xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ส.เปิดอบรมควบคุมดูแลการปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เป็นพืชเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการปฏิบัติงานควบคุมและกำกับดูแลการปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เป็นพืชเศรษฐกิจ เรื่อง มาตรการควบคุมและกำกับดูแล ตาม มติ ครม. 6 ก.ย. 59

วันนี้ (17 พ.ค.) ณ โรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่ และ ศึกษาการปฏิบัติงาน ณ สถานีเกษตรหลวงปางดะ จ.เชียงใหม่ นายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการปฏิบัติงานควบคุมและกำกับดูแลการปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 18 พ.ค. 61 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการควบคุม กำกับดูแลการปลูกกัญชงและพิจารณาอนุญาตกัญชง เพื่อให้การเพาะปลูกกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอย่างแท้จริง สำหรับผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย คณะทำงานควบคุมและกำกับดูแลกัญชง ระดับจังหวัด จำนวน 8 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก แพร่ เพชรบูรณ์ ปทุมธานี และ ขอนแก่น ชุดปฏิบัติการตรวจสอบเฮมพ์ จำนวน 14 อำเภอ และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. รวม 150 คน

นายชลัยสิน เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 6 ก.ย. 59 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่ายหรือไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณากำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลให้เข้มงวด โดยจัดตั้งกลไกการควบคุมในระดับต่างๆ คำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 7/2560 เรื่อง มาตรการควบคุมและกำกับดูแลเฮมพ์ (กัญชง) เป็นพืชเศรษฐกิจ ลงวันที่ 26 พ.ค. 60 กำหนดให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด แต่งตั้งคณะทำงานควบคุมและกำกับดูแลกัญชง ระดับจังหวัด 1 ชุด มีหน้าที่ในการปฏิบัติการควบคุม และตรวจสอบในพื้นที่จังหวัด และให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอแต่งตั้งชุดปฏิบัติการตรวจสอบระดับอำเภอ 1 ชุด มีหน้าที่ในการปฏิบัติการควบคุมและตรวจสอบในพื้นที่ระดับอำเภอ

“ในปี พ.ศ. 2561 มีพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว จำนวน 4 จังหวัด 8 อำเภอ ได้แก่ อ.สะเมิง อ.ฝาง อ.แม่วาง อ.แม่แจ่ม อ.หางดง จ.เชียงใหม่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย อ.สองแคว จ.น่าน และ อ.พบพระ จ.ตาก และอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตจาก อย. จนถึงขณะนี้ มีจำนวน 5 จังหวัด 5 อำเภอ ได้แก่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ มีพื้นที่อนุญาตมีไว้ครอบครอง จำนวน 1 จังหวัด ได้แก่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะต้องอบรมชี้แจงทำความเข้าใจกลไกการทำงานในพื้นที่ทั้ง 2 ระดับ ให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีการขออนุญาตได้”

นายชลัยสิน เผยอีกว่า การอบรมในครั้งนี้ ในส่วนของคณะทำงานควบคุมและกำกับดูแลกัญชง ระดับจังหวัด ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด ปลัดจังหวัด ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ภาคที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนเกษตรจังหวัด นายอำเภอในพื้นที่ที่มีการดำเนินการเรื่องกัญชง เป็นคณะทำงาน และ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ศอ.ปส.จ. เป็นคณะทำงานและเลขานุการ รวมถึง ส่วนของชุดปฏิบัติการตรวจสอบกัญชง ระดับอำเภอ จะมีปลัดอำเภอที่รับผิดชอบด้านยาเสพติดเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ ในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นชุดปฏิบัติการ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติการควบคุม ตรวจสอบการดำเนินการเรื่องกัญชง ในพื้นที่อำเภอเป็นไปอย่างถูกต้อง รวมถึงการตรวจสอบให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการเรื่องกัญชง ในพื้นที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ตลอดจนทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่และข้างเคียง ให้เข้าใจกฎหมายและการปลูกกัญชงในพื้นที่

นายชลัยสิน เผยต่อว่า การอบรมจะได้นำผู้เข้ารับการอบรมลงพื้นที่สถานีเกษตรหลวงปางดะ เพื่อศึกษาการดำเนินงานการวิจัยและการปรับปรุงสายพันธุ์กัญชง การจัดระบบการปลูกเฮมพ์ ภายใต้ระบบควบคุมให้มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนา บินอล (Tetrahydrocannabinol - THC) ต่ำกว่า 0.3 เปอร์เซ็นต์ และวิธีการตรวจสอบหาปริมาณ THC ซึ่งเป็นกลไกการควบคุมและกำกับดูแลการปลูกกัญชงจากภาครัฐ ที่ได้กำหนดการขออนุญาตปลูก พื้นที่ปลูก และให้ใช้ประโยชน์ได้เฉพาะตามที่ได้รับอนุญาต และต้องมีการตรวจวัดปริมาณสาร THC ของกัญชงที่ปลูก ต้องไม่เกิน ร้อยละ 1.0 ต่อน้ำหนักแห้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำกัญชงไปใช้ในทางที่ผิด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงให้มากขึ้นด้วย



กำลังโหลดความคิดเห็น...