xs
xsm
sm
md
lg

เลสเตอร์ ซิตี้ จิ้งจอกสยามที่ไม่กระจอก

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย

ช่วงนี้วงการฟุตบอลในต่างประเทศกำลังเอาใจช่วยทีมฟุตบอลเล็กๆทีมหนึ่งในเกาะอังกฤษให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศให้ได้หลังผ่านไป 35 เกมจากทั้งหมด 38 เกม ตอนนี้ทีมที่นำอยู่กลายเป็นทีมม้านอกสายตาอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่เมือปีที่แล้วยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอยู่เลย

วันนี้ขอเขียนเรื่องกีฬาบ้างแล้วกันครับ ผมว่าเรื่องนี้น่าสนใจดีเหมือนกัน เริ่มด้วยทีมเลสเตอร์ ซิตี้เป็นทีมของคนไทย คนที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศคงทราบกันดีอยู่แล้ว เจ้าของทีมเป็นเศรษฐีไทยชื่อ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา หรือ วิชัย รักศรีอักษร ใช่แล้วครับเขาคนนี้คือเจ้าของคิงส์ พาวเวอร์นั้นเองละครับ เขาซื้อทีมเลสเตอร์ซิตี้ เมื่อปี 2011 ด้วยเงินก้อนแรก 40 ล้านปอนด์ โดยที่ไม่สามารถเปิดเผยยอดเงินทั้งหมดได้เพราะยังมีค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อขายนักเตะ และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก

วิชัย รักศรีอักษร เปลี่ยนมาใช้นามสกุลใหม่ ศรีวัฒนประภา เป็นนามสกุลพระราชทานตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2555

ว่าด้วยความมั่งคั่งร่ำรวย วิชัย เป็นเจ้าของคิงเพาเวอร์ อาณาจักรดิวตี้ฟรี เป็นเจ้าของโรงแรมพูลแมนโรงแรมหรูกลางกรุงเทพ ณ ซอยรางน้ำ และกิจการอื่น 16 แห่ง มีสินทรัพย์เกือบ 35,000 ล้านบาท แค่พาหนะส่วนตัวก็ระดับเศรษฐีโลก เขามี เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Gulfstream G550 สุดหรู ราคาแพงที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

วิชัย เป็นเศรษฐีนักธุรกิจที่ไม่ธรรมดาเอามากๆ ในประเทศเขามีคอนเนคชั่นกับนักการเมืองคนสำคัญๆ มายาวนานหลายสมัย ในต่างประเทศ นอกจากเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก มีฉายา “จิ้งจอกสยาม” แล้ว เขายังเป็นเจ้าของสนาม คิง เพาเวอร์ บิลลิ่ง แบร์ โปโล พาร์ค ซึ่งมีกิจกรรมการแข่งม้าของสังคมชั้นสูงรวมถึงพระราชวงค์ในอังกฤษ

อันที่จริง ต้องขอบอกว่าทีมฟุตบอลในอังกฤษไม่ได้มีเพียงเลสเตอร์ ซิตี้เท่านั้นที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ครับยังมีทีมอย่าง เรดดิ้ง ซิตี้ ที่มีเจ้าของทีมอย่าง สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ซึ่งเป็นประธานสโมสร อินทรีเพื่อนตำรวจ ที่เข้ามาซื้อทีมนี้ด้วยเงิน 35 ล้านปอนด์ อีกหนึ่งนักธุรกิจไทย ที่ไปเป็นเจ้าของทีมในอังกฤษ คือ เดชพล จันศิริ ที่เทคโอเวอร์ทีมนกเค้าแมว เซฟฟิลด์ เวนสเดย์ ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยวงเงิน 37.5 ล้านปอนด์

สิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมเล็กๆ อย่างเลสเตอร์ซิตี้ ที่สามารถขึ้นมาผงาดเป็นอับดับหนึ่งบนตารางคะแนนของลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกได้หลักๆเลยคงเป็นเรื่องของฟอร์มการเล่นที่ดันเล่นดีพร้อมๆกันเกือบทั้งทีมตั้งแต่ผู้รักษาประตูไปถึงกองหน้า

เริ่มกันที่ ผู้รักษาประตู อย่างแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ลูกชายของหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับตำนานที่เคยกวาดแชมป์มากมายให้กับทีมแมนเซสเตอร์ยูไนเต็ดและตอนนี้ลูกชายของเขาซึ่งเล่นตำแหน่งเดียวกันกับผู้เป็นพ่อ กำลังจะเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยการได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก

คีย์แมนอีกหนึ่งคนที่เป็นกลไกสำคัญของทีมก็คือ ริยาด มาห์เรซ มิดฟิลด์ตัวเก่งทีมชาติแอลจีเรีย ย้ายมาจากเลอ อาฟร์ ทีมในฝรั่งเศส ผู้เข้ามาคุมจังหวะในการขึ้นเกมของทีม และคอยสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วยการจ่ายบอลที่แม่นยำ ผลงานอันโดดเด่นแบบนี้ทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลนี้ไปแบบไร้คู่แข่ง

ยอดดาวยิงอย่างเจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ยิงไป 22 ประตูในปีนี้ ให้กับทีมเลสเตอร์ เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขายังเป็นผู้เล่นของทีมนอกลีกอยู่เลย คนนี้ทำประตูได้เยอะจนกองหน้าค่าตัวแพงหลายคนยังต้องอาย เขากลายเป็นกองหน้าค่าตัวสูงแน่นอนหากเกิดการย้ายทีมช่วงหลังจบฤดูกาลนี้

คนสุดท้ายที่ต้องพูดถึงและควรได้รับการยกย่องคือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลีวัย 64 ปี เขาไม่เคยคุมทีมไหนได้แชมป์ลีกสูงสุดเลยตั้งแต่เป็นผู้จัดการทีมมา ทั้งที่เคยคุมทีมมาหลายทีม ตั้งแต่ เซลซี อินเตอร์ มิลาน ยูเวนตุส โมนาโก เรียกได้ว่าเคยทำทีมใหญ่มามาก แต่ดันไม่ประสบความสำเร็จเลย แต่เวลานี้เขากำลังจะพาทีมเล็กๆที่เคยดิ้นรนหนีตกชั้นผงาดขึ้นไปคว้าแชมป์ได้

แถมล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทีมเลสเตอร์ยังบุกไปไล่ตีเสมอทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้การชูถ้วยยังคงต้องรอต่อไป แต่ทีแน่ๆทีมที่ไล่หลังมาอย่างสเปอส์คงต้องเหนื่อยหน่อยละครับ

งานนี้ก็ต้องเชียร์กันหน่อยละครับสำหรับทีมเล็กๆทีมนี้ที่มีเจ้าของเป็นคนไทยตอนนี้ถ้วยแชมป์รออยู่ตรงหน้าแล้วครับ

การที่ทีมฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกที่มีเจ้าของเป็นคนไทยทีมนี้ กำลังจะประสบความสำเร็จนั้น ผมก็ได้แต่หวังว่า ทางเลสเตอร์จะเอาสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดให้กับวงการฟุตบอลของไทยบ้าง หรือมีกิจกรรมเพื่อผลักดันให้นักบอลไทยได้มีโอกาสพัฒนาต่อไป ยิ่งช่วงนี้กระแสบอลไทยเริ่มกลับมาบูมอีกครั้ง ก็น่าจะทำอะไรได้เยอะพอสมควร

ก่อนหน้านี้ มีข่าวทีมเลสเตอร์ซิตี้ นิมนต์เจ้าคุณธงชัย ไปพรมน้ำมนต์ให้กับนักเตะและทีมงานที่สนามมาแล้ว ก็เอาเถอะครับถือเป็นขวัญกำลังใจ เพื่อศิริมงคล ตามความเชื่อแบบไทยๆ

สุดท้ายไม่ว่าจะน้ำมนต์จะศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน แต่ความสามัคคี ความใจสู้ของผู้เล่นทุกคน เป็นส่วนสำคัญทำให้ทีมก้าวมาอยู่ในจุดสูงสุดตรงนี้ได้ จากทีมเล็กๆทีมหนึ่งที่ไม่มีนักเตะดังๆ เลย ทำได้ขนาดนี้ ก็ต้องขอปรบมือดังๆให้ทีม เลสเตอร์ ซิตี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...