xs
xsm
sm
md
lg

ศาลออกหมายจับ “ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น” คดีหวย 30 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
MGR Online - ศาลออกหมายจับ “ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น” หลัง ผบช.ก.และชุดคลี่คลายคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน หอบสำนวนคำร้องเสนออธิบดีศาลอาญา

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (28 ก.พ.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.), พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 ป., พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก ผกก.หัวหน้ากลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปรามปราม และคณะพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน รวมเกือบ 10 นาย ได้เดินทางเข้าพบนายบุญชู ทัศนประพันธ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมนำสำนวนและคำร้องขอออกหมายจับเข้าปรึกษาหารือ โดยภายหลังพนักงานสอบสวนก็ได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราช และคณะก็ได้เดินทางออกจากศาล

โดย พล.ต.ท.ฐิติราช ผบช.ก.กล่าวว่า มั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่นต่อศาลเพื่อให้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้ต้องรอว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีใครบ้างนั้น ต้องรอการแถลงข่าวจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในช่วงบ่ายวันนี้

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงรอคำสั่งจากศาลว่าจะมีคำสั่งอย่างไร ซึ่งบุคคลที่พนักงานสอบสวนมาขอหมายจับ รวมทั้งข้อหานั้นเป็นไปตามข่าวที่นำเสนอก่อนหน้านี้ ส่วนพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาลในขณะนี้เพียงพอแล้ว และศาลไม่ได้เรียกขอพยานเพิ่มเติมแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ที่มีความเห็นจากหลายฝ่ายระบุว่าเหตุใดพนักงานสอบสวนไม่ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อหา พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ขอให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะเป็นผู้พิจารณา

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในการเดินทางมาพบอธิบดีศาลอาญานั้น ผบช.ก.และ ผบก.ป.ได้หลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่รอดักสัมภาษณ์อยู่ด้านหน้าอาคารศาลอาญา โดยทั้งสองได้เดินบันไดด้านหลังอาคารศาลอาญาและมารอลิฟต์เพื่อขึ้นไปพบอธิบดีศาลอาญาที่ห้องทำงานชั้น 10 ศาลอาญา

กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. ศาลได้แจ้งคำสั่งให้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป และคณะที่ยังรออยู่ โดยศาลอาญา พิจารณาพยานหลักฐานต่างๆแล้ว มีคำสั่งอนุมัติหมายจับนายปรีชา ใคร่ครวญ ที่ จ.367/2561 และหมายจับนางรัตนาพร สุภาทิพย์ ที่ จ.368/2561ลงวันที่ 28 ก.พ. 2561ผู้ต้องหาที่1-2 ตามข้อหาดังกล่าว

โดยศาลพิจารณาคำร้องและพยานหลักฐาน จากที่เป็นบันทึกการแจ้งความร้องทุกข์ ของ ร.ต.ท. จรูญ วิมูล ปัจจุบันเป็นผู้ครอบครองสลาก ซึ่งได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายปรีชา ในความผิดฐานผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และความผิดฐานผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 173

และ สำนวนการแจ้งความร้องทุกข์ที่ พ.ต.ท.ประวีณ ปาณะศรี รอง ผกก. (สอบสวน ) กก.5 บก.ป.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายปรีชา และนางรัตนาพร ในความผิดฐานผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 , ความผิดฐานผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 173 , ถ้าการแจ้งความตาม มาตรา173 เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 174 วรรคสอง , ความผิดฐานผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร มหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 267 ประกอบมาตรา 83 แล้ว

เมื่อพิจารณาประกอบพยานหลักฐานอื่นๆ แล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อบุคคลนั้นน่าจะได้รกระทำผิดอาญา และคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี จึงให้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดี มีอัตราโทษเกิน 3 ปี ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจให้ออกหมายจับได้แม้พนักงานสอบสวนจะยังไม่เคยออกหมายเรียกผู้ต้องหา


กำลังโหลดความคิดเห็น...