xs
xsm
sm
md
lg

Vote No กับการปฎิรูปการเมืองไทย

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย

การประกาศจะยุบสภาในเดือนพฤษภาคม 2554 ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เป็นการยุบสภาก่อนครบวาระเพื่อเลือกตั้งใหม่ ในช่วงจังหวะ ที่รัฐบาลหวังยึดฉวยโอกาสความได้เปรียบเหนือพรรคฝ่ายค้าน ในขณะที่ยังเป็นรัฐบาลบริหารและควบคุมงบประมาณ และเป็นรัฐบาลรักษาการที่ดำเนินการเลือกตั้งใหม่

เป็นช่วงเวลาที่พรรครัฐบาลยังมีอำนาจเหนือหน่วยงานราชการในกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเลือกตั้ง

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เลือกยุบสภามากกว่าจะอยู่ครบวาระ เพื่อหวังลดกระแสความกดดันจากสถานการณ์หลายด้าน ทั้งปัญหาอธิปไตยเหนือดินแดนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์เปิดโปงอย่างหนัก

ปัญหาสถานการณ์ในภาคใต้ ประชาชนและเจ้าหน้าที่สังเวยชีวิตตายรายวันกันอย่างน่าเวทนา รัฐบาลไม่มีน้ำยาจะปกป้องชีวิตของประชาชน

ปัญหาการคอรัปชั่นโกงกินกันอย่างมโหฬารของนักการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล ปัญหาการชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพันธมิตร และนปช. รวมทั้งปัญหาข้าวยากหมากแพงอีกสารพัด ฯลฯ

ล่าสุด การประชุมครม.นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ครม.อนุมัติงบประมาณ 214 โครงการเป็นเงินกว่าแสนล้านบาท ใช้เวลา 15 ชั่วโมง ประชุมรวดจนถึงตีสองวันที่ 4 พฤษภาคม เฉลี่ยแล้วใช้เวลาพิจารณาวาระละสี่หรือห้านาที ประมาณว่าใช้เวลาเพียงแค่ได้อ่านแต่หัวข้อแล้วยกมือผ่าน

โอแม่เจ้า! แทบไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะรีบร้อนมูมมามกันอย่างไร้ยางอาย ประชาชนไม่อาจมองหาเหตุผลอย่างอื่นได้เลย นอกจากเป็นการทิ้งทวนสวาปามอนุมัติงบประมาณ ผลาญเงินภาษีของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์และเงินทองที่จะเอาไปใช้ทุ่มซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

เพราะการเมืองน้ำเน่า ประเภทอัปรีย์ไปจัญไรมานี่แหละครับ ทำให้พันธมิตรเสนอ Vote No และรณรงค์ให้ประชาชนออกมาเลือกตั้ง กากบาทช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน

การโหวตโนในการสถานการณ์การเมืองเวลานี้ ผมว่าประชาชนถึงจุดเบื่อหน่าย สุดจะทนการเมืองน้ำเน่า ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ไหวอีกแล้ว จึงต้องแสดงเจตจำนงนี้ออกมาให้ชัดเจนจริงจังมีพลัง

ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพรรครัฐบาลที่หวั่นเกรงว่า กระแสVote No จะมีผลต่อ คะแนนผลการเลือกตั้งของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ถึงขึ้นส่งเสียงกดกระแสว่า ไม่เลือกเราเขามาแน่

ประสบการณ์การเลือกตั้งของผม ชีวิตผมเพิ่งได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งมาเพียงไม่กี่ครั้ง ที่ผ่านมา ผมเคยลงคะแนนกากบาทช่องไม่ประสงค์จะเลือกใคร ด้วยเหตุผลว่า ในเขตที่ผมลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง คนไหนที่ผมเห็นว่าเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ เพราะเป็นผู้สมัครหน้าเก่าที่เคยได้รับการเลือกตั้ง และผมไม่เห็นว่าประวัติของเขาจะพิสูจน์ว่าเป็นคนดีมีความสามารถ

ตรงกันข้าม มีแต่ข่าวเขามั่งคั่งร่ำรวยมีอิทธิพลมีชื่อแปะอยู่ตามป้ายในกิจกรรมต่างๆ สารพัดจะหาประโยชน์จากงบประมาณโครงการต่างๆ และมีข่าวพรรคที่เขาสังกัดคอรัปชั่นโกงกินอย่างละโมบ

แถมในช่วงเลือกตั้งเขาส่งหัวคะแนนไปแจกเงิน คนในซอยบ้านผมยังรับเงินมาแบ่งทุกบ้านในซอย แล้วดัดหลังด้วยการไม่เลือกหมายเลขที่แจกเงิน

การใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่ของประชาชน ตามกฎหมายมาตรา 72 ในรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 และในบัตรลงคะแนนประชาชนมีสิทธิลงคะแนน กากบาทช่องไม่ประสงค์จะเลือกผู้ใด

ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้โหวตโน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ว่า ไม่ต้องการการเมืองน้ำเน่า ไม่ต้องการเลือกสส.ชั่วๆ จากพรรคการเมืองเลวๆ ที่คอรัปชั่นโกงกิน ขายชาติโกงเมือง หาประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและเทศชาติ

บางคนบอกว่าการมี สส.และสว.ในสภา ด้อยคุณภาพ เป็นกระจกสะท้อนคุณภาพประชาชน ประชาชนเป็นแบบไหนก็ย่อมได้ สส.แบบนั้น ผมว่าความคิดเห็นแบบนี้ไม่ยุติธรรมต่อประชาชนนัก ที่ผ่านมาดูเหมือนประชาชนไม่มีทางเลือก เข้าคูหาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จำใจเลือกคนที่คิดว่าเลวน้อยหรือไม่ก็คิดว่าถ้ากากบาทไม่ประสงค์จะเลือกใคร จะเสียของ หรือถ้าไม่เลือกพรรคนี้ พรรคที่แย่กว่าก็จะชนะ

ก็เพราะวิธีคิดแบบนี้แหละ มีส่วนทำให้การเมืองน้ำเน่า ยิ่งเน่าสนิทหนักขึ้นทุกวัน การเมืองที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ในวังวนการเมืองน้ำเน่า ไม่ว่าพรรคที่เรียกว่าเลวหรือเลวน้อยกว่า ต่างก็เลวทั้งคู่ เมื่อต้องการจะล้างการเมืองน้ำเน่า ถ้ายังประคองน้ำเน่าเอาไว้ ก็ยิ่งไม่มีทางออกจากวังวนน้ำเน่าได้

ถ้าจะล้างน้ำเน่า ก็ต้องล้างนักการเมืองเลวๆทั้งหมดออกไป แล้วสร้างน้ำใหม่ขึ้นมาแทน แม้ว่าจะต้องอดทนลงแรงและใช้เวลาก็ต้องทำ ถ้าไม่มีการเริ่มต้น ก็ไม่มีก้าวเดินก้าวต่อไปในการสร้างการเมืองน้ำดี

การโหวตโนครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ต้องการเลือกนักการเมืองเลว พรรคการเมืองเลวอีกต่อไป เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นปฏิรูปการเมืองไทย

ยิ่งคะแนนโหวตโนมากเท่าไร ยิ่งสะท้องความต้องการแท้จริงของประชาชนว่า ถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูปการเมือง หามาตรการวิธีการต่างๆเพื่อล้างนักการเมืองน้ำเน่าออกไป แล้วเพิ่มนักการเมืองน้ำดีให้ได้

ประชาชนต้องการนักการเมืองน้ำดี คุณสมบัติของนักการเมืองที่ดีที่พึงประสงค์ของประชาชน จะต้องเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกหกคดโกง ไม่หาประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ ต้องมีศีลธรรมละอายต่อบาป มีคุณธรรมจริยธรรม มีสำนึกผิดชอบชั่วดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่ใช่ขาดการประชุมจนสภาล่มแล้วล่มอีก

โจทย์ทางการเมืองที่ประชาชนต้องร่วมกันคิดร่วมกันแก้คือ ทำอย่างไรให้คนดีมีคุณธรรมมีความสามารถได้เข้าไปนั่งในสภา ? และทำอย่างไรจึงจะล้างคนชั่วนักการเมืองห่วยแตกออกไปจากสภา ?

ผมขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องช่วยกันตอบโจทย์นี้นะครับ การเมืองดีสังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ประชาชนต้องร่วมมือกันสร้าง...จริงไหมครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...