MGR Online - แม่ “สุทิน ธราทิน” แกนนำโค่นระบอบทักษิณ กปท. ร้อง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ หลังลูกชายเสียชีวิตกว่า 3 ปี กรณีร่วมชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้าที่หน่วยเลือกตั้งเขตบางนา บริเวณวัดศรีเอี่ยม เมื่อปี 57 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า
วันนี้ (20 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายทศพล แก้วทิม แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) พร้อม นางสาโรจน์ ธราทิน มารดาของ นายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงมวลชนที่ไปคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งเขตบางนา บริเวณวัดศรีเอี่ยม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง
นายทศพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 57 โดยตนได้ตามคดีนี้มาทุกปี แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งเห็นว่าการเสียชีวิตของ นายสุทิน เกี่ยวข้องกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ใช้อำนาจหน้าที่เป็นปฏิปักษ์ และไม่เป็นธรรมกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุม จึงเชื่อได้ว่า หากคดีการเสียชีวิตของนายสุทิน ยังอยู่ในอำนาจการสืบสวนสอบสวนของ สตช. ต่อไป ย่อมจะไม่เกิดความเป็นธรรมอย่างแน่นอน
นายทศพล กล่าวอีกว่า คดีนี้เป็นความผิดทางอาญาที่มีความซับซ้อน ต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยายหลักฐานเป็นพิเศษ อีกทั้งเป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข (กปปส.) จึงเป็นคดีพิเศษตามข้อ 4 ของประกาศดีเอสไอ เรื่องมติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดฐานอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ลงวันที่ 18 ธ.ค. 2556 ดังนั้น จึงขอให้ดีเอสไอ รับไว้ทำการสืบสวนและสอบสวนความผิดกรณีการเสียชีวิตของ นายสุทิน ไว้เป็นกรณีพิเศษด้วย
“ก่อนหน้านี้ เคยมายื่นเรื่องที่ ดีเอสไอ แล้วว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการชุมุนมของ กปปส. แต่ ดีเอสไอ บอกเหตุผลว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการและขณะนี้ผ่านมา 3 ปีแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ขณะที่ทางรัฐบาลเองต้องการให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราก็ยอมรับแล้วหลายคดีที่พวกเราตกเป็นผู้ต้องหาก็เข้าสู่กระบวนการของศาลแล้ว แต่ทำไมในคดีที่พวกเราเป็นผู้เสียหาย บาดเจ็บล้มตาย ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ พวกเรามีความวิตกอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลทหารแต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ในขณะที่เวลาของรัฐบาลนี้เหลือน้อยเต็มที ซึ่งถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็จะยิ่งลำบากให้คดีนี้ปรากฏเป็นความจริง ดังนั้นเราจึงหวังว่าความเป็นอิสระของดีเอสไอ จะทำให้คดีมีความคืบหน้ามากกว่าตอนนี้”
ด้าน ร.ต.อ.ปิยะ เผยว่า วันนี้ก็จะรับเอกสารที่ นางสาโรจน์ มายื่นเพื่อพิจารณาและส่งต่อไปยังศูนย์รับเรื่องฯ จากนั้นจะส่งไปที่กองงานพิเศษ ก่อนที่จะส่งให้ อธิบดีดีเอสไอ ดำเนินการขั้นตอนต่อไป


