xs
xsm
sm
md
lg

กลุ่มประชาธิปไตยใหม่

เผยแพร่:   โดย: บัณรส บัวคลี่

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ควรจะปล่อยให้เด็กนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ให้ได้แสดงออกไปตามประสาเขา ต่อให้พวกเขาชูสามนิ้วต่อต้านหรือจะไปกินขนมอะไรที่ตรงไหนก็ปล่อยๆ เปิดรูระบายบ้าง แล้วรัฐบาลก็ประกาศกับสาธารณะไว้ล่วงหน้าเลยว่าแบบที่ห้ามเด็ดขาด แบบไหนจับแน่เช่น ปักหลักพักค้างบนถนน ฯลฯ

คือแค่ยืนชูสามนิ้วแล้วจับนี่เกินไปครับ เพราะรัฐบาลนี้มาสวมอำนาจชั่วคราวในระหว่างบ้านเมืองไม่ปกติ เอาล่ะแรกๆ อาจต้องกระชับอำนาจเรื่องเสถียรภาพความมั่นคง แต่คงไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรการเข้มงวดสูงสุดตลอดวาระนี่ครับ ท่านเข้ามาเพราะความไม่ปกติของบ้านเมือง ระบบกลไกสำคัญแทบไม่ทำงาน ชายชุดดำระเบิดลงรายวันอันนั้นเราก็เห็นกันอยู่ และเข้าใจดีว่าทหารไม่ได้หาช่องจะยึดอำนาจเพื่อกูเหมือนรุ่นพี่สมัยก่อนโน้น... มีคนชงหวานมาให้ต่างหาก ในสังคมนี้นอกจากกองเชียร์สุดลิ่มแล้ว คนกลางๆ ที่เขามองเห็นอะไรพอรู้อยู่ก็มีอยู่ไม่น้อย ย่อมเข้าใจท่านอยู่

แต่รัฐบาลทหารต้องอยู่ไม่นานจริงๆ ท่านก็ประกาศไว้ชัดเจนของท่านเองว่าจะเดินตามโรดแมป จะปูพื้นฐานที่ดีให้กับประชาธิปไตย นี่แหละครับที่ผมอยากสื่อถึงท่านดังๆ ว่า พื้นฐานที่ดีไม่ใช่แค่ผลของการปฏิรูปจากสภาปฏิรูปเท่านั้น แต่พื้นฐานที่ดีก็คือวิถีธรรมเนียมของสังคมแบบประชาธิปไตยจริงๆ ด้วย สังคมประชาธิปไตยขาดแคลนเรื่องนี้ สมัยทักษิณแค่สนธิและชาวจุดเทียนจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ที่สวนลุมก็ยกกำลังชายฉกรรจ์ไปทำร้าย ให้ตำรวจแจ้งความ เอาสรรพากรมาตรวจ สั่งปิดวิทยุทีวีแล้ว นี่แหละครับคือลักษณะข้อปัญหาของสังคมไทยในเรื่องการแสดงออก พอหลังจากนั้นมันจึงเกิดกรณีใครออกมาท้าทายต่อต้านรัฐบาลกองเชียร์อีกฝ่ายก็เชียร์ให้จับยัดคุก เชียร์ให้ทำร้าย การแสดงออกทางการเมืองเลยเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวไปเสียทั้งๆ ที่มันมีระดับขั้นปกติธรรมดาขึ้นไปถึงขั้นรุนแรง

รัฐบาลนี้สามารถปูพื้นฐานความเข้าใจเหล่านี้ได้ครับ ใจกว้างเปิดรับการชูสามนิ้วซะ แล้วเอาจริงกับอะไรที่มันหนักหนากว่านั้น

ผมน่ะไม่เชื่อว่าลำพังนักศึกษากลุ่มเล็กๆ ที่กำลังแสดงบทหมูไม่กลัวน้ำร้อนอยู่นี่จะมีอิทธิฤทธิ์ขนาดล้มรัฐบาลได้ ต่อให้รวมกับคณะอาจารย์และคณะขาประจำทั้งหลายด้วยก็คงไม่สามารถโยกคลอนเสถียรภาพรัฐบาลได้ สมัยปี 50 หนักกว่าไม่รู้เท่าไหร่รัฐบาลขิงแก่ยังอยู่จนครบวาระเลย

สิ่งที่จะก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาลมีแต่ปัจจัยภายในของฝ่ายรัฐบาลเอง โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญที่ปรับปรุงใหม่อยู่ตอนนี้ต่างหาก ซึ่งหากปรับปรุงออกมาแล้วมีบทบัญญัติเพิ่มพลังอำนาจให้บทบาทกับฝ่ายประชาชนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ เนื้อหาใหม่ของรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับ นาทีนั้นประชาชนฝ่ายที่กลางๆ จะเทมาเป็นพวกของท่านเอง เวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปีน่ะเขาคอยได้ รอรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านเพื่อกลับเข้าสู่วงจรการเมืองปกติโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ เกิดความวุ่นวายแบบที่เป็นมา

ก็เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่เบื่อแล้วกับความไม่ปกติทางการเมือง เบื่อการประท้วงและความไม่สงบต่างๆ เต็มทีแล้ว ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย...ทักษิณก็รู้ แกนนำแดงทั้งหลายก็รู้ว่าถ้าจะจัดงานชุมนุมแดงรอบใหม่นี่มันยากกว่าเดิมเยอะ ช่วงปลายๆ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ขนาดมีอำนาจรัฐก็ยังเหนื่อยเลย มันหมดยุคแห่แหนขนครอบครัวเตรียมข้าวสารมาหุงหาปักหลักเป็นเดือนแล้ว หรือต่อให้ทักษิณควักเงินสักหมื่นล้านมาให้พวกสู้แล้วรวยทำม็อบก็คงเหลือจากเสือหิวกินหัวคิวลงไปทำจริงๆ ไม่เท่าไหร่ (ฮาๆ) ไม่มีใครสู้เจ็บแทนตายฟรีให้แล้ว ติดคุกพวกก็ไม่ช่วย แถมแขวนไว้รอนิรโทษยกพวงพร้อมพ่อมันอีก เพราะฉะนั้นก็อย่านอยด์มากไป... อย่าเกร็งมากไป...อย่ากลัวมากจนขนาดใช้อำนาจมากเกินไป สังคมไทยเป็นสังคมไม่ชอบฝ่าย “เยอะ” ถ้าเขารู้สึกว่าเยอะเขาจะกลับมาเห็นใจอีกฝ่ายทันที

ผมน่ะสัมผัสบรรยากาศในต่างจังหวัด ตามข่าวจากพวกนักกิจกรรมเอ็นจีโออาชีพ และทราบข่าวจากน้องๆ เสื้อแดงอยู่บ้าง มันเริ่ม “เยอะ” จริงๆ แหละครับทหารลูกน้องของท่าน ส่งคนไปกดดันพ่อแม่ผู้ปกครองเขาที่บ้าน ไปกดดันเขาไม่ให้มาประท้วงร้องเรียนครม.สัญจร ทั้งๆ ที่ช้างเหยียบนาแบบนี้เขาก็ต้องมาร้องให้ช่วยเป็นปกติ อาจารย์ทางอีสานก็ถูกเหมาถูกติดตามจะเอาเข้าพวกให้กลายเป็นเบื้องหลังดาวดินให้ได้ ฯลฯ

ขอเตือนไว้ด้วยความหวังดี เพราะผมไม่ได้เป็นขาประจำเพื่อจะล้มล้างอะไร ก็คือทหารเด็กๆ น่ะถ้าจะขยันต้องฉลาดด้วย อย่าเยอะ กระแสตีกลับทีเดียวพวกท่านเอาไม่ทันหรอก

ตีโจทย์ดีๆ ครับ…

สิ่งที่ผู้คนในสังคมไทยต้องการที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่นักศึกษาเป็นฮีโร่หัวหอกออกมาผดุงความยุติธรรมขับไล่ผู้ปกครองเดิมเพื่อหาผู้ปกครองใหม่อะไรเลย ก็มีแต่พวกก้าวหน้าตาสว่างนี่แหละที่อยากไล่ทหารไปวันนี้พรุ่งนี้เลือกตั้งรัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้มาใช้ไปก่อน

ผมคิดว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไทย “ต้องการ” “มากกว่า” ก็คือการออกจากวิกฤตการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เรื้อรังยาวนานมาข้ามทศวรรษแล้วอย่างไรต่างหาก

ซึ่งเราท่านก็รู้ว่าการที่จะ “ออก” ได้มันต้องอาศัยอะไรต่อมิอะไรเยอะ และคงไม่ใช่ลาออกทันที เลือกตั้งพรุ่งนี้เลยเหมือนที่เด็กๆ เขาเรียกร้อง มันมีหลายแนว แนวที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลเสนอให้สองฝ่ายไปลดละก็ทางหนึ่ง หรืออีกแนวทางที่ทหารกำลังทำก็น่าจะเป็นทางออกหนึ่งได้ นั่นก็คือ การสร้างกติกาใหม่ที่สมดุล เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้วางบนฐานประโยชน์ของประชาชนจริงๆ เพิ่มบทบาทประชาชนจริงๆ อย่าแค่บังหน้าแล้วดำรงสิ่งที่เรียกว่าอำมาตยาธิปไตยเอาไว้

แต่ลำพังแค่กติกาใหม่ไม่ให้ประชาชนถูกผู้ยิ่งใหญ่สองฝ่ายผลัดกันเอาเปรียบก็ยังไม่พอครับ เพราะสังคมนับแต่ 2475 เป็นต้นมาเราถูกปลูกฝัง(โดยอะไรก็ไม่รู้) ให้เข้าใจประชาธิปไตยแบบเปลือกๆ รู้จักแต่การเลือกตั้ง แต่ไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานสิทธิเสรีภาพเสมอภาคความเป็นธรรม รวมถึงค่านิยมใหม่ๆ เช่น การมีส่วนร่วม และธรรมาภิบาล เพราะฉะนั้นหากจะปฏิรูปเพื่อนำสังคมไทยให้หลุดพ้นจากวังวนเดิมๆ นั้นก็ต้องเน้นไปที่หลักการพื้นฐานที่ว่า

โอเค! เข้าใจดีครับ ภายใต้ระบบ/ระบอบปกครองที่เป็นอยู่นี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย จะถามหาสิ่งเท่ๆ หลักการสวยๆ ทำไมตอนนี้ ? แต่ทว่ารัฐบาลนี้ก็ยังสามารถปูพื้นฐานหลักการดีๆ ที่ว่าได้ในระดับที่พอควบคุมและดำเนินการได้ อาทิเช่น ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูล ท่านก็ไม่ได้เป็นเผด็จการจ๋าขนาดนั้นท่านก็เปิดให้คนรู้ ดังนั้นสิทธิในการแสดงออกของประชาชนที่มันพื้นฐานจริงๆ ก็ควรปล่อยๆ ไปบ้าง การเอาจริงกับการทุจริตนี่ก็ใช้ได้นะครับ แต่บางกรณีนี่ตีขลุมประสาระบบราชการไปหน่อยโดยเฉพาะเรื่อง นายกอบจ.ภูเก็ต อันนี้ขอไม่เห็นด้วย แต่โดยรวมนั้นรัฐบาลเผด็จการสามารถวางพื้นฐานที่ดีของระบอบประชาธิปไตยได้ครับ ทำพร้อมๆ กันไป

พอได้ประกาศกับโลกในภายหน้าว่า เห็นมั้ยขนาดเป็นรัฐบาลทหารยังเปิดให้ขนาดนี้เลย

กลุ่มนักศึกษาน่ะ มีคนรุมล้อมดันหลัง แอบกระซิบ แอบช่วยกันเยอะ...ขาประจำทั้งนั้น ก็เห็นกันอยู่และเข้าใจดีครับ แต่ไม่ควรชี้นิ้วเหมารวมว่ามีเบื้องหลังกันทั้งหมด นักศึกษารุ่นนี้มีความแตกต่างจากกลุ่มคนแก่หน้าเดิมๆ ก็คือมันก็มีนักศึกษารุ่นใหม่ๆ ที่เขามาด้วยใจและอุดมการณ์ที่ถูกสั่งสอนมาจริงๆ

เอาล่ะ ประสบการณ์และความรับรู้โลกภายนอกของน้องๆ บางคนอาจจะตัดขาดแค่ เป๊ง! 22 พฤษภาคม 2557 เหตุการณ์ก่อนนี้อาจจะไม่รับรู้ ก็อย่าไปคาดคั้นเลยครับ เช่นไปถามว่าตอนเหตุการณ์นักศึกษารามโดยรุมพวกคุณไปไหนมา? บลาๆ? การยกคำถามชวนทะเลาะแบบนี้มันไม่มีประโยชน์ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่เคยไปไล่ทักษิณ ไปต่อต้านยิ่งลักษณ์มาร่วมด้วย สิทธิในการแสดงออกรักชอบทางการเมืองน่ะอย่าถึงกับห้ามเด็ดขาดเลย มันอึดอัดพอๆ กับห้ามตดนั่นล่ะ ...ท่านต้องอะลุ้มอล่วยปล่อยให้มันตด แต่ไปตดไกลๆ อย่ามาตดกลางวง

ความผสมผสานดังกล่าวของกลุ่มนักศึกษาเป็นจุดที่น่าสนใจ มันเป็นอะไรใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาในท่ามกลางบรรยากาศแบบสุดติ่งสุดขั้ว แดงจัด เหลืองจัด นกหวีดจัด น้ำเงินจัด เขียวจัด ไอ้ความใหม่ๆ ที่มีสีผสมแบบนี้นะน่าจะเป็นโมเดลที่ดีสำหรับประเทศไทยในยุคจากนี้ไป ตอนแรกน่ะนักศึกษาก็แค่สู้เพื่อต่อต้าน จนเมื่อมีการแถลงข่าวหลังเพื่อนถูกจับนักศึกษากลุ่มนี้ก็ประกาศหลักห้าประการที่ตนใช้ต่อสู้ขึ้นมา เออ..ค่อยมีหลักมีการขึ้นมาหน่อย

อันนี้ดีเลยครับ หลักห้าประการอะไรนั่นที่แท้ก็คือหลักการสำคัญที่เป็นรากฐานของสังคมประชาธิปไตยที่คนไทยไม่ค่อยสนใจกันนัก อย่าว่าแต่คนไทยเลย นักการเมืองไทย ข้าราชการไทย รวมถึงทหารไทย ตำรวจไทยบางส่วนเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเลย การที่แปดสิบกว่าปีมานี้ที่ประชาธิปไตยของเราเลยไม่ไปไหน ก็เพราะผู้คนไม่สนหลัก ไปบูชาแต่เปลือก การเมืองไทยจึงเป็นการเมืองแบบเปลือกหลังคากลวงๆ แต่ไม่มีเสาเข็มส่งมอบกันมาจนถึงคนรุ่นเรา

เด็กจะคิดกันเองหรือใครจะร่างให้นักศึกษาก็อย่าไปสนเลย เอาเป็นว่า จะรู้ตัวหรือไม่รู้ก็ตาม นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่น่ะเขาได้ทำสัญญาประชาคมไปแล้ว ว่าพวกเขาจะสู้เพื่อหลักอันนี้ แน่นอนครับ หลักที่ว่าอยู่ตรงกันข้ามกับอำนาจที่ไปทำรัฐประหารและมาตรา 44 แน่ แต่อย่างไรก็ตาม หลักการที่ว่าก็อยู่ตรงข้ามกับเรื่องอุบาทว์ๆ เลอะเทอะไม่เข้าท่าของการเมืองไทยตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วย

การต่อสู้แบบมีหลัก น่าจะดีกว่าสู้เพื่อบุคคล เพื่อชาบู หรือเพื่อเปลือกแน่นอนครับ และมันคงน่าสนุกทีเดียวที่ต่อมาหากมีการใช้รัฐธรรมนูญใหม่ มีเลือกตั้งแล้วรัฐบาลจากการเลือกตั้งดันทำอะไรอุบาทว์ๆ เช่นสมมติว่า มีโครงการน้ำ3แสนกว่าล้านไม่มีประชาพิจารณ์ ไม่เปิดให้คนเห็นต่างเข้าไปร่วม แถมด่าพวกค้านว่าขยะ งานนี้แหละครับที่จะพิสูจน์ว่านักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ตลอดถึงพวกที่ประกาศตัวอยู่เบื้องหลังนักศึกษากลุ่มนี้ว่าเป็น “ของจริง” หรือเป็นแค่ “ก้าวหน้าเปลือกๆ” หมดรัฐบาลทหารอย่าเพิ่งแตกคอกันหรือแยกย้ายกันไปเสียก่อนล่ะ

ไม่รู้ล่ะ สำหรับผมแล้ว ผมชมชอบการตรวจสอบถ่วงดุล ผมไม่ชอบให้ใครกลุ่มใดมีอำนาจเต็มมากเกินไป คืออย่างน้อยควรจะมีอะไรดึงๆ ยั้งๆ ไว้บ้าง คือบรรยากาศเงียบๆ ไร้เสียงต้านเลยนี่นะมันจะก่อให้เกิดอารมณ์เหลิง บางคนเตลิดไปไกลอยากอยู่ต่ออีกสองปี..ไปโน่นเลย หรือบางคนก็จะอาศัยสภาพของอำนาจมั่นคงบรรยากาศนิ่งๆ ผลักดันกาสิโนซะ อะไรซะ

คือถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ออกมาโดยให้ประชาชนเป็นพระเอกจริงๆ เปลี่ยนจากเดิมหน้ามือหลังมือ ใช้พลังของประชาชนเพื่อการมีส่วนร่วม มีส่วนในการตรวจสอบถ่วงดุล มีบทบัญญัติเข้มงวดเรื่องการทุจริตคดโกงจริง ก็ไม่ต้องกลัวหรือกังวลอะไรกับการออกมาของนักศึกษาหรอกครับ บทบาทของเด็กก็ว่าไปตามเด็ก บทบาทของผู้ใหญ่ก็ว่าไปตามแบบผู้ใหญ่ ประชาชนคนที่เหลือเขาพอมองเห็นอยู่

ยกเว้นเสียแต่รัฐธรรมนูญใหม่นี้ยังซ่อนอะไรๆ ของการต่ออำนาจ หรือมันขี้เหร่มากจับตรงไหนก็ไม่สมเหตุสมผล อันนี้แหละครับที่จะทำให้ขบวนการนักศึกษานิดๆ หยิบมือเดียวกลายเป็นคลื่นใหญ่ขึ้นมาจริงๆ

รัฐธรรมนูญนี่ล่ะที่จะกำหนดสถานการณ์ต่อไป ไม่ใช่จับนักศึกษาได้ ไม่เปิดช่องไม่ให้ชูนิ้วแล้วสบายใจได้

คือถ้ารัฐธรรมนูญขี้เหร่มากๆ วางอำนาจให้ฝ่ายประจำคับเมือง รอบนี้คงไม่ใช่นักศึกษาแล้วล่ะครับ กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ชูสามนิ้วอะไรนั่นจะเล็กลงไปทันตาเห็น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...