xs
xsm
sm
md
lg

จับเซลส์แมนแฮกข้อมูลบัตรเครดิตขายผ่านเน็ต!

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายกฤษฏา หนู่เหล่า อายุ 24 ปี (สวมเสื้อแจ็คเก็ตดำ) ผู้ต้องหา มาแถลงข่าว
รวบเซลส์ขายสินค้าลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าประกาศขายผ่านเว็บไซต์ ในราคาข้อมูลละ 1-8 บาท สารภาพได้ข้อมูลจากคนในแบงก์ และวิธีแฮกข้อมูล ทำมาแล้ว 4 เดือน มีรายได้ 6 หมื่นบาท ขณะที่ตำรวจ ชี้ หากข้อมูลตกในมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะเสียหายอย่างมาก เพราะคนร้ายจะปลอมทำธุรกรรมกับแบงก์ เพื่อนำไปรูดซื้อสินค้าโดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้เรื่อง เผยมีข้อมูลหลุดออกมากว่า 1 แสนราย

วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. พล.ต.ต.สุพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท. พร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รองผบก.ปอศ.แถลงการจับกุมตัวนายกฤษฎา หนู่เหล่า อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 5 ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยของกลางโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย จำนวน 3 ใบ สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย 2 เล่ม และแผ่นซีดีที่ผู้ต้องหาบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าอีก 1 แผ่น

พล.ต.ต.โกวิทย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ.ได้รับการประสานงานจากชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย ว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไปจำหน่ายผ่านทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับลูกค้าและทางธนาคาร โดยชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนพบว่ามีการประกาศขายข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตทางเว็บไซต์ต่างๆ จำนวนมาก โดยเสนอขายในราคาข้อมูลละ 1 บาท ไปจนถึงข้อมูลละ 8 บาท ต่อมาพบว่า นายกฤษฎา ได้ลงรายละเอียดประกาศขายข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตทางเว็บไซต์แห่งหนึ่ง จึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อ กระทั่ง นายกฤษฎา มาตามที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที หลังได้ข้อมูลบัตรเครดิตมาจากผู้ต้องหาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไปยังธนาคารพบว่ามีหลายข้อมูลที่ตรงกับของลูกค้าทางธนาคาร แต่บางข้อมูลก็พบว่าไม่ถูกต้อง

พล.ต.ต.โกวิทย์ กล่าวอีกว่า หากข้อมูลเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะเกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งคนร้ายจะนำข้อมูลบัตรเครดิตดังกล่าวไปปลอมแปลงทำธุรกรรมต่างๆ หรือขอทำบัตรใหม่กับทางธนาคาร เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้า โดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวหลุดออกมาเผยแพร่ และประกาศขายทางอินเทอร์เน็ตยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าคนในธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ อาจจะเป็นการแฮกเกอร์ข้อมูลออกมาก็เป็นได้ หลังจากนี้ จะต้องสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้งเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ และตรวจสอบข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตในแผ่นซีดีที่ผู้ต้องหาเก็บเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แนวทางการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก หลังจากที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทางชุดจับกุมได้เร่งขยายผลไปถึงต้นตอแล้ว ซึ่งเร็วๆ นี้ จะมีการออกหมายจับหัวหน้าแก๊งของผู้ต้องหาประมาณ 2-3 คน หากได้ตัวมาจะทำให้ทราบว่ามีการโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตออกมาได้อย่างไร

จากการสอบสวน นายกฤษฎา ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพเป็นเซลส์อิสระขายสินค้าทั่วไป ส่วนข้อมูลบัตรเครดิตตนรับงานมาจากพี่ที่ทำงานด้วยกันชื่อบ๊อบ ซึ่งนายบ๊อบได้ซื้อข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากคนในธนาคาร และอีกส่วนหนึ่งได้มาจากการแฮกข้อมูล จากนั้นตนจะเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่นายบ๊อบให้มา เพื่อนำข้อมูลของผู้ถือบัตรเครดิตออกมาประกาศขายให้กับลูกค้าทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเมื่อมีผู้สนใจเข้ามาขอซื้อ ตนก็จะให้ลูกค้าโอนเงินผ่านทางบัญชี และแบ่งรายได้ครึ่งหนึ่งให้กับนายบ๊อบด้วย แต่ระยะหลังพอเริ่มเป็นงานตนก็ออกมาทำเพียงคนเดียว ไม่ได้รับงานผ่านใคร ส่วนราคาข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตตนจะประกาศขายข้อมูลละ 1 บาท หลังจากที่ทำมาได้ 4 เดือน ก็มีรายได้ประมาณ 6 หมื่นบาท ทั้งนี้ ขั้นตอนและรายละเอียดต่างๆตนไม่ขอเปิดเผย เพราะคนที่จ้างตนทำเขาก็ดูอยู่ด้วย

ด้าน พล.ต.ต.สุรพล กล่าว่า เบื้องต้นน่าจะมีข้อมูลของผู้ถือบัตรเครดิตหลุดออกมาขายผ่านเว็บไซต์กว่า 1 แสนราย ซึ่งขณะนี้ทางธนาคารอยู่ระหว่างการหาแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้ข้อมูลของลูกค้าหลุดออกมาได้อีก ตนจึงอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลที่โทรศัพท์ไปอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หลอกให้ทำธุรกรรมต่างๆ แม้ว่าข้อมูลส่วนตัวที่บอกจะตรงกับความเป็นจริง ให้ประชาชนโทรศัพท์ไปสอบถามกับทางธนาคารโดยตรง หรือไปตรวจสอบด้วยตนเอง และหากมีการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต ขอให้ตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ และมีระบบการป้องกันสูง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สำหรับผู้ต้องหารายนี้จะแจ้งข้อหา มีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำสำหรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้กับผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า บริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือเบิกถอนเงินสด ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป