xs
xsm
sm
md
lg

เปิดภารกิจ-ย้อนประวัติ น.1-5 “ไพศาล ลือสมบูรณ์” ผู้สร้างตำนานเมืองหนองคาย

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



(Police Focus)

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เตรียมความพร้อมในการเสด็จของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ตามคำเชิญของรัฐบาลไทย และ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาสเชิญเฉลิมฉลอง 350 ปี แห่งการสถาปนามิสซังสยามและฉลอง 50 ปี แห่งสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและนครรัฐวาติกัน ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. 2562

พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานกิจการพิเศษ 2 (กศ.2) บอกว่า เป็นภารกิจสำคัญต่อจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และเทศกาลวันลอยกระทง ตำรวจ บช.น.ได้รับมอบหมายรับผิดชอบ เรื่อง การถวายความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ผมกำชับให้ตำรวจทุกคนรู้บทบาทรู้หน้าที่ของตัวเอง ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่แสดงฝีมือสุดความสามารถ

รู้สึกถูกใจมากเมื่อตอน ผบช.น.ให้รับผิดชอบงาน กศ.2 ผมไม่กลัวเรื่องงาน ไม่กลัวเหนื่อย ผมอยากเหนื่อย อยากมีงานทำ ขอให้ผู้บังคับบัญชาดูเราที่ผลงาน บางงานยอมรับว่าไม่ค่อยมีประสบการณ์ มาจากบ้านนอกพอเจองานประชุมสุดยอดอาเซียน โชคดีเคยผ่านงานด้านนี้จนราบรื่นไม่ติดขัด เป็นประสบการณ์ที่ผมยอมเหนื่อยเช่นเดียวกับในวันที่ “โป๊ปฟรานซิส” จะเสด็จเยือนประเทศไทย

“ความสำเร็จต้องจบด้วยความราบรื่นสมบูรณ์ไม่มีเหตุใดๆ น้ำชโลมใจของผู้ใต้บังคับบัญชา คือ คำชื่นชม คำยินดี คำชมเชยจากผู้บังคับบัญชา งานประชุมอาเซียนที่ผ่านมา น.1 บอกว่า เต๋อ ขอบใจมากนะ ดีมาก ได้ยินแค่นี้เราก็ชื่นใจแล้ว ผมอยากบอกว่าทุกวันนี้เมื่อเรามีโอกาส มีเวลา มีสนาม เขาให้เราเล่น ให้เราแสดงฝีมือ ถ้าทิ้งโอกาส ทิ้งเวลา ทิ้งสนามตรงนี้ไป คงหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้แล้ว”

ย้อนประวัติ รองเต๋อ เดิมเป็นคนบ้านนอก จ.ชลบุรี พ่ออยากให้เป็นทหารเรือเหมือนพ่อแต่ชื่นชอบเครื่องแบบ นตท.และ นรต.อยากช่วยเหลือประชาชนอาชีพ ตำรวจ จึงตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด จบ.นรต.รุ่น 43 เติบโตในเส้นทางสายสอบสวนกลาง อาทิ บก.ปอศ. บก.ป. บก.ปคม. บก.อก.บช.ก. บช.ทท. แฉลบนครบาลเป็น ผกก.สน.ปทุมวัน จากนั้นไปพึ่งบารมี “หลวงพ่อพระใส” ที่ จ.หนองคาย

เป็น ผกก.สภ.เมืองหนองคาย รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย และ ผบก.ภ.จว.หนองคาย ข้อมูลจากกองทะเบียนพลเป็นคนเดียวใน สตช.ที่รับตำแหน่งในหน่วยเดิมต่อเนื่องนานที่สุดกว่า 9 ปี ได้สร้างผลงานจนชื่อของ พล.ต.ต.ไพศาล เป็นตำนานแห่งดินแดนวีรกรรมปราบฮ่อ ผบก.ภ.จว.หนองคาย เป็นเก้าอี้ที่หลายคนหมายปองการจะไปอยู่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การสร้างตำนานให้แก่จังหวัดและตัวเองเป็นเรื่องยาก

ตำนานเมืองหนองคาย เล่าว่า ผมเดินตรวจตามถนนหนทางไม่ว่าจังหวัดไหนหรือ กทม.ก็ตามเห็นกล้องวงจรปิด CCTV เยอะแยะไปหมด ทั้งของหน่วยงานราชการ เอกชน และของชาวบ้านประสิทธิภาพกล้องแค่ 55 เปอร์เซ็นต์ จึงเกิดความคิดสร้าง ระบบควบคุมสัญญาณ โดยบูรณาการกล้องวรจรปิดทั้ง จ.หนองคาย มามอนิเตอร์ไว้ที่ บก.ภ.จว.หนองคาย ไม่ต้องไปลงทุนติดตั้งใหม่ซึ่งใช้งบประมาณมาก

ขณะนั้นใน จ.หนองคาย มีกล้องประมาณ 3.5 พันกว่าตัว ผมเขียนโครงการของบประมาณจัดซื้อ ซอฟต์แวร์ ด้วยงบ 10 ล้านบาท ตอนนั้นเดินทางไปที่สำนักงบประมาณ ผมยืนพรีเซนต์ตั้งแต่ 09.00-15.00 น. เจ้าหน้าที่บอกว่าโครงการของผมไม่ผ่าน เพราะเป็นการติดตั้งกล้องใหม่จึงไม่อนุมัติ ผมบอกว่าช่วยกลับไปอ่านใหม่สุดท้ายงบประมาณผ่านการอนุมัติ แต่เขาพูดทิ้งท้ายไว้ว่า เราจะกลับไปตรวจ

“ชั้น 3 ของตึกผมสั่งทุบเพื่อตั้งเป็นศูนย์เฝ้าระวังกล้องวงจรปิด เสร็จแล้ววางระบบจนเป็นรูปเป็นร่างแม่ทัพภาค 2 เดินทางมาดูแล้วสั่งการให้ทุกจังหวัดในภาคอีสาน ใช้ศูนย์เราเป็นแม่แบบด้วยจำนวนเงิน 10 ล้านบาท รวมทั้งยังเป็นแม่แบบของตำรวจภูธรภาค 3 และ 4 เจ้าหน้าที่อนุมัติโครงการมาตรวจ 2 รอบ พูดว่าไม่น่าเชื่อเงิน 10 ล้านบาทจะทำได้ขนาดนี้ นอกจากนี้ ได้รับคำชมว่าคุณใช้ใจทำไม่ได้ใช้เงินทำ”

น้องเล็กแห่งบอร์ด บช.น.เล่าต่อว่า ได้รับหนังสือคำเชิญจากปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ไปบรรยายระหว่างการประชุม ครม.สัญจรหนองคาย ในวันที่ 12 ธ.ค. 2561 ทุกวันนี้ก็ได้นำนโยบายดังกล่าวไปใช้ ทั้งนี้ ได้มีการจัดอันดับจังหวัดที่มีการพัฒนาดีเด่น ปี 2562 ปรากฏว่า มี 2 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น และ จ.หนองคาย โดยวัดจากหลายตัวชี้วัดซึ่ง 1 ในตัวชี้วัดของ จ.หนองคาย มีศูนย์ของผมรวมอยู่ด้วย

ที่ผ่านมา ศูนย์สามารถช่วยแกะรอยคลี่คลายในหลายๆ คดี เช่น เคยมีเหตุยิงกันตายในพื้นที่ สน.หนองแขม เสร็จแล้วคนร้ายหลบหนีขึ้นไปทาง จ.บึงกาฬ โดย สว.สส.สน.หนองแขม คนหนึ่งพร้อมชุดจับกุมช่วยกันติดตามคนร้ายพอเข้าในพื้นที่ จ.หนองคาย สามารถไล่กล้องได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร สว.คนนั้นพูดว่าไม่อยากเชื่อว่าจังหวัดบ้านนอกจะมีแบบนี้

“ผมอยากสร้างผลงาน อยากสร้างตำนาน อยากสร้างทุกสิ่งทุกอย่างไว้ตรงนี้ เพื่อเป็นชื่อเสียงของผมและหน่วยงานของผม ตอนมาเป็นน้องใหม่ที่จังหวัดนี้ มีความรู้สึกว่าอยากสร้างสิ่งดีๆ ให้จังหวัด ยอมรับว่าชีวิตที่ผ่านมาเคยทำสิ่งไม่ดีไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนดี มนุษย์ใครจะดีร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้ เป็นผู้กำกับเมืองหนองคายมีคติประจำใจคือ ดูแลประชาชนให้ดี”

น.1-5 วัย 53 ปี ให้ข้อคิดว่า ตำรวจถ้าเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะได้อะไรจากประชาชนเยอะมาก แต่ระบบบางครั้งทำให้ข้าราชการตำรวจ ไม่ค่อยเห็นประชาชนเป็นพระเจ้า ตำรวจดันไปเห็นนายคือพระเจ้า ดูแลนายเท่านั้นถึงจะเจริญก้าวหน้า ดูแลประชาชนแล้วประชาชนให้อะไร ทำให้ตำรวจไม่สนใจประชาชน แต่ถ้าประชาชนมีส่วนทำให้เจริญก้าวหน้า เชื่อว่าตำรวจจะให้ความสำคัญกับประชาชน

ทุกวันนี้การดูแลประชาชนเป็นเรื่องหัวจิตหัวใจ เป็นเรื่องสามัญสำนึก เป็นเรื่องความรู้สึกในใจว่า ทำไมวันนั้นเราอยากมาเป็นตำรวจ แล้วทุกวันนี้แต่งเครื่องแบบตำรวจแล้ว เราต้องทำอะไรในหัวใจจิตวิญญาณ ความรู้สึกก็คือ เราต้องดูแลประชาชนให้ดี บางคนเข้ามาเป็นตำรวจไม่ได้คิดเหมือนผม บ้างก็พ่อแม่บังคับ บ้างก็อยากมีอะไรหลายๆ อย่าง แต่สำหรับผมตอนนั้นอยากช่วยเหลือชาวบ้าน…ตอนนี้ผมก็ยังคิดเช่นนี้...














กำลังโหลดความคิดเห็น...