xs
xsm
sm
md
lg

เบื้องหลังความสำเร็จคดีฆ่า 8 ศพยกตระกูล “สังหลัง” ปรบมือดังๆ “ทีมงาน 36”ควบคุมคุณภาพโดย “บิ๊กแป๊ะ”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
เผย “หมัดเด็ด”จากหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์บ้านเกิดเหตุ “ก้นบุหรี่ -กระป๋องกาแฟ-เครื่องดื่มชูกำลัง” ตามติดด้วยแนวร่วมทั้งวงจรปิดสะดวกซื้อ -ล้มเสาโทรศัพท์..พฤติการณ์คนร้ายโหดเกินพิกัดใหญ่ขนาดไหนถึงติดปีกบินไม่มีวันหนีรอด ..../ กรมอุทยานฯ-ป่าไม้ ใกล้ระเบิดศึก “ชัยวัฒน์” หัวหน้าชุดพญาเสือเตรียมแจ้งความเนินคดี 157 ฐานทำ 2 มาตรฐานปล่อยคดึสำคัญลอยนวล

“ผมจะถามกับตัวเองในกระจกทุกเช้าว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของผม ผมจะยังคงต้องการทำสิ่งที่กำลังจะทำในวันนี้หรือไม่...ถ้าหากคำตอบเป็น “ไม่” ติดๆกันหลายวันผมก็จะรู้แล้วว่าผมจะต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง....สตีฟ จ็อบ ผู้สำเร็จระดับโลก...

สวัสดีครับท่านผู้อ่านมิตรรักแฟนเพลงที่เคารพรักของกระพ้มนาย “บิ๊กเกรียน”.....นาทีนี้ตำรวจไทยโกยคะแนนอื้อ....”บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อม “ทีมงาน 36”พิสูจน์แล้วว่าโชค ลาภ วาสนา มิได้มาเพราะโชคช่วย....ฝีมือเต็มๆกับเวลาเพียง 4 วันสามารถปิดคดีมือสังหารโคตรนรกฆ่าล้างครัวตระกูล “สังหลัง”รวม 8 ศพ(รอด 3)ได้อย่างหมดจด ไร้ข้อสงสัย...ก่อนมอบดอกไม้ช่อใหญ่ “บิ๊กเกรียน”ขอย้อนรอยให้เห็นภาภรวมกันอีกครั้ง.... เหตุเกิด ณ ที่ทำการหรือบ้านพักของนายวรยุทธ สังหลัง ผญบ.หมู่1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2560 ระหว่างเวลา 16.00 น.ถึง เที่ยงคืนวันต่อมา สาเหตุตำรวจตีคลุมไว้ 5 ประเด็นคือ 1.กรณีโรงโม่ 2.ฟ้องขับไล่ชาวบ้านรุกที่สาธารณะ 3.ยาเสพติด 4.ชู้สาว 5.ความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น....
 
“ทีมงาน 36” ประกอบด้วย ผบ.ตร.ในฐานะ “ซีอีโอ.”ของกลุ่มติดตามด้วยพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศตช.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวส ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 และพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 มากันพร้อมหน้า...ส่วน”มือ-ไม้”เครื่องจักรที่ใช้บดไอ้โจรใจอำมหิตได้กำลังหลักจากกองปราบปราม และกองบังคับการสืบสวนนครบาล และทีมสืบสวนภาค 8....ปฏิบัติการ “ล้มเสาโทรศัพท์”ตลอดจน “เก็บกล้อง-ไล่กล้อง”จากถนนทุกสายรอบวงกลมจุดเกิดเหตุ 100 กม.ผ่านไปเพียง 1 วัน สามารถแกะรอยคนร้ายได้ทั้งกลุ่ม....เหลืออยู่เพียงผลตรวจ ดีเอ็นเอ.จากกองพิสูจน์หลักฐานจนที่สุดเมื่อค่ำวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาตำรวจบุกเข้าล้อกตัวนายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต อายุ 41 ปีอาชีพนายทุนเงินกู้ซึ่งรับสารภาพหมดไส้หมดพุง..ยึดปืนพก อาวุธสงคราม ปืนกลหนัก แต่ทำไปทำมาอาวุธสงครามกลายเป็นของเด็กเล่น (ฮั่นแน่) ....ท่ามกลางความหอมหวานฝาก “บิ๊กแป๊ะ”ไว้นิด บรรดาซุ้มอิทธิพล - คนนอกกฎหมาย แบบเดียวกับ “บังฟัต”ยังมีอีกมากกรุณาขุดรากถอนโคนกันซะทีเดียวเลย...และว่าก็ว่าแน่ใจกันนะว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังอาบังขาโหดนี่อีกแล้ว!!??....แตะนิดๆแต่เอาดอกไม้ช่อใหญ่ไปทั้งกรมฯ...ผลงานครั้งนี้อย่าว่าแต่เสียงชื่นชมจากคนไทยทั้งประเทศ (ลืมเรื่องเก่าๆแปร๊บ)แม้แต่ในแวดวงนักข่าวอาชญากรรม ยังยกนิ้วให้กับตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้....

 
00000....นี่ก็เข้าเกียร์ 5 เดินหน้าไม่ถอยหลัง “ทิดอี่” ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรหัวหน้า “ทีมงานพญาเสือ”...เอ๊ย...ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ได้ราชาฤกษ์สึกจากเพศบรรพชิตเรียบร้อย ข่าวว่าเตรียมเดินหน้าปกป้องผืนป่าอย่างยืนหยัดท้าทายมากกว่าเก่า.....แต่ที่น่าจับตาคือ “ศึก”เพื่อนบ้านเรือนเคียงจะออกหัวหรือก้อยลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้ก่อนแสดงความคิดเห็น....เรื่องเก่าผลพวงจากคดีครอบครองที่ดินของนายสมัคร ดอนนาปี อดีตข้าราชการระดับสูงของกรมอุทยานฯบริเวณเขามิสก๊อก หมู่ 3 ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.ตาก มีรายละเอียดแยกเป็นประเด็นพอเข้าใจว่า…..

1. นายหมง วัฒน์ศรี ร้องขอความเป็นธรรมต่อ ผอ.รมน. จังหวัดตาก โดยอ้างว่า ตนมีที่ดิน น.ส. 2 ทะเบียนเล่มที่ 1 เลขที่ 21 หน้า 5 ได้ยกให้กรมป่าไม้เพื่อทำประโยชน์ทางราชการตั้งเป็นหน่วยไฟป่า ปัจจุบันนายสมัคร ดอนนาปี ซึ่งเป็นหัวหน้าไฟป่าในขณะนั้นได้นำที่ดินดังกล่าวไปปลูกบ้านทำสวน จึงขอความเป็นธรรมและให้ดำเนินการกับข้าราชการที่ประพฤติมิชอบ
 
2. หน่วยพญาเสือ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พลตรีรณณรงค์โคตรดำรงค์ ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความมั่นคงภายในจังหัดตาก เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังเรศวร เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.34 (วังเจ้า) เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ 36 กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่บริเวณเขามิสก๊อก หมู่ 3 ตำบลปะดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก พบว่าสภาพพื้นที่เป็นภูเขามีความลาดชันมาก มีการปลูกสร้างบ้านพักในพื้นที่จำนวน 1 หลัง และเพิงพักขนาดเล็ก 1 หลัง บ้านเลขที่ 277หมู่ที่ 3 ตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก รหัสประจำบ้าน 6301-020831-6สำนักงานอำเภอวังเจ้า ออกให้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2535 โดยมีนายสมัคร ดอนนาปีเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งนายหมง วัฒน์ศรี ให้ข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นของตนเองมีเอกสารใบจอง (น.ส.2) เนื้อที่ 12-3-88 ไร่ เมื่อปี 2521 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 8) กรมประชาสัมพันธ์ได้มาขอจัดตั้งเป็นสถานีทวนสัญญาณ(Repeater) ภายหลังได้ย้ายไปจัดตั้งที่อื่น ต่อมาปี 2528 กรมป่าไม้ได้มาขอใช้พื้นที่จัดตั้งเป็นสถานีไฟป่า จึงยกให้เป็นของทางราชการ
 
3. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือแจ้งกรมที่ดิน ว่านายสมัคร ดอนนาปี ได้ครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการครอบครองที่ดินของรัฐที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงน่าจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484มาตรา 54, 72 ตรี
 
4. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือแจ้งกรมป่าไม้ ว่านายสมัครดอนนาปี ได้ครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการครอบครองที่ดินของรัฐที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงน่าจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484มาตรา 54, 72 ตรี ซึ่งเป็นการครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการยึดถือ ครอบครอง ก่นสร้างป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
5. พร้อมทั้งได้ส่งเรื่องให้ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดตาก ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปแล้วด้วย เหตุเกิดเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2559 หรือเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาแล้ว....ปัญหาอยู่ที่จนบัดนี้เวลาล่วงเลยผ่านมาเกือบปีแล้วแต่กรมป่าไม้ ในฐานะผู้เสียหายและได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษจากชุดปฏิบัติการพญาเสือ ยังมิได้ดำเนินการ...ถามว่ามีเหตุผลอะไรหรือที่กรมป่าไม้ทำนิ่งเฉยเพราะหากเป็นตาสี ตาสา ยายมี ยายมา หรือป้าดีลุงแย้มตายหยังเขียดกันไปแล้ว....อย่าให้เป็นหลายมาตรฐาน และอย่างให้คนบ้านใกล้เรือนเคียง-ตึกอยู่ติดกันชนิดชายคาแทบเกยกัน... ต้องบาดหมางกันเองถึงขั้น “ทิดอี่”แห่งหน่วยพญาเสือ แจ้งความดำเนินคดี 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กับกรมป่าไม้เสียเอง....ผิด-ถูกประการใดให้ไปว่ากันในศาลสถิตยุติธรรม โปรดอย่ามองกันว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือเครื่องมือเครื่องไม้ใคร...ถูกคือถูก...ผิดคือผิดต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนและตามครรลองของกฎหมาย

00000.....ข้อมูลอีกเรื่องที่อาจเป็นศึกชิงรางวัลจากแอนตาซิลรอบ 2 คือช่วงปี 2558 ระหว่างที่ข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่ง ดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสำนักฯ” ได้มีหนังสือถึงบิ๊กกรมอุทยานฯ คนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น “สองเกลอหัวแข็ง”อนุมัติเงินรายได้เป็นกรณีเร่งด่วนโดยไม่ผ่านที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้จ่ายเงินรายได้เพื่อบำรุงรักษาอุทยานดังนี้...ปี 2557 จำนวน 218 โครงการ งบประมาณ 489ล้านบาท ปี 2558จำนวน 174 โครงการ งบประมาณ 536 ล้านบาท....และเมื่อตรวจสอบลักษณะของโครงการปรากฏว่าเป็นโครงการในลักษณะเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาป่าซึ่งจะเป็นเงินค่าเบี้ยเลี้ยง จนท. ค่าน้ำมันรถ....โครงการที่ว่ายังมีรายละเอียดอธิบายอีกว่าผู้เสนอของบจะรายงานปัญหาความรุนแรงของการลักลอบตัดไม้พะยูง แต่ความจริงคือมีน้อยมากเพราะป่าที่แจ้งไปนั้นมีต้นพะยูงน้อยมาก การลักลอบตัดก็น้อยมากไม่สมเหตุสมผลกับเม็ดเงินหรืองบประมาณที่ขอไป....หลายคนในกรมอุทยานฯรู้ดีว่านี่คือโครงการที่มี “เงินทอน”....ไม่มากไม่มายประมาฯณ 30-40% ท่านมิตรรักแฟนเพลงของกระพ้มลองบวกลบคูณหารกันดู.....เรื่องนี้มีหลักฐานเป็นเอกสารปึกใหญ่...แนวโน้มว่าจะส่งถึงมือ ปปช.ในเร็ววันนี้เพื่อสืบค้นหาความจริงที่ว่า....ทำไมรายได้การเข้าชมหรือท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯจึงแตกต่างราวฟ้ากับเหวในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน...ทำไมผู้มีอำนาจจึงกล้าอนุมัติการใช้เงินโดยไม่ผ่านคณะกรรมการ...คาดว่าจากที่เคยเป็นมวยบุก เป็นยุงรำคาญอาจจะถึงคราวติดคุกติดตะรางกันบ้างก็เป็นได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...