xs
xsm
sm
md
lg

สตม.บุกล็อก “แคมล่า หว่อง” แก๊งค้าโคเคนข้ามชาติ คาคอนโดหรูห้วยขวาง ยึดยาอี 259 เม็ด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ผบช.สตม. พร้อม จนท. บุกจับ 2 ชาวจีนแก๊งค้ายาเสพติดหนีกบดานคอนโดหรูย่านห้วยขวาง พร้อมของกลางยาอี 259 เม็ด เผย มีหมายจับที่ประเทศแคนาดา ในข้อหาค้าโคเคนหลายร้อยกิโล แถมสวมสิทธิคนไทยใน จ.หนองคาย ที่เสียชีวิตไปแล้ว

วันนี้ (15 มี.ค.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก 1.บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ร่วมกันจับกุม นายแคมล่า หว่อง (Mr.KHAMLA WONG) และ นายฟางยง แซ่หยาง อายุ 50 ปี ชาวจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาอีจำนวน 259 เม็ด ได้บริเวณใกล้เคียงแยกผังเมือง ถ.พระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม.

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าทำการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีหมายจับในคดีระหว่างประเทศ มีหมายจับอยู่ที่ประเทศแคนาดาในข้อหาค้าโคเคนหลายร้อยกิโล และได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาพร้อมพวกจะเข้ามาขายยาเสพติดในบริเวณนี้ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการสั่งการจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สืบสวนติดตามเรื่องนี้ก็ได้พบตัว นายแคมล่า หว่อง (Mr.KHAMLA WONG) สัญชาติแคนาดา ซึ่งเดิมถือพาสปอร์ตแคนาดา ชื่อ นายคาเมียร์ หว่อง ต่อมาในปี 2555 ทางแคนาดาได้ออกหมายจับในข้อหาค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ร่วมกับแก๊งสหประชาชาติที่รัฐมิชิโคลอมเบีย หลายร้อยกิโล รวมทั้งมีอาวุธสงครามร้ายแรงไว้ในความครอบครอง ซึ่งผู้ร่วมขบวนการนั้นติดคุกอยู่แล้ว ส่วน นายคาเมียร์ หว่อง ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย และใช้พาสปอร์ตของประเทศแคนาดา จนกระทั่งปี 2556

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่า จากนั้นได้เดินทางออกจากประเทศไทย ผ่านทางชายแดนก่อนข้ามไปยังประเทศลาว ก่อนที่จะย้อนกลับเข้ามาในประเทศไทย และสวมบัตรประชาชนในชื่อ นายบังอร บุดสี อยู่บ้านเลขที่ 108 ม.5 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย ไปตามบ้านเลขที่ดังกล่าวแล้ว เพื่อตรวจสอบว่า นายบังอร บุดสี มีตัวตนอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งบัตรประชาชนดังกล่าวได้ออกเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 57 ต่อมาวันที่ 14 พ.ย. 57 ได้นำบัตรประชาชนไปทำพาสปอร์ตไทย จนกระทั่งวันที่ 6 ธ.ค. 57 ได้ใช้ในการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ โดยได้เดินทางไปที่ประเทศเวียดนาม ที่แน่ชัดว่า เป็นการสวมบัตรเนื่องจากวันเดือนปีเกิดในบัตรใหม่ และหนังสือเดินทางที่เคยใช้ไม่ตรงกัน แต่มีภาพของบุคคลคนเดียวกัน โดยหนังสือเดินทางของประเทศแคนาดา ระบุวันเกิด 6 ต.ค. 12 ส่วนพาสปอร์ตใหม่ระบุวันเกิด 15 เม.ย. 09 แสดงว่าอย่างใดอย่างหนึ่งต้องปลอม จึงได้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของประเทศไทยมากกว่าที่มาสวมบัตรเพื่อใช้ทำหนังสือเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงปี 2557 ได้ใช้หนังสือเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศในชื่อ นายบังอร บุดสี จำนวน 14 ครั้ง ขณะเดียวกัน ทางการแคนาดาได้ร้องขอแปลงการออกหมายจับของแคนาดาให้เป็นหมายจับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผ่านอัยการฝ่ายต่างประเทศ และศาล เพื่อให้เป็นหมายจับอาชญากรข้ามชาติก็จะได้ดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป และการข่าวทราบว่าได้มีการขนยาเสพติดไปประเทศอื่น ซึ่งก็ได้มีการขอหมายจับเช่นเดียวกัน สำหรับ นายแคมล่า หว่อง คงทราบว่าตัวเองมีหมายจับ จึงได้หยุดใช้หนังสือเดินทางเล่มเดิมตั้งแต่ปี 2556 หลังจากหมายจับออกไม่นาน ก็ไม่ได้มีการใช้หนังสือเดินทางเล่มนั้นอีกเลย จากการสอบสวนทราบว่านายแคมล่า หว่อง ได้เดินทางข้ามผ่านแดนโดยใช้หนังสือเดินทางก่อนที่จะลักลอบเข้ามาโดยไม่ผ่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อมาสวมบัตรประชาชนใหม่ โดยมีค่าใช้จ่ายในการสวมบัตรประมาณ 500,000 บาท ก่อนที่จะนำไปทำหนังสือเดินทาง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทาง และบัตรประชาชนเป็นของจริง แต่เป็นการสวมบัตรซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอยู่ที่บ้านเลขที่ 108 ตามที่ปรากฏในบัตรประชาชน ทางฝ่ายสืบสวนของตรวจคนเข้าเมืองสืบทราบมาจึงได้มาปิดล้อมเพื่อทำการจับกุมตัวนายแคมล่า หว่อง ได้พร้อมชาวต่างชาติอีก 1 คน คือ นายฟางยง แซ่หยาง อายุ 50 ปี ชาวจีน พร้อมของกลางยาอีก 259 เม็ด


กำลังโหลดความคิดเห็น