xs
xsm
sm
md
lg

ตะลุยเวียดนามตอนที่ 1 : เวียตนามในวันที่ทะเลจีนใต้ร้อนระอุ

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย


เมื่อวันที่ 5 – 10 กรกฏาคม 2559 ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปประเทศเวียดนาม พร้อมพี่ๆน้องๆสื่อมวลชนอีกเก้าคน สำหรับผม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไปเวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มเออีซี. หรือประชาคมอาเซียน ซึ่งเปิดการร่วมมือกันอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อ 31 ธค.2558 ก็น่าตื่นเต้นอยากไป จะได้ไปดูรู้เห็นด้วยตา สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น จริงไหมครับ

ผมเป็นคนชอบถ่ายภาพมาก นอกจากสิ่งที่ได้พบเห็นและมิตรภาพดีๆกับผู้คนที่ได้พบปะพูดคุยแล้ว สิ่งที่ได้ติดมือกลับมาคือภาพถ่ายจำนวนมากมาย กลับมาถึงไทย เอารูปใส่คอมพิวเตอร์ก็นับได้ราว 2,000 กว่าภาพ มากเกินคาด เล่นเอาแทบเป็นลม คงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะโฟโต้ช็อปและจัดระบบภาพได้หมด

ส่วนเนื้อหาเรื่องราว กลับมาวางแผนว่าจะเขียนเล่าสิ่งที่พบเห็น ซึ่งคงต้องแบ่งเป็นตอนๆ ทยอยเล่า ก่อนอื่นขอเล่าภาพรวมจากข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเวียดนามคร่าวๆ ประเทศเวียดนามมีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีประชากรมากกว่า 90 ล้านคน ร้อยละ 85เป็นชาวเวียด และมีชนเผ่าต่างๆถึง 54 เผ่า เช่น ชนเผ่าไท ม้ง เย้า ฯลฯ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นิกายมหายาน มีประชากรในวัยทำงาน อายุต่ำกว่า 40ปี ถึง 40 กว่าล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 13 ของโลก พูดง่ายๆเวียดนามมีประชากรมากกว่าไทย(ไทยมีประชากร 65ล้านคน) มีพื้นที่เล็กกว่าไทยประมาณ 3 ใน5 ของไทย เวียดนามมีพื้นที่ 329,550 ตร.กม. ไทยมีพื้นที่ 513.115 ตร.กม.

เวียดนามปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม มีประธานาธิบดีเป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการบริหาร การเมืองเวียดนามมีเสถียรภาพและเอกภาพสูง มีระบบเศรษฐกิจการตลาดเพื่อสังคมนิยม ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เวียดนามมีศักยภาพทางเศรษฐกิจและพัฒนาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ “โด่ย เหมย” (Doi Moi) มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจช่วงละ 5 ปี

อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามสูงเป็นอันดับสองในเอเชียรองจากจีน( ข้อมูลปี 2549)เติบโตร้อยละ 6.17 รายได้เฉลี่ยต่อหัวเวียดนาม 835 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี(ปี 2551) เวียดนามใช้เงินด่ง 1 บาทไทยแลกได้ประมาณ 500ด่ง แลกเงินทีเป็นล้านด่ง ฟังดูเหมือนคนรวยเลยละครับ

เวียดนามมีภูมิประเทศเป็นรูปตัวs จากเหนือ-ใต้ มีชายฝั่งทะเลยาวเหยียดด้านทะเลจีนใต้ทางทิศตะวันออกของประเทศ ปัญหากรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมาก มีผลประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและน้ำมัน การประมง การเดินเรือ อำนาจในการใช้น่านฟ้า และจุดยุทธศาตร์ทางทะเล ที่รู้จักกันดี เช่น หมู่เกาะแพราเซล หมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งปัจจุบันทั้ง เวียดนาม จีน บรูไน ฟิลิปินส์ ไต้หวัน ต่างก็พยามงัดหลักฐานต่างๆอ้างสิทธิในการครอบครอง

ในช่วงที่ผมกลับจากเวียดนามเมื่อวันที่ 12 กค,2559 มีข่าวศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หรือศาลโลกที่กรุงเฮก ตัดสินว่าจีนไม่สามารถอ้างสิทธิเป็นเจ้าของน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งปักกิ่งออกแถลงการตอบโต้ไม่ยอมรับการตัดสินนี้

ขอเล่าเรื่องเกาะบางเกาะในทะเลจีนใต้เท่าที่ไปดูไปเห็นมาก็แล้วกันนะครับ ผมมีโอกาสนั่งเรือไปเกาะลี่เซิน ห่างจากฝั่งเวียดนามราว 2 ชั่วโมง เกาะเล็กๆ นี้มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า กู่ลาวแหร เป็นอำเภอเกาะของจังหวัดกว๋างหงาย ทางภาคกลางเวียดนาม มีพื้นที่ 10 ตารางเมตร มีประชากรกว่า 2 หมื่นคน เกาะหลีเซินเกิดจากปากภูเขาไฟ 5 แห่งที่มีชื่อว่า ภูเขาเถยเหลย ภูเขาห่อนซ้อย ภูเขาเยี้ยงเตี่ยน ภูเขาห่อนตาย และภูเขาห่อนวุง

เกาะลี่เซินเป็นถิ่นกำเนิดของกองเรือหว่างซาของเวียดนาม หรือ พาราเซล ซึ่งเป็น กองเรือที่กษัตริย์เวียดนามในอดีตใช้สำรวจการเดินทาง บุกเบิกและตั้งหลักแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่เพื่อรักษาอธิปไตยเหนือหมู่เกาะ หว่างซา หรือพาราเซลและ เจื่องซา หรือ สเปรตลี ปัจจุบัน

ในเกาะลี่เซินมีมีวิหารบูชาทหารกองเรือหว่างซา มีพิพิธภัณฑ์และเขตโบราสถานทางประวัติศาสตร์ เกาะลี่เซินเป็นฐานที่มั่นในการส่งคนไปยังหมู่เกาะสแปรตลี และกองเรือหว่างซานี้ฝ่ายเวียดนามอ้างเป็นข้อพิสูจน์ว่า เกาะพาราเซลและสแปรตลี่อยู่ภายใต้อธิปไตยของเวียดนาม
ภายในพิพิธภัณฑ์ แสดงเรือจำลองของกองเรือหว่างซา ที่ใช้สำหรับขนคนเพื่อไปตามเกาะต่างๆ ผู้ที่ไปมักไปแล้วไม่ได้กลับมา ทำให้ทุกคนที่ออกเดินทางจะมีการเตรียมแผ่นไม้ไปคนละห้าแผ่นพร้อมเชือก หากตายกลางทะเล ก็จะใช้อุปกรณ์ที่เตรียมไปนั่นแหละครับห่อศพก่อนทิ้งลงทะเลไป
เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง คนบนฝั่งจะมีการจัดพิธีศพ นำเอาหุ่นฟางมาเป็นตัวแทนของผู้ที่จากไปแล้วฝังไว้ที่บริเวณวิหารหรือสุสาน เกาะเล็กๆนี้จึงเต็มไปด้วยหลุมศพมากมาย บางศพสามีออกไปแล้วไม่ได้กลับมา ภรรยาทำศพให้ เมื่อภรรยาตายก็จะเอาศพมาฝังไว้ข้างๆกัน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีการจัดแสดงเอกสารและแผนที่เก่าๆ ที่ฝรั่งเศสทำเอาไว้สมัยเวียดนามยังเป็นเมืองขึ้น รวมทั้งแผนที่ฉบับที่จีนทำ ซึ่งเวียดนามสรุปว่าไม่ได้มีการอ้างกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะสแปรตลี่ หรือพาราเซล

ผลประโยชน์ในหมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซลในทะเลจีนใต้ มีทั้งเรื่องอดีตในประวัติศาสตร์ เรื่องการอ้างสิทธิในปัจจุบันของหลายประเทศ และเรื่องของอนาคต ปัญหานี้จะคลี่คลายหรือขมวดปม จะเดินไปในทางสันติหรือจะเดินไปด้วยความขัดแย้งใช้กำลังใช้อำนาจการทหารและการทูต ก็คงต้องตามดูกันต่อไปครับ
​เรือจำลองที่ทางเวียตนามใช้สำรวจหมู่เกาะ


แผนที่โบราณที่เป็นเส้นทางการเดินเรือ
เชือกที่นำติดตัวไปไว้มัดศพ
​ไม้สำหรับห่อศพที่ทุกคนต้องเตรียมติดตัวไปด้วย
ป้ายจารึกชื่อของผู้ที่ล่วงลับ
แผนที่ที่ทางจีนทำขึ้นนานมาแล้ว
หลุมศพของคู่รักคู่หนึ่งที่ฝังอยู่เคียงข้างกัน แต่หลุมของฝ่ายชายไม่มีศพจริงๆนะครับเพราะออกไปสำรวจเกาะแล้วก็ไม่ได้กลับมา
กำลังโหลดความคิดเห็น...