xs
xsm
sm
md
lg

ความจริงวันนี้"นปช.-นปก"

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ก่อนวันตำรวจเพียง 1 วัน กลุ่ม นปช. นปก. และกลุ่มนรกป่วนเมืองที่เคยก่อความไม่สงบให้กับบ้านเมืองที่บริเวณหน้าบ้านป๋าเปรม เมื่อ 22 ก.ค. 50 และยังตอกย้ำแสดงความถ่อยถึงขั้นเข้าปะทะกับพันธมิตรฯที่สะพานฆัมวานรังสรรค์ จนมีคนตายมาแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค. " 3 เกลอหัวเกรียน และ เจ๊เพ๊ญ" ได้ระดมพลคนรักทักษิณ ใส่เสื้อแดงมาร่วมรายการความจริงวันนี้ที่จัดขึ้นบังหน้าในฮอลล์อิมแพคเมืองทองธานีกันอย่างล้มหลามนับหมื่นคน โดยแกนนำนปก.เดิม นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจักรภพ เพ็ญแข ได้กล่าวบนเวทีในท่าทีที่โอ้อวดว่าไม่เค๊ย ไม่เคย เกณฑ์คนใส่เสื้อแดงมาร่วมงานที่เมืองทอง เพียงแต่เราบอกว่าจะจัดงานความจริงวันนี้ เพื่อตีแผ่นำเสนอความเป็นจริงในสังคมปัจจุบัน คนเค้าก็มาร่วมงานกันแล้ว เราไม่เคยว่าจ้างหรือนัดแนะให้ใครมา

คำพูดที่อดีต นปก.ก๊วนป่วนเมือง ยังสาธยายสรรพคุณถึงคนเสื้อแดงที่มีความรักทักษิณ ว่าแหนบพันธมิตรฯ ว่า พวกเสื้อแดงไม่จำเป็นต้องจ้างก็เต็มใจมาเป็นคันรถ ซึ่งจะมาสร้างพลังในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน โดยพวกเสื้อแดงจะเป็นฝ่ายที่อยู่ฝั่งรัฐบาล ซึ่งการชุมนุมของคนเสื้อแดง หน้าตาชาวบ้านธรรมดา อายุเฉลี่ยแล้วส่วนใหญ่เป็นวัยเลย 30 ต้น ๆ กันทั้งนั้น แต่ทำไมมีเงินจัดงานสร้างพลังรักรัฐบาลซะใหญ่โตมโหฬาร แถมยังเช่าฮอลล์ใหญ่บรรจุคนเต็มพื้นที่ และมีกิจกรรมอาหารการกินสะดวกสบายตลอดทั้งวันไว้บริการด้วย อยู่กันจนกว่า 1 ทุ่มถึงได้ปล่อยให้กลุ่มเสื้อแดงเดินทางกลับบ้าน โดยภายในฮอลล์อิมแพคเมืองทองที่มีกลิ่นไอของแอร์เย็นสบายเปิดคอยต้อนรับคนเสื้อแดงที่เค้าบอกว่า ไม่มีใครนัดหมายหรือจ้างด้วยเงินให้มาร่วมงาน ซึ่งคำพูดทั้งหมดเป็น

เพียงความตอแหล สบถออกมา เพื่อนำคนมาสร้างพลังกะขู่ กะชน กับพันธมิตรฯเท่านั้น เพราะเท่าที่สังเกตการณ์โดยรอบเมืองทองธานีแล้วคนเสื้อแดงจะนั่งรถตู้ รถบัสขนาดใหญ่ รถกระบะ มาร่วมงาน จนเวลาเย็นย้ำความมืดเข้าปกคลุมผู้คนเสื้อแดงที่กินดี อยู่ในห้องแอร์เย็นเชียบเย็นสบาย จึงทยอยกันออกมาขึ้นรถกลับบ้านซึ่งหากไม่ได้เป็นการนัดหมายว่าจ้างแล้ว ใครที่ไหนอยู่ดี ๆ จะมารวมตัวกันได้มากมายขนาดนี้ในเวลาไม่กี่วัน

เมื่อย้อนดูบทบาทการเคลื่อนไหวของ นปก.แล้วจะสะท้อนชัดเจนว่าความรักชาติไม่มีความต่อเนื่อง จะออกมามีบทบาทก็ต่อเมื่อเงินมาคนไป จะคอยเสนอหน้าให้ดอกไม้ตำรวจบาปทำร้ายประชาชน จะมารวมกันเพียงแว่บเดียว เดี๋ยวก็เลิกแยกย้ายกันไปตามราคาที่ตกลงกันไว้ ดั่งจะเห็นได้จากม็อบคนรวยที่เมืองทองธานีวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา หรือจะเป็นการชุมนุมที่สนานหลวง หรือการชุมนุมที่เคลื่อนพลมาทำร้ายพันธมิตรฯ สะพานมัฆวานฯ จนผู้นำประเทศ สมัย "หมักหอกหัก" ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน กลุ่มนปก. นปช. ก็รีบสลายตัวทันทีเมื่อภาระเฉพาะกิจจบสิ้น

การเดินทางมาร่วมชุมนุมที่ฮอลล์อิมแพคเมืองทองธานีกับความสะดวกสบายทั้งสถานที่ ที่ให้นปก. นปช.มาส่งเสียงโห่ร้อง ตามสคริปที่ต้องการให้สนับสนุนรัฐบาล กับ การที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั่งปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาแล้ว มันช่างแตกต่างกันอย่างริบรับ ใครกันแน่ที่มาด้วยใจ มาด้วยกำลังบริสุทธิ์ที่จะต่อสู้ให้เกิดความสันติสุขในประเทศชาติ

เงินภาษี ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ประชาชนจ่ายไป มันคุ้มค่าหรือไม่ กับการที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องความสงบสุขในบ้านเมือง การบริหารงานให้เกิดประโยชน์สุด สุด ต่อชาติ ต่อประชาชน หากมองเปรียบเทียบกับการออกมาเข่นฆ่าประชาชน กับการเบิกเงินซื้อแก๊สน้ำตา มายิงกระหน่ำจนต้องตาย ขาขาด แขนขาด ซึ่งเมื่อต้องอยู่ในสังคมต่อไป สภาพจิตใจที่เป็นคนพิการต้องใช้เวลาเยียวยานานแค่ไหน มันคุ้มกับการที่จ่ายภาษีเข้ารัฐไปแล้ว และต้องออกมาตรวจสอบการทำงานของรัฐ ที่ไม่เข้าท่า ทำอะไรอย่างหน้าด้าน เพื่อให้ซึ่งได้มากับพวกพ้องตนเอง มันคุ้มแล้วหรือกับเงินที่คนไทยผู้รักชาติ ต้องสูญเสียไปกับรัฐบาลที่คอยเอามาแบกรับภาระคนเสื้อแดงมาชุมนุมสร้างบารมี สร้างพลังขู่ฟ่อกับผู้ชุมนุมด้วยใจนั่งตากแดดในทำเนียบรัฐบาล

ม๊อบ นปก. - นปช. ที่อิมแพคเมืองทองธานีเมื่อ 11 ต.ค. ภาพจากไทยรัฐ
ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล