ขอขอบคุณที่ คสช.ได้มีคำสั่งให้นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย พ้นจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพราะข้าราชการนายนี้เกี่ยวพันกับเรื่องอื้อฉาวรับใช้นักการเมืองจัดซื้อจัดจ้างอย่างไม่สมเหตุผล ล่าสุดมีข่าวหลุดมาอีกว่าใช้งบซื้อดอกไม้ตกแต่งรับแขกต่างประเทศที่มาเยือนครั้งละ 3 แสนบาททั้งๆ ที่แขกมาอยู่ไม่เกิน 1 ชั่วโมงพฤติกรรมผลาญเงินแผ่นดินแบบนี้ไม่สมควรให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญเลยแม้กระทั่งวินาทีเดียว
ก่อนหน้านี้เวลาที่สังคมไทยพูดถึงการทุจริตโกงกินมักจะมองเฉพาะที่อำนาจฝ่ายบริหารแต่พอมายุคหลังประเทศนี้เสื่อมทรามลงในทุกวงการอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติก็อื้อฉาวไม่แพ้กัน ตอนที่อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรยกคณะไปทัวร์อังกฤษผมได้ยื่นขอข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายเพื่อขอรายละเอียดที่มาของงบประมาณและกำหนดการโดยละเอียดเขาไม่ยอมเปิดให้ต้องยื่นอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่สุดก็ยอมเปิดให้แต่ทว่าเปิดให้ครึ่งเดียว ไม่ลงรายละเอียดเรื่องเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วยเพราะเวลาตอบหนังสือและดำเนินการต่างๆ ล้วนเป็นกลไกราชการทั้งสิ้น
ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ผมได้ยื่นขอข้อมูลการใช้สิทธิ์เดินทางฟรีของสมาชิกรัฐสภาย้อนหลัง 4 ปีก็ไม่มีคำตอบอีกต้องอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารอีกรอบ จนที่สุดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็มีคำตอบมาให้แบบเลี่ยงกฎหมายบอกว่า “อยู่ระหว่างการดำเนินการ” ซึ่งที่แท้ก็คือการปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแบบไม่ให้ตัวเองทำผิดกฎหมายนั่นเอง
เพราะหากว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตอบว่า “ให้ไม่ได้” ก็เข้าข่ายกระทำผิดตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ทันทีเขาจึงเลี่ยงบาลีในลักษณะนี้ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการหลบเลี่ยงไม่ทำตามกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็คือนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัยเลขาธิการสภาฯ หลักฐานตามสำเนาหนังสือที่แนบมา
การใช้กลไกราชการเอื้อประโยชน์ต่อนักการเมืองทั้งยังคอยปกป้องเลี่ยงกฎหมายไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเป็นสาเหตุสำคัญของความเสื่อมโทรมของการเมืองไทย กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องบ่งชี้หนึ่งแสดงว่าหลักการเปิดเผย โปร่งใส ไม่เป็นความลับ ถูกหลักธรรมาภิบาลของระบบบริหารราชการของประเทศนี้ย่ำแย่ไม่เป็นไปตามหลักการเลยแม้แต่น้อย กระทั่งกลไกการร้องเรียนและอุทธรณ์ที่มีขึ้นตามกฎหมายก็ไม่ได้ช่วยอะไร เป็นการสมควรที่คสช.น่าจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการข้อบังคับทางกฎหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับระบบราชการให้มีธรรมาภิบาลที่แท้จริง
ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ร้องเรียนไปยังท่านหัวหน้า คสช. ได้โปรดพิจารณาปฏิรูป ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการให้ทันสมัยสามารถบังคับใช้ได้จริง เพราะที่มีอยู่นักการเมืองกับข้าราชการประพฤติมิชอบไม่เกรงกลัว มีช่องหลบเลี่ยงได้ ผมยื่นไปตั้งแต่พฤษภาคมปีที่แล้วจนบัดนี้ยังบอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการมันเปลืองภาษีประชาชน การแก้ปัญหาความทุจริตฉ้อฉลในวงราชการและนักการเมืองโกงกินมีแต่ต้องทำให้ประเทศสว่างไสวไม่มีมุมมืด การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารก็คือการทำให้ระบบราชการสว่างเปิดเผยขึ้นมา ใครจะทำมิชอบก็ยากขึ้น
และขอให้ท่านหัวหน้า คสช. ได้โปรดสั่งการให้รักษาการณ์เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิ์เดินทางฟรีของสมาชิกสภาฯ ต่อสังคมโดยรวมได้ทราบ เพราะแม้ว่าสมาชิกสภาฯ จะมีสิทธิ์โดยชอบในการเดินทางฟรีแต่ก็ควรจะเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ มิใช่สิทธิจะไปไหนก็ได้แม้เป็นเรื่องส่วนตัว นี่เป็นมาตรฐานสากลที่รัฐสภาประเทศที่เจริญแล้วปฏิบัติกัน หากท่านได้สร้างบรรทัดฐานใหม่นี้ขึ้นมาต่อไปภายหน้าการเปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิ์ของสมาชิกสภาฯ จะกลายเป็นเรื่องปกติที่ใครก็สามารถขอดูได้ การปกปิดข้อมูลของสภาฯ ควรจะเกิดขึ้นเป็นยุคสุดท้ายภายใต้เลขาธิการฯที่ชื่อสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย มีที่ไหนรัฐสภาเป็นองค์กรที่ยกมือผ่านกฎหมายพรบ.ข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองแล้วก็กลับมาละเมิดกฎหมายนั้นเสียเอง หลักการแยกอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลป่นปี้เพราะคนเหล่านี้
คสช.ได้สร้างบรรทัดฐานดีๆ ขึ้นมาเช่น ประกาศไม่ให้คณะกรรมการบอร์ดการบินไทยใช้สิทธิ์ประโยชน์อย่างฟุ่มเฟือยทั้งๆ ที่รัฐวิสาหกิจนี้ขาดทุน นี่เป็นเรื่องที่ต้องยกย่องชมเชยให้ และหากจะให้ดีกว่านั้นกรุณาสร้างบรรทัดฐานใหม่ป้องกันการเบียดบังเอาเปรียบของผู้มีอำนาจ/มีตำแหน่ง สร้างบรรทัดฐานการเปิดเผยและเอาผิดให้ชัดเจนขึ้นมาและเป็นจริงในทางปฏิบัติ เรื่องเหล่านี้เป็นประโยชน์โดยรวมต่อประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะเร่งดำเนินการให้เพราะนี่เป็นประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนหาใช่ประโยชน์ของตัวผมหรือของใครเลย.



