xs
xsm
sm
md
lg

สื่อไทย-เทศ แน่นหน้าศาลฎีกาฯ “ทนายปู” มาฟังคำพิพากษา ยันไม่รู้ที่อยู่ ไร้เงาแกนนำกองเชียร์เสื้อแดง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ทนาย “ยิ่งลักษณ์” มาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยันไม่ได้มีการประสาน ยังไม่ทราบอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหน ตร.ตรึงกำลัง 2 กองร้อย ไร้เงาแกนน้ำกลุ่มเสื้อแดงเชียร์ให้กำลังใจ สื่อแห่ปักหลักเนืองแน่น

วันนี้ (27 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ โดยนายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าวคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 พร้อมองค์คณะรวม 9 คน นัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อายุ 50 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีนี้มาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่เดินทางมาศาล โดยให้ทนายแจ้งว่ามีอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ จึงขอเลื่อนการฟังคำพิพากษา ส่วนโจทก์คัดค้านไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจริงเนื่องจากไม่มีใบรับรองแพทย์ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ป่วยถึงขนาดมาศาลไม่ได้ พฤติการณ์มีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลย และปรับนายประกันเต็มสัญญา (30 ล้านบาท) และให้เลื่อนมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของศาลนำแผงเหล็กมากั้นเพื่อดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่หน้าอาคารศาล ขณะที่ตำรวจนครบาล 2 พร้อมด้วยตำรวจควบคุมฝูงชน และกองร้อยน้ำหวาน จัดกำลังตรึงแถวอยู่ด้านหน้าอาคารศาล ทางเข้าศูนย์ราชการกว่า 2 กองร้อย เป็นการปรับลดกำลังดูแลพื้นที่ลง ต่างจากการนัดฟังคำพิพากษาในครั้งก่อน โดยไม่มีการปิดกั้นการจราจรทางเข้าศูนย์ราชการ โดยเปิดให้ประชาชนสัญจรไปมาตามปกติ

ขณะที่สื่อมวลชนทั้งจากสำนักข่าวไทยและต่างประเทศยังคงมาปักหลักติดตามผลการพิพากษาในครั้งนี้ ซึ่งการเข้าไปในห้องพิจารณาคดีนั้น ศาลฎีกาฯ ใช้มาตรการเดิมโดยให้สื่อมวลชนแจ้งรายชื่อผู้เข้าไปยังห้องพิจารณาคดีล่วงหน้า พร้อมแลกบัตรและห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในห้องพิจารณา

ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีจำนำ ได้กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการประสานกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน โดยทีมทนายยังไม่ได้มีการพูดคุยหารือถึงแนวทางคำพิพากษาแต่อย่างใด

ส่วนกระแสข่าวที่นายกฯ บอกว่ารู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน นายนรวิชญ์กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ดี เชื่อว่าวันนี้ศาลจะอ่านคำพิพากษาลับหลัง เพราะไม่มีเหตุผลจะเลื่อนอีก ส่วนคำพิพากษาที่จะมีวันนี้จะเปิดทางให้ขอลี้ภัย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะแสดงจุดยืนหลังจากนี้หรือไม่ นายนรวิชญ์กล่าวว่า ตอบไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูล

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. นายไพโรจน์ โปเล็ม เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนภายในห้องพิจารณาคดีว่า องค์คณะผู้พิพากษาได้มีการประชุมตั้งแต่ 07.00 น. เพื่อจัดทำคำพิพากษากลาง โดยคาดว่าคำพิพากษาจะแล้วเสร็จในเวลา 11.00 น. พร้อมระบุว่าศาลจะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้เนื่องจากเป็นการเลื่อนอ่านคำพิพากษามานัดหนึ่งแล้ว ไม่ใช่การอ่านคำพิพากษาครั้งแรก ตามกฎหมายแม้ไม่มีจำเลยก็สามารถอ่านคำพิพากษาได้

ขณะที่การคัดกรองบุคคลเข้าไปในห้องพิจารณาคดีจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่ของศาลได้ตรวจสอบรายชื่อว่าตรงกับที่แจ้งไว้ล่วงหน้าหรือไม่ จุดที่ 2 ตรวจสอบรายชื่ออีกครั้งพร้อมแลกบัตรแสดงตัวตน จุดที่ 3 ผ่านเครื่องสแกนวัตถุ จุดที่ 4 จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในกระเป๋าอย่างละเอียด โดยไม่อนุญาตให้นำวัตถุที่เป็นโลหะ เช่น กุญแจรถเข้าไปภายใน โดยต้องฝากเจ้าหน้าที่ไว้โดยมีภาพวิดีโอการจัดเก็บของต่างๆ พร้อมมีจ้าหน้าที่ตรวจค้นตัวอย่างละเอียด เมื่อเสร็จเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะมีการติดสติกเกอร์แสดงสัญลักษณ์ว่าได้รับการตรวจสอบแล้วก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาโดยมีเจ้าหน้าที่ของศาลดูแลทั้งภายในและนอกห้อง

นอกจากนี้ องค์คณะผู้พิพากษาได้มีการประชุมหารือคดีรับจำนำข้าวจีทูจี หรือรัฐต่อรัฐ กรณีจำเลยที่ 21 คือ น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร ลูกสาวนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ที่ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดก่อน และศาลได้ออกหมายจับให้นำตัวมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ แต่ไม่สามารถติดตามตัวมาได้ และศาลได้ออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้ว ศาลจึงงดอ่านคำพิพากาษาในวันนี้ ถือว่าจำเลยรับทราบผลคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี พร้อมออกหมายจับติดตามตัวมาบังคับผลตามคำพิพากษา





กำลังโหลดความคิดเห็น