xs
xsm
sm
md
lg

พิพากษา “บรรยิน” กับพวก คดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์พรุ่งนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ศาลนัดฟังพิพากษา “บรรยิน” กับพวก คดีโอนหุ้น “เสี่ยชูวงษ์” พรุ่งนี้ พร้อมอ่านออนไลน์ให้บรรยินฟังในเรือนจำ

วันนี้ (19 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.) เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง นัดอ่านคำพิพากษาคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือ เสี่ยจืด อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาหมื่นล้าน หมายเลขดำที่ อ.305/2561 (รวมกับคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมแล้ว) ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ และ นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ 57 ปี ภรรยาของนายชูวงษ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกสามี กับครอบครัวของนายชูวงษ์ รวม 4 ราย ที่เป็นผู้เสียหาย เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง น.ส.กัญฐณา หรือ น้ำตาล ศิวาธนพล อายุ 30 ปี อดีตพริตตี้คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน, น.ส.อุรชา หรือ ป้อนข้าว วชิรกุลฑล (ชื่อปัจจุบัน น.ส.วัชรียา หรือ น้ำมนต์ วัชรประยงค์วุฒิ) อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่การตลาด หรือโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง และคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 57 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน และ น.ส.ศรีธรา พรหมา อายุ 56 ปี มารดาของ น.ส.อุรชา เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ลักทรัพย์ และรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 334, 335 วรรคหนึ่ง (5) (7) กับวรรคสาม, 357

นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ เปิดเผยว่า จะไปร่วมฟังคำพิพากษาตามนัดหมายอย่างแน่นอน จะไปรอฟังข่าวดีที่เราเรียกร้องความเป็นธรรมมา คดีนี้ 4 ปีกว่าแล้ว เพิ่งถึงศาลชั้นต้น สำหรับมูลค่าหุ้นในคดีนี้นั้นมีจำนวนกว่า 300 ล้านบาท มูลค่าปัจจุบันก็มากกว่า 400-500 ล้านบาทไปแล้ว

ขณะที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ต่อสื่อมวลชนในการนัดอ่านคำพิพากษานี้ ว่า 1. ท่านที่จะเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาที่ศาลขอให้ลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้ แต่จำเลยที่ 3 (พ.ต.ท.บรรยิน) ไม่ได้เบิกตัวมาที่ศาล ใช้การอ่านคำพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ฟังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่จำเลยที่ได้รับการประกันตัวที่ต้องเดินทางมาศาล 2. การคัดกรองกรณีโควิด จะตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าศาล มีเจลบริการ แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามันทุกท่าน 3. ศาลอาญากรุงเทพใต้จะจัดเตรียมสรุปย่อผลคำพิพากษาส่งให้ทีมงานโฆษกศาลยุติธรรมเพื่อส่งให้สื่อมวลชนต่อไป ถ้าไม่จำเป็นจึงไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2561 กรณีกล่าวหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและโอนหุ้น มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ของนายชูวงษ์ไปโดยมิชอบ ก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิตจากเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม.ของนายชูวงษ์ ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ขับ เกิดเสียหลักไปชนกับต้นไม้ที่ริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ช่วงปี 2558 ซึ่งพฤติการณ์คดีได้กล่าวหา น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 ที่รู้จักกับนายชูวงษ์ กับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค ประเทศไทย ขณะที่ น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 โบรกเกอร์ซึ่งเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยินนั้น ร่วมกับ พ.ต.ท.บรรยิน ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน)

ต่อมาจำเลยทั้งสามได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณา โดย น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 ประกัน 5 ล้านบาท, น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 ประกัน 3 ล้านบาท และ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ประกัน 5 ล้านบาท พร้อมกับมีเงื่อนไขห้ามออกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย แต่เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2563 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตการปล่อยชั่วคราว พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ในคดีโอนหุ้นนี้ และให้ออกหมายขังจำเลยไว้ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากปรากฏเหตุว่า พ.ต.ท.บรรยิน ถูกสอบสวนคดีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกับพวกรวม 6 คน ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานฯ, พยายามข่มขืนใจโดยร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวฯ, เป็นซ่องโจร รวม 3 ข้อหา จากที่เกิดเหตุช่วงต้นเดือน ม.ค. 2563 คนร้ายลักพาตัวพี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ เพื่อบังคับกดดันผลคดีให้ยกฟ้อง ซึ่งพี่ชายของผู้พิพากษาได้เสียชีวิตระหว่างถูกลักพาตัวไป

ในส่วนของคดีแพ่งกรณีการโอนหุ้นนี้ ครอบครัวของนายชูวงษ์ได้ยื่นฟ้องแพ่ง 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ พ.1280/2559 ฟ้อง น.ส.กัญฐณา, พ.ต.ท.บรรยิน, บ.หลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กับเจ้าหน้าที่หลักทรัพย์อีก 2 ราย เป็นจำเลยที่ 1-5 ในฐานความผิด ผิดสัญญา, เพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้น, ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน จำนวนทุนทรัพย์ 245,100,000 บาท กับคดีหมายเลขดำ พ.1409/2559 ฟ้อง น.ส.ศรีธรา, น.ส.อุรชา หรือ น.ส.วัชรียา, พ.ต.ท.บรรยิน และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในฐานความผิด ผิดสัญญา, เพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้น, ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน, สินสมรส จำนวนทุนทรัพย์ 37,887,609 บาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...