xs
xsm
sm
md
lg

เมีย"อับดุลเลาะ"ร้องดีเอสไอ หาตัวการทำผัวดับ หลังถูกจับไปที่ค่ายอิงคยุทธ

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



- ภรรยาและญาติ"อับดุลเลาะ"ผู้ต้องหาที่ถูกสอบสวนภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร และเสียชีวิตเนื่องจากสมองบวม เข้าพบ ดีเอสไอ เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อายุ 34 ปี ที่บ้านพักใน ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มาสอบสวนภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ภายใต้กฎหมายพิเศษและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สาเหตุสมองขาดออซิเจน ภายหลังการถูกควบคุมตัวเพียง 13 ชั่วโมงตามกฎหมายพิเศษ (อัยการศึก) เมื่อวันที่ 25 ส.ค.62

ล่าสุด วันนี้ (21 พ.ย.) เวลา 13.30 น. ณ กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม พร้อมด้วย น.ส.ซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยานายอับดุลเลาะ และ นายโมฮัมมัด รอฮัด มามุ ลูกพี่ลูกน้องนายอับดุลเลาะ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องขอให้รับเป็นคดีพิเศษและตรวจสอบหาบุคคลที่ทำให้นายอับดุลเลาะเสียชีวิต

นายปรีดา เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีหลังได้มีการร้องทุกข์ไว้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยวันนี้พนักงานสอบสวนให้ญาติผู้เสียชีวิตเข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมและมีความประสงค์ให้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะที่ผ่านมาได้ไปยื่นเรื่องกับหลายหน่วยงานแต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นทหาร การเข้าถึงข้อมูลความมั่นคงของญาติเป็นไปได้ยาก จึงอยากให้ดีเอสไอ สืบเสาะและสืบสวนให้ปรากฎความจริง โดยเฉพาะทหารที่เข้ามาควบคุมตัวนายอับดุลเลาะ

"ทางญาติและชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพราะกรณีที่เกิดขึ้นกับนายอัลดุลเลาะไม่ใช่ครั้งแรกแต่มีคนตายจากเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน 5-6 รายแล้ว อยากให้มีมาตราการการป้องกัน เช่น การมีทนายเข้ารับฟังการสอบสวน หรือมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้งานได้จริงตลอด 24 ชม. ขณะถูกควบคุมตัว เพื่อเป็นการแสดงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยต่อตัวผู้ที่ต้องถูกซักถามเพราะเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้ต้องหา" ทนาย กล่าว

ด้าน นายโมฮัมมัด กล่าวว่า นายอับดุลเลาะเป็นเสาหลักของครอบครัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แต่ในระยะเวลาเพียง 8 ชั่วโมง กลับถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสมองบวม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีสุขภาพแข็งแรง เมื่อขอประวัติจากโรงพยาบาลในพื้นที่ก็ไม่พบว่า นายอับดุลเลาะ เคยมีอาการป่วยหรือเข้ารับการรักษา ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่รัฐได้พยายามเจรจาเพื่อเยียวยา ซึ่งทางญาติยังไม่อยากรับไว้เพราะถ้าหากรับก็เท่ากับยอมรับถึงการตายของนายอัลดุลเลาะ ส่วนตัวคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ควรจะให้คำตอบและข้อเท็จจริง ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในค่ายและสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเนื่องจากนายอับดุลเลาะไม่ได้แสดงอาการขัดขืน ส่วนเรื่องเยียวยาค่าเสียหายขณะนี้ ศอ.บต. ได้ยื่นเงินเข้าช่วยเหลือเป็นเงิน 5 แสนบาท

ขณะที่ น.ส.ซูไมยะห์ เผยว่า ภายหลังจากที่สามีเสียชีวิต ความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ลำบาก ซึ่งครอบครัวยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังจำวินาทีที่ทหารเข้ามาเชิญตัวสามีไปยังศูนย์ซักถามได้ และไม่คิดมาก่อนว่าการที่สามีออกไปกับทหารครั้งนั้น จะไม่มีโอกาสกลับมาอีกเลย


กำลังโหลดความคิดเห็น...