xs
xsm
sm
md
lg

รู้จักแล้วจะรักเอง “กิจการอาคารรับรองสัตหีบ” สถานที่กักตัวช่วง “โควิด-19”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: กิตตินันท์ นาคทอง



กิตตินันท์ นาคทอง Facebook.com/kittinanlive

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กิจการอาคารรับรองสัตหีบ กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ถูกใช้เป็นสถานที่กักตัว (State Quarantine) สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

ตั้งแต่ 138 คนไทยจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน, กลุ่มผีน้อยจากเกาหลีใต้, นักเรียนทุนเอเอฟเอส อิตาลี และล่าสุด คือ ผู้โดยสารจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้ชะลอการเดินทางเข้าประเทศ

แม้จะมีเสียงค่อนแคะจากคนไทยที่กลับจากสหรัฐอเมริกาบางคน ว่า “ให้ไปนอนสัตหีบ 14 วัน กูไม่ไป ดูแลไม่ได้หรอก กระจอก” แต่บอกตามตรงว่า คนที่ได้ไปสัตหีบ ถือว่า “โชคดี” กว่าที่ไหนๆ

เพราะกองทัพเรือและสาธารณสุขดูแลดีมาก

มากเสียคนที่เคยไปพักที่สัตหีบอย่างผู้เขียนต้องตาร้อนผ่าว เพราะกินดีอยู่ดี มีข้าวกล่อง 3 มื้อ หมูกรอบพอดีคำ กุ้งตัวโตๆ แลกกับการถูกกักตัว ขาดอิสรภาพที่จะออกไปข้างนอกครึ่งเดือน ตามแนวทาง “สุขภาพนำเสรีภาพ” ของรัฐบาล

ยิ่งถ้าใครได้นอนห้องพักวิวชายทะเล ถือว่าโชคดีกว่าคนอื่น เพราะในช่วงปกติ ห้องแบบนี้คิด “คืนละพัน”

กล่าวไม่ผิดหรอก...คืนละพัน!

ปกติที่นี่มีไว้สำหรับ “ทหารเรือ” ที่มาปฏิบัติราชการในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งมีหลายหน่วยงาน ทั้งกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฯลฯ เข้าพักในราคาประหยัด

แต่ก็เปิดให้ญาติทหารเรือ ข้าราชการทหารเหล่าทัพอื่น และบุคคลทั่วไปเข้าพักเพื่อนำรายได้หล่อเลี้ยงกิจการ โดยราคาค่าห้องจะแตกต่างกันไป โดยญาติทหารเรือ ข้าราชการทหารบก ทหารอากาศ และตำรวจจะมีส่วนลดให้



ในช่วงที่กิจการอาคารรับรองสัตหีบ กลายสภาพเป็น “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเฝ้าระวังคนไทยกรณีโควิด-19 พื้นที่สัตหีบ กองทัพเรือ” ได้จัดกลุ่มอาคารที่พัก 5 อาคาร เป็นสถานที่กักตัวสังเกตอาการ ได้แก่ อาคารรับรอง 3, 4, 5, 6 และ 7

อาคารรับรองทั้ง 5 อาคารจะถูกจัดให้เป็น “โซนแดง” มีห้องพักอาคารละ 29 ห้อง รวม 145 ห้อง เข้าพักห้องละ 3 คน แบ่งเป็นนอนบนเตียง 2 คน ที่นอนเสริม 1 คน แยกเป็นชายและหญิง ยกเว้นคนมาแบบพ่อ แม่ ลูก จะให้พักในห้องเดียวกัน

อาจจะมีคนไม่พอใจว่า ทำไมต้องให้อยู่รวมกันห้องละ 3 คน เพราะที่นี่มีไว้กักตัวเพื่อ “เฝ้าสังเกตอาการ” ไม่ได้มีไว้เป็นที่พักผู้ป่วย ถ้าจะให้กักตัวห้องละ 1 คน ศักยภาพของกิจการอาคารรับรองสัตหีบไม่เพียงพอแน่ๆ

ผู้เข้าพักทุกคนจะต้องตรวจวัดไข้ตั้งแต่วันแรกก่อนเข้าพัก ใครมีไข้จะถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไม่ได้เข้าพักที่นี่ วันต่อมาจะมีหมอมาวัดไข้เป็นประจำทุกวันจนครบ 14 วัน ระหว่างนั้นถ้าใครแสดงอาการ ก็ยังสามารถควบคุมได้ในวงจำกัด

ส่วนอาคารรับรอง 1 และ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีเซฟชันและห้องอาหารม้าน้ำ จะถูกจัดให้เป็น “โซนเขียว” ใช้สำหรับจัดเตรียมอาหารเป็นประจำทุกวัน ซึ่งถ้าใครเคยไปพักที่นั่นจะรู้เลยว่า โซนแดงกับโซนเขียวอยู่ห่างไกลกว่า 150 เมตร

ที่สำคัญ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ได้แพร่กระจายมาทางอากาศ แต่แพร่กระจายทางการสัมผัส เช่น ไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย นอกนั้นคือสิ่งของหรือพื้นผิวที่แปดเปื้อนเชื้อโรค เช่น ลูกบิดประตู มือจับประตู ก๊อกน้ำ ราวจับรถ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

เพราะฉะนั้น เลิกระแวงว่าถ้าเดินผ่านแล้วจะติดเชื้อ เพราะเชื้อจะแพร่กระจายจากไอหรือจามระยะ 1-2 เมตรเท่านั้น ทีแรกชาวสัตหีบไม่พอใจอยู่บ้าง กองทัพเรือต้องลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือสร้างความมั่นใจด้วยตัวเอง


เมื่อปีที่แล้ว ผู้เขียนมีโอกาสลาพักร้อนไปเที่ยวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และได้เข้าพักกิจการรับรองสัตหีบ เท่าที่เคยศึกษามา ปัจจุบันค่าห้องพักที่นี่ถูกที่สุด 900 บาท เพราะเป็นห้องที่ไม่เห็นวิวทิวทัศน์อะไร แพงที่สุดอยู่ที่ 1,200 บาท

ห้องที่แพงที่สุด มักจะเป็นห้องที่มีวิวทะเล ทราบมาว่าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะถูกจองเต็มทั้งหมด แต่ถ้าเป็นวันธรรมดา ห้องพักที่นี่ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง ต้องโทรศัพท์สอบถามด้วยตัวเอง

ในวันนั้นไม่ได้จองห้องพักไว้ล่วงหน้า เพราะเดินทางวันธรรมดา อยากวัดดวงว่าจะได้พักที่นั่นหรือไม่ เพราะมีนักข่าวที่เป็นทหารเรือในพื้นที่เคยบอกว่า ช่วงวันหยุดที่พักจะถูกจองเต็มหมด ปรากฎว่าโทร.ไปปลายสายแจ้งว่า ยังมีห้องพักเหลืออยู่

มาถึงที่พัก เดินไปที่รีเซฟชันเพื่อติดต่อขอจองห้องพัก ถามว่ามีห้องว่างไหม ก็ได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า มีราคา 1,000 บาท และ 1,200 บาท จะอยู่อาคารรีเซฟชั่น (อาคาร 2)

แต่เมื่อถามว่า “มีห้องแบบคืนละ 900 ไหมครับ” เจ้าหน้าที่นิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบเราว่า “มีค่ะ แต่อยู่ไกลนะ”

ตอบแบบไม่ลังเลว่า “ครับ เอาห้องนี้ครับ” เพราะนึกในใจว่าทำการบ้านมาแล้ว จะจ่ายแพงกว่าทำไม

“แต่บอกไว้ก่อนว่า ทั้งตึกมีพี่อยู่คนเดียวนะ เดี๋ยวจะหาว่าทำไมเงียบจัง” เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย


หลังจ่ายเงินค่าห้องพัก รับกุญแจเรียบร้อยแล้ว เราเดินเข้าไปในอาคารรับรอง 4 พบว่าสภาพอาคารด้านในเงียบอย่างเห็นได้ชัด ในวันนั้นได้ห้องพักที่ชั้น 2 เป็นห้องเตียงคู่ พร้อมระเบียง มีเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ส่วนห้องน้ำเก่าตามสภาพ

ไม่ได้ดีนักแต่ก็ไม่ได้แย่ เพราะเรายอมรับตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะเลือกห้องพักราคาถูกที่สุด!

ข้อดีของการ “เที่ยวคนเดียว” (Solo Traveler) ก็คือ เราปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง เมื่อต้องเจอสถานการณ์ต่างๆ ได้เอง โดยไม่มีแบบแผน และไม่ต้องไปแคร์ความรู้สึกคนรอบข้าง ที่ทำให้การเดินทางของเราหมดสนุกไปโดยปริยาย

กิจการอาคารรับรองสัตหีบ เปิดให้บริการเมื่อประมาณปี 2535 เดิมเรียกว่า “อาคารรับรอง 8” แต่เมื่อห้องพักไม่เพียงพอ จึงได้ก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 อาคาร รวม 263 ห้อง


สำหรับราคาค่าห้องพัก ถูกที่สุด 900 บาท คือ อาคารรับรอง 4 และอาคารรับรอง 8 รองลงมาคืออาคารรับรอง 3, 5, 6 และ 7 คืนละ 1,000 บาท แพงที่สุดคืออาคารรับรอง 1 และ 2 (รีเซฟชัน) คืนละ 1,200 บาท

ถ้าเป็น “วิวทะเล” ยิ่งถูกจองเต็มเร็ว!

ถ้าใครไม่มีรถส่วนตัวจะลำบากหน่อย เพราะถ้าจะไปเล่นน้ำทะเล ต้องขับรถเข้าไปด้านในกองเรือยุทธการ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนทะเลที่อยู่หน้าอาคารรับรองสัตหีบ มีลักษณะเป็นสันเขื่อน ชมวิวได้ แต่เล่นน้ำไม่ได้

ทราบมาว่า สระว่ายน้ำกิจการอาคารรับรองสัตหีบ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เสียดายวันที่เข้าพักกำลังปิดปรับปรุง ลักษณะเป็นสระน้ำเค็ม ให้บริการฟรีแก่ผู้ที่มาเข้าพัก พอจะทดแทนความรู้สึกอยากเล่นน้ำทะเลขึ้นมาได้บ้าง


กิจการอาคารรับรองสัตหีบ ตั้งอยู่ที่ “อ่าวดงตาล” เหตุที่เรียกแบบนั้นเพราะตั้งแต่ตลาดสัตหีบ ไปจนถึงกองเรือยุทธการ จะพบต้นตาลขนาดใหญ่โดดเด่นเป็นสง่าตลอดแนวชายทะเล

แต่ถ้าใครจะเดินใต้ต้นตาล ระวัง “ลูกตาล” ตกใส่หัวบ้างก็ดี!

ถัดออกไปเล็กน้อย เทศบาลเมืองสัตหีบก็ปรับปรุงพื้นที่เป็นลานกิจกรรม ช่วงเย็นจะเห็นผู้คนออกมานั่งพักผ่อน ปิกนิกกันจรดค่ำ เมื่อถึงสะพานและสามแยก จะมีร้านอาหารทะเลตั้งอยู่ ถัดจากนั้นจะเป็นย่านตลาดสัตหีบ มีร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่

ตลอด 2 วัน 1 คืนที่อาคารรับรองสัตหีบ หลังทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารเพื่อนทะเล ซึ่งเข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ของรัฐบาล และซื้อของกินเล่นกับเครื่องดื่มกลับไปกินที่พัก ก็เดินเท้ากลับไป แม้ถนนจะมืดแต่ก็ไม่รู้สึกเปลี่ยวมากนัก

เมื่อทั้งอาคารเราอยู่คนเดียว ก็รู้สึกได้ถึงความสงบ พลันให้นั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่อย่างเดียวดาย เพราะอาคารรับรอง 6 และ 7 ซึ่งอยู่ถัดมาตรงหน้า ยังมีผู้เข้าพักมาใช้บริการ ซึ่งทั้งสองอาคารคิดค่าห้องพักที่ 1,000 บาท เพราะเป็นห้องวิวทะเล แต่ทราบมาว่าสภาพห้องนั้นดีกว่าห้องที่เราพักอยู่เยอะเลย


กิจการอาคารรับรองสัตหีบไม่ได้มีแค่บริการที่พักอย่างเดียว ยังมีห้องประชุมสัมมนา มี “ห้องอาหารม้าน้ำ” ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยและอาหารทะเล ฝีมือเชฟทหารเรือ รวมทั้งยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก บุคคลทั่วไปเข้ามาใช้บริการได้

ส่วน “สระน้ำเกลือ” บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เข้าพัก ก็เข้ามาใช้บริการได้เช่นกัน เสียค่าบริการครั้งละ 50 บาท แต่ถ้าเป็นคนสัตหีบ หรือมาเล่นน้ำที่นี่เป็นประจำ จะมีให้สมัครสมาชิกปีละ 200 บาท ใช้เป็นส่วนลดค่าบริการเหลือครั้งละ 30 บาท

สัตหีบอาจไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เมื่อเทียบกับบางแสนหรือพัทยา แต่ก็เป็นพื้นที่หลบหนีความวุ่นวายจากแสงสีของทั้งสองเมือง และเมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของกองทัพเรือ ก็คอยควบคุมให้ธรรมชาติชายฝั่งทะเลยังคงสภาพอยู่

ในวันนี้กิจการอาคารรับรองสัตหีบ ยังคงทำหน้าที่กักตัวเฝ้าสังเกตอาการ คนไทยชุดที่กลับจากต่างประเทศไปถึงกลางเดือนเมษายน 2563 ก่อนที่จะทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค เปิดให้อากาศถ่ายเท เพื่อรองรับผู้เข้าพักต่อไป

นับเป็นอีกภารกิจหนึ่งของที่พักสวัสดิการกองทัพเรือ ในยามที่บ้านเมืองไม่ปกติ เฉกเช่นการระบาดของโควิด-19 จะได้เห็นการจัดการอย่างมืออาชีพ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบพึงพอใจมากที่สุด

เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและควบคุมได้ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อาจจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงตอนนั้นคงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการ ตอบแทนในความมีน้ำใจและเสียสละ หลังจากทั่วโลกบอบช้ำเพราะไวรัสมรณะมามากแล้ว



------------------------------

หมายเหตุ : การเดินทางไปยังอาคารรับรองสัตหีบ ไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านเมืองพัทยา ถึงสามแยกสัตหีบเลี้ยวซ้าย เมื่อเจอสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาเข้าเทศบาลเมืองสัตหีบ ตรงไปสุดทาง เลี้ยวซ้ายไปอีก 650 เมตร จะอยู่ทางซ้ายมือ

ถ้านั่งรถตู้จากกรุงเทพฯ ลงที่สามแยกสัตหีบ แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณนั้น หรือถ้าเดินเท้าจากสามแยกสัตหีบถึงที่พัก ให้เดินตรงไป ผ่านหอนาฬิกา สุดทางบริเวณกิจการห้องเย็นฯ เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปเรื่อยๆ ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-7006-1530 และ 08-7006-1531 หรือเฟซบุ๊ก “อาคารรับรองสัตหีบ” (hotelsattahip)



กำลังโหลดความคิดเห็น...