบคุมตัวอยู่ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวก็เป็นไปตามคำแนะนำประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มาสนับสนุนการทำงานของศาลและสร้างความสะดวกร่วมกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19

สำหรับคำฟ้องอัยการระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 7 ม.ค. - 5 ก.พ. 2563 จำเลยทั้งหกได้ร่วมกันสมคบคิด วางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย เอาตัวนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้เสียหาย ไปหน่วงเหนี่ยวกักขัง และใช้ความปลอดภัยในชีวิตของนายวีรชัยต่อรองเรียกค่าไถ่ ข่มขืนใจ น.ส.พนิดา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามที่จำเลยทั้งหกต้องการ คือให้ผู้เสียหายมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 กับพวก ในคดีอาญาหมายเลขดำ 305/2561 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่ง น.ส.พนิดา เป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมกับให้มีคำสั่งคืนเงินหุ้นทั้งหมดในคดีแก่จำเลยที่ 1 หลังจากนั้นจะฆ่านายวีรชัยแล้วทำลายศพ โดยใช้ไฟเผาด้วยยางรถยนต์ ราดด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นการสมคบกันกระทำผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตน หลีกเลี่ยงให้พ้นอาญา และความผิดอื่นรวม 9 ข้อหา อันเป็นความผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

จำเลยทั้งหกวางแผนโดยใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่มีการนำป้ายทะเบียนคันอื่นมาติดป้ายทะเบียน โดยใช้โทรศัพท์หมายเลขที่เปิดใหม่ ใช้ชื่อบุคคลอื่นในการเปิดหมายเลข เป็นยานพาหนะและเครื่องมือติดต่อสื่อสารติดตามความเคลื่อนไหวของนายวีรชัยหลายครั้ง จนทราบว่าผู้ตายจะโดยสารรถสาธารณะจากบ้านพักมาส่งผู้เสียหายเพื่อทำงานตอนเช้าที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ และตอนเย็นก็จะมารับผู้เสียหายกลับบ้านพักเป็นประจำทุกวัน โดยวันที่ 4 ก.พ. 2563 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจสวมเครื่องแบบเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อให้นายวีรชัยและบุคคลอื่นเชื่อว่าจำเลยเป็นตำรวจ เพื่อความสะดวกในการจับตัวนายวีรชัยไปกักขังเรียกค่าไถ่ ข่มขืนใจ น.ส.พนิดา และนำตัวไปฆ่าเผาทำลายศพ โดยจำเลยที่ 1, 3, 4 และ 5 ร่วมกันแสดงเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ขอตรวจบัตรประชาชนนายวีรชัย แล้วร่วมกันล็อกคอฉุดลากบังคับผู้ตายไปกักขังในรถโตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ สีดำ ซึ่งได้นำมาจอดริมถนนหน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ต่อมานายวีรชัยได้ถึงแก่ความตายจากการถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังดังกล่าว

การกระทำของจำเลยทั้งหก จึงเป็นการร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนายวีรชัย จนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย โดยระหว่างที่ร่วมกันนำตัวนายวีรชัยมากักขังหน่วงเหนี่ยวในรถ ได้เดินทางมุ่งหน้าไป จ.นครสวรรค์ ยังได้ร่วมกันข่มขืนใจ น.ส.พนิดา ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในคดีอาญาหมายเลขดำ 305/2561 ให้ยกฟ้องและคืนเงินกับหุ้นที่ถูกอายัดไว้ โดยพูดกับผู้เสียหาย อาทิ “ถ้าไม่ยอมยกฟ้องเนี่ย คืนเงินกับหุ้นเนี่ยทั้งหมดให้เขา เขาให้กูเอาผัวมึงไปทิ้งได้เลย” “ถ้ามึงยอมนะ เอาเก็บไว้ในค่ายก่อน รอจนกว่ามึงตัดสินคดีเสร็จอะ ถ้ายกฟ้องต้องยกให้หมดเลย” “ให้ยกฟ้องทุกคน และคืนเงินหุ้นทั้งหมด” “ถ้ามึงบอกทำไม่ได้ วันนี้กูก็จะจัดการผัวมึงเลย รับรองหาซากไม่เจอ” “ถ้าไม่ยกฟ้อง หรือไม่มีตุกติก ผัวมึงจำหน่ายทันที” โดยจำเลยทั้งหกเข้าใจว่านายวีรชัยเป็นสามีของผู้เสียหาย

หลังจากนั้นจำเลยทั้งหกได้ปิดโทรศัพท์มือถือของนายวีรชัย แต่ น.ส.พนิดา ผู้เสียหายไม่สามารถกระทำการตามที่จำเลยทั้งหกข่มขืนใจดังกล่าวได้ ต่อมาจำเลยจึงได้ร่วมกันฆ่านายวีรชัยจนถึงแก่ความตาย โดยภายหลังจากที่จำเลยทั้งหกได้ร่วมกันกระทำความผิดแล้ว จำเลยที่ 1-5 มีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามแผนการที่จำเลยทั้งหกได้ร่วมกันวางแผนไว้ ได้นำยางรถยนต์สวมใส่ศพ นำน้ำมันเบนซินจุดไฟเผา แล้วร่วมกันเก็บชิ้นส่วนที่เหลือจากการเผาใส่ถุงพลาสติกหลายถุงทิ้งริมถนนสายนิคม-ห้วยดุก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่บ้านกลางแดด จ.นครสวรรค์ พร้อมนำทรัพย์สินของผู้ตาย เครื่องมือในการกระทำผิดทิ้งลงแม่น้ำปิง บริเวณหน้าวัดไทรใต้ เพื่อทำลายหลักฐาน เหตุเกิดที่แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ, อ.บางบัวทอง จ.สุพรรณบุรี, อ.ตาคลี อ.เมืองนครสวรรค์ เกี่ยวพันกัน

หากจำเลยทั้งหมดยื่นขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากคดีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวน่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายประการอื่น และหลบหนี หากจำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ โจทก์ประสงค์ขอสืบพยานรับสารภาพของจำเลย โดยการกระทำของจำเลยทั้งหกในคดีนี้เป็นการกระทำที่ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง อุกอาจ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของประเทศ จึงขอศาลลงโทษจำเลยทั้งหกสถานหนักด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...