xs
xsm
sm
md
lg

Renovate คลองแสนแสบ บนทางลัด Rush hour ของชาวกรุงฯ

เผยแพร่:   โดย: ดรงค์ ฤทธิปัญญา


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีมติคณะรัฐมนตรี (๑๐ พ.ย.๕๘) เรื่องหนึ่งที่ดูจะน่าสนใจสำหรับผู้อาศัยชาวกรุงเทพมหานครไม่น้อย นั่นคือการอนุมัติงบประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตามโครงการแก้ปัญหาและปรับทัศนียภาพ “คลองเเสนเเสบ” ใน ๒ ปี โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานโครงการ มี กรมเจ้าท่า ประสานติดตามแผน ซึ่งกรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณรวม ๗๕ ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบกล้องวงจรปิด เพื่อเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยบริเวณท่าเรือทั้ง ๒๘ ท่า ขณะที่ กทม.จะรับผิดชอบงบประมาณ ๖,๘๐๐ ล้านบาท

ทั้งนี้ ครม.ได้เร่งรัดการดำเนินโครงการภายใน ๒ ปี จากเดิมที่กำหนดแผนดำเนินการในปี ๒๕๕๙ - ๒๕๖๓ เนื่องจากคลองแสนแสบถือเป็นเส้นทางสัญจรทางเดินเรือโดยสารที่สำคัญ โดยมีประชาชนใช้บริการเรือโดยสารที่คลองแสนแสบประมาณ ๑ แสนคนต่อวัน จึงต้องเร่งผลักดันโครงการเพื่อยกระดับคลองแสนแสบให้มีความสะอาด

อย่างไรก็ตาม ครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการติดตามและประเมินผล และรายงาน ครม.เป็นระยะ, มอบหมายกรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมเจ้าท่า และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บังคับใช้กฎหมายในความรับผิดชอบในพื้นที่คลองแสนแสบและคลองสาขาอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินมาตรการด้านประชาสัมพันธ์ในการรณรงค์เรื่องปัญหามลพิษทางน้ำ น้ำเน่าเสีย วิธีแก้ไข และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

ซึ่งแผนการใช้งบประมาณของ กทม.ได้เสนอต่อกระทรวงคมนาคมแล้วนั้น มีรายงานจากผู้จัดการสุดสัปดาห์ว่า มีทั้งสิ้น ๑๑ โครงการ ได้แก่ ๑.งานฟื้นฟูสภาพน้ำคลองแสนแสบระยะเวลาดำเนินการ ๒๔ เดือน งบประมาณ ๓,๘๔๖ ล้านบาท ๒.งานฟื้นฟูสภาพน้ำคลองบางเตย งบประมาณ ๓๑๖ ล้านบาท ๓.งานฟื้นฟูสภาพน้ำชุมชนคลองเป้ง งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท ๔.งานจ้างตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ๑,๐๐๐ ตัวอย่างระยะเวลาดำเนินการ ๑๒ เดือน งบประมาณ ๒.๓ ล้านบาท ๕. โครงการสร้างการรับรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์คลองแสนแสบ งบประมาณ ๕๐ ล้านบาท

๖.งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียเพิ่มเติมริมคลองแสนแสบช่วงถนนวิทยุ - คลองตัน เข้าโรงงานควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง งบประมาณ ๓๗๘ ล้านบาท ๗. โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมระบบรวบรวมน้ำเสียคลองแสนแสบจากบริเวณประตูระบายน้ำมีนบุรี ถึงประตูระบายน้ำหนองจอก ระยะดำเนินการ ๔ ปี งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๘. โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองแสนแสบ จากสะพานผ่านฟ้า ถึงประตูระบายน้ำคลองตัน งบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท

๙.โครงการปรับปรุงเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก บริเวณประตูระบายน้ำคลองตัน ถึงถนนวงแหวนตะวันออก งบประมาณ ๒๑.๖ ล้านบาท ๑๐. โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ จากอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าว ถึงซอยลาดพร้าว ๑๓๐ และจ้างที่ปรึกษาคุมงาน งบประมาณ ๗๖๓ ล้านบาท และ ๑๑.โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือคลองแสนแสบส่วนต่อขยายจำนวน ๑๔ ท่า งบประมาณ ๑๔.๕ ล้านบาท รวม งบประมาณกว่า ๖,๘๑๒ ล้านบาท

สรุปก็คือเกือบ ๗ พันล้านนี้เอาไปฟื้นฟูคุณภาพน้ำมากสุดถึง ๓,๘๔๖ ล้านบาท ก็คงต้องรอดูรายละเอียดกันว่าจะเอาไปทำอย่างไร เพราะในสายตาและกลิ่นที่ได้สัมผัสของชาวบ้านแบบผม มองแล้ว “ยากเย็นเหลือเกิน” ที่น่าสนใจอีกอันก็คือการสร้างเขื่อนกั้นริมคลองจากสะพานผ่านฟ้า ถึงคลองตัน รวม ๔๐๐ ล้าน อันนี้อาจจะทำทางจักรยานด้วยหรือเปล่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน

แต่หวังว่า ด้วยงบประมาณขนาดนี้!! มันคงจะสามารถพลิกฟื้นได้ละว้า ให้ลบความทรงจำอันแสนอเมซซิ่งของฝรั่งสักหน่อย ที่เขาอาจจะคิดในตอนใช้บริการว่า "โอ้เมืองบางกอกนี่ไอเดียดีนัก สามารถใช้คลองระบายน้ำเสียเป็นเส้นทางคมนาคมได้ด้วย"

จะว่าไป ก่อนที่ย้ายมาประจำการยังกองบรรณาธิการบ้านพระอาทิตย์นี้ ผมนี่เรียกได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนรายได้หลักอย่างไม่เป็นทางการของครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือด่วนโดยสารบนคลองแสนแสบแบบผูกขาดเจ้าเดียวตลอดกาลมาหลายครานัก ทั้งสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย และทำงานในสำนักข่าวย่านวังทองหลาง จนได้เห็นหลายๆ สิ่งที่แม้วันนี้จะผ่านมามากกว่า ๑๐ ปี ก็ยังเหมือนเดิม นอกจากสีของน้ำที่คล้ายกับเครื่องดื่มรสโคล่าแล้ว กลิ่นอันมิพึงประสงค์ในคลองก็ยังเป็นสิ่งที่แค่นึกถึงก็สัมผัสได้ ที่แรงๆ ต้องแถวๆ ช่วงคลองตัน - หน้ารามคำแหง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงจริงๆ

มีครั้งนึงนั่งเรือผ่านเคยเห็นเขาถ่ายทำภาพยนต์ หรือละครอะไรเนี่ยล่ะ บริเวณท่าเรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) ซึ่งเขาให้ตากล้องลงไปแช่ในน้ำเพื่อจับภาพ แล้วดูท่าน่าจะเป็นเวลานานเสียด้วย ผมนี่คิดในใจว่า "พี่โคตรกล้าเลยครับ"

พูดถึงเรือคลองแสนแสบนี่ถือเป็นช่องทางการคมนาคมที่รวดเร็วที่สุดในช่วงเวลาเร่งด่วน ทั้งยามเช้าตรู่ และยามเย็นที่บรรดารถนับหมื่นคันมาจอดแช่กันอยู่กลางถนนสายสำคัญของกรุงเทพฯ เอาง่ายๆ จากท่าสะพานผ่านฟ้า ไปถึงท่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถ้านั่งรถเมล์ไปในช่วงสักห้าโมงเย็นวันธรรมดาจะใช้เวลาราวๆ ๑ ชั่วโมงครึ่งเป็นอย่างต่ำ ขณะที่เรือใช้เวลาไม่ถึง ๑ ชั่วโมงเท่านั้น (ไม่รวมช่วงรอต่อเรือที่ท่าประตูน้ำ)

“เรือโดยสารคลองแสนแสบ” เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๓ ในสมัยของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น ๒ สายคือ สายภูเขาทอง มีจุดเริ่มต้นที่สะพานผ่านฟ้า - ประตูน้ำ และสายนิด้า มีจุดเริ่มต้นจากประตูน้ำ ถึงท่าเรือวัดศรีบุญเรือง มีเส้นทางเดินเรือราว ๑๘ กิโลเมตร ผู้โดยสารสามารถลงเรือได้ตั้งแต่เวลา ๐๕.๓๐ น. - ๒๐.๐๐ น.ค่าโดยสารรายทางตั้งแต่ ๙ - ๑๘ บาท

และที่สำคัญที่หลายคนอาจจะไม่รู้ ก็คือ แต่ละท่านี่สามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งได้ง่ายมาก ซึ่งชาวต่างชาติก็นิยมใช้บริการกันด้วย อาทิ ป้ายชุมชนบ้านครัวเหนือ ก็สามารถไปถึงสนามศุภชลาศัย หรือ ถนนพระราม ๑ ได้ ,ป้ายสะพานหัวช้าง เชื่อมต่อทั้งบีทีเอส ราชเทวี จะเดินไปสยาม มาบุญครอง ก็สะดวก ,ป้ายนานาเหนือ อาจจะเดินไกลสักหน่อย แต่สามารถทะลุไปยังถนนสุขุมวิท เทอร์มินัล ๒๑ หรือย่านโคเรียทาวน์ ได้เช่นกัน ,ถัดมา ป้ายอโศก ก็เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพชบุรี และสถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน ,ป้ายราม ๑ ท่าเรือใหม่ที่สุด ก็เชื่อมต่อกับสถานีแอร์พอร์ตลิงก์รามคำแหงได้ แถมตัวท่าดูสวยงามกว่าชาวบ้านเขาอีกด้วย ,ป้ายสะพานมิตรมหาดไทย ที่อยู่ไม่ไกลสนามราชมังคลากีฬาสถาน และยังสามารถนั่งรถมอเตอร์ไซค์ทะลุต่อไปยัง ถนนลาดพร้าวช่วงซอย ๑๒๒ ได้เช่นกัน

มาดูสภาพแวดล้อมริม ๒ ฝั่งคลองโดยเฉพาะบริเวณทางเท้าริมคลอง ผมมองแล้ว หลายๆ แห่งยังคงสามารถสัญจรได้อย่างดี ถ้า... พวกพี่ๆ ไปเคลียร์สรรพสิ่งของชาวบ้านที่เอามาวางไว้บนทางเดินจนบางจุดกลายเป็นทางปิดตายได้สำเร็จ แต่ในส่วนที่ยังคงมีชาวบ้านใช้เดินกันตามปกติก็มีนะ บางส่วนก็โดนบุกรุกล้ำโดยธรรมชาติจนมนุษย์ไม่สามารถผ่านไปได้ และบางแห่งก็ชำรุดทรุดโทรมจนไม่กล้าเดินผ่าน บางที่ก็เหมือนถูกตัดขาดไปดื้อๆ เพราะไม่มีทางเดินเขื่อนกั้นซะงั้น แต่อันนี้ผมไม่รู้ว่าในความเป็นจริงเขาจะสร้างใหม่หรือซ่อมหรือเสริมเฉพาะจุดกันแน่ และบางพื้นที่เช่น ช่วงท่าเรือประตูน้ำ หากทำเลนจักรยานเพิ่มอีกฝั่งละ ๒ เมตร (สมมุตินะ) จะส่งผลให้พวกพี่ชาวเดินเรือประสบปัญหาการจราจรทางน้ำคับคั่งเพราะกลับลำเรือได้ลำบากกว่าเดิมหรือเปล่า

ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือการประชาสัมพันธ์หรือรณรงค์ให้คนลดการทิ้งขยะลงในคลอง อันนี้ผมก็ว่ายากถ้าไม่มีการบังคับใช้กฏหมายกันอย่างจริงจัง จับ ปรับไปเลย ใครทิ้งแม้แต่เศษตั๋วโดยสารก็ต้องโดน เก็บเงินค่าปรับหรือให้บำเพ็ญประโยชน์ก็ว่ากันไป แล้วหลังจากนั้นค่อยอธิบายเหตุผลสนับสนุนว่าทำไมเราจึงต้องรักษ์ลำคลอง

ถ้ามัวแต่พูดปาวๆ ไม่ได้ผลอะไรหรอกครับ

นับจากนี้ก็ต้องมาดูกันสิว่า อีก ๒ ปีข้างหน้า งบประมาณเกือบ ๗ พันล้านจะทำให้คลองที่แสนโสโครกสุดๆ เหลือเป็นเพียงแค่ตำนาน เหมือนความรักของไอ้ขวัญกับอีเรียมในเรื่องแผลเก่าได้หรือไม่