xs
sm
md
lg

อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง อดีตโปรแกรมเมอร์ไม่ผิดหมิ่นเบื้องสูง

เผยแพร่:

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกฟ้องอดีตโปรแกรมเมอร์ คดีโพสต์ข้อความหมิ่นหมิ่นเบื้องสูง ระบุหลักฐานยังไม่ชัดเจน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ ( 26 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.4857/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสุรศักดิ์ หรือสุรภักดิ์ ภูไชยแสง หรือภูไชยแสน หรือภูไชแสง อายุ 43 ปี โปรแกรมเมอร์อิสระ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตามประมวลกฎหมายกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 ,14,17

อัยการโจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2554 ระบุความผิดว่า จำเลยเป็นเจ้าของอีเมล์ “dorkao@hotmail.com และ Facebook ชื่อ เราจะครองแผ่นดินโดยทำรัฐประหาร โดยเมื่อวันที่ 4 -16 พ.ค.2554 จำเลยได้เขียนข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น ใส่ความ แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเหตุเกิดที่แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี , แขวง-เขตวังทองหลาง กทม.,ทั่วราชอาณาจักรไทย และท้องที่ใดไม่ปรากฏชัด ประเทศสหรัฐอเมริกา เกี่ยวพันกัน จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเห็นว่า การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อมูลคอมพิวเตอร์ จะต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของวิธีการที่ใช้สร้าง การเก็บรักษา ความครบถ้วน ที่ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อความหรือวิธีการที่ใช้ในการแสดงตัวผู้ส่งข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บรักษาพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่ต้องพยายามเก็บรักษาข้อมูลต้นฉบับไว้เพราะการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละครั้ง ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ข้อมูลอาจถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย ซึ่งปรากฏว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวและยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของจำเลยแล้ว กลับมีผู้เปิดใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของกลางในวันที่ 2 ก.ย.2554 และวันที่ 7 ก.ย.2554 ซึ่งเป็นวันก่อนที่คอมพิวเตอร์จะถูกส่งไปทำการตรวจพิสูจน์

อาจเป็นช่องทางให้เกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ง่าย จึงทำให้ข้อมูลที่ได้จากการตรวจพิสูจน์คอมพิวเตอร์ของกลางมีข้อบกพร่องกระทบต่อความน่าเชื่อถือ จึงยังไม่อาจรับฟังได้แน่ชัดว่าข้อมูลการใช้อีเมล์dorkao@hotmail.com และ Facebook ชื่อ เราจะครองแผ่นดินโดยทำรัฐประหาร เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค 2 พิพากษายกฟ้อง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในคดีหมิ่นเบื้องสูง ศาลจะต้องใช้ดุลยพินิจอย่างละเอียดรอบคอบเนื่องจากเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนไทย อีกทั้งการลงโทษจำเลยในคดีอาญาจะต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนาชัดเจน ซึ่งจากการสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลยปรากฏว่า ภายหลังจำเลยถูกจับกุมและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำแล้ว กลับมีผู้เปิดใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่อาจทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงไปได้ ประกอบกับพยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนยี่ (ปอท.) ไม่ได้เบิกความยืนยันว่าจำเลยมีพฤติการณ์ในการกระทำผิดตามฟ้องอย่างไรบ้าง โดยอ้างเพียงข้อมูลจากสายลับในชั้นสืบสวนและจับกุมจำเลย แต่ก็ไม่ได้นำสายลับดังกล่าวมาเบิกความต่อศาล ซึ่งจำเลยเองมีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งซักค้านพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ จึงเห็นว่าอาจเป็นการปรักปรำจำเลย แม้จำเลยจะมีความคิดและทัศนคติแตกต่างจากคนทั่วไปหรือกลุ่มการเมืองอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดข้อหาหมิ่นเบื้องสูง พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยยให้กับจำเลย ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนและให้คืนของกลาง

ภายหลังนายสุรศักดิ์ หรือ สุรภักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลอุทธรณ์เมตตาพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากตนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนาน 14 เดือน และไม่สามารถประกันตัวได้จนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จึงได้รับอิสรภาพและหลักจากนี้จะกลับไปทำงานด้านคอมพิวเตอร์ตามเดิม และคงจะไม่ฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้คาดว่าอัยการโจทก์จะไม่ยื่นฎีกาเช่นกัน คดีน่าจะถึงที่สุดแล้ว ทั้งนี้อยากให้คดีของตนเป็นบรรทัดฐานในการจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งควรจะมีพยานหลักฐานให้ชัดเจนกว่านี้ ก่อนจะทำการจับกุมผู้ต้องหา และเห็นฝ่ายนิติบัญญัติควรจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...