xs
xsm
sm
md
lg

เป้ อารักษ์ ดาราคนนี้ไม่ได้หล่อไปวันๆ

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย


ช่วงที่ผมป่วยนอนอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวันทำให้ ดูทีวี อ่านหนังสือและฟังเพลงเยอะพอสมความ วันนี้ผมเลยขอหยิบยกงานเพลงของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งดารานักแสดง และเป็นมือกีตาร์ของวงดนตรีอินดี้อีกด้วย ซึ่งชายคนนี้ถือว่าเป็นมือกีตาร์ที่หน้าตาดีที่สุดในประเทศไทยละมั้งครับ เพราะเวลาได้แสดงหนังหรือละคร ชายคนนี้จะได้เป็นพระเอกเสมอๆ เรียกได้ว่าเป็นมือกีตาร์ที่ดังกว่านักร้องนำของวงซะอีก

ชายคนนี้มีชื่อว่า เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ หรือที่รู้จักกันในนาม เป้ วงสะเลอ(Slur) ชายคนนี้สาวๆกรี๊ดกันทั้งประเทศ เขาเล่นหนังมาแล้วหลายเรื่อง เริ่มที่บอดี้ ศพ#19 ที่ทำให้เราได้รู้จักกับเขาในฐานะดาราหนัง ตามด้วยหนังเรื่อง รัก/สาม/เศร้า ที่ดังมากๆ และหนังเรือง ความจำสั้นแต่รักฉันยาว หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากๆ แถมเป็นหนังที่คุณพ่อคุณแม่ผมชอบมาก ตามมาด้วยเรื่อง เฉือน

เป้ เรียนจบมาทางด้านบริหาร ที่มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรนานาชาติ คนเรียนด้านนี้แต่จบออกมากลับอาร์ตตัวพ่อซะอย่างงั้น เป้เป็นมือกีตาร์วงร็อค แต่พอเขาออกอัลบั้มเดี่ยวกลับพลิกแนวไปอีกแนวหนึ่งเลยนั้นคือแนวโฟล์ค ซอง คันทรี

แนวของเขาก็มีส่วนเหมือนบ๊อบ ดีแลนด์ เป็นอย่างมากและตัวเป้เองก็ออกมายอมรับ ว่าเพลงของเขาได้รับอิทธิพลมาจากงานเพลงของบ๊อบ ดีแลนด์ ซึ่งถือว่าแหวกแนวมากๆ ในตลาดเพลงบ้านเรา

เสียงของเป้ จัดว่าไม่ใช่คนเสียงดีอะไรเลย ออกแนวแย่ด้วยซ้ำ สำหรับเรื่องนี้ผมเคยเห็นนักข่าวสัมภาษณ์เป้ว่ากลัวไหมที่จะมีคนไม่ชอบเรื่องเสียงร้องของเขา เป้ตอบไปว่าผมอยากทุกคนได้ฟังเนื้อร้องว่าผมต้องการจะสื่อถึงเรืองอะไรบ้าง และเรื่องราวในเพลงมากกว่า

สำหรับงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวของเป้นั้นใช้ชื่อว่า ออโต้อีโรติก ซึ่งมีความหมายว่า เกิดจากการจินตนาการอารมณ์ทางเพศ ซึ่งส่วนใหญ่พบมากในชาวต่างชาติ และคนไทยก็รู้จักคำนี้จากเหตุการตายของเดวิด คาร์ราดีน (David Carradine) นักแสดงฮอลลีวูด วัย 72 ปีที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง "คิลบิล"

ผมไม่แน่ใจว่าเป้ อารักษ์อยากจะสื่ออะไรถึงคำว่า ออโต้อีโรติก แต่ก็มีเพลงที่พูดถึง อารมณ์ทางเพศแต่ใช้ชื่อเพลงว่าซาดิสต์ แทน

ผมต้องยอมรับเลยว่าตอนแรกผมคิดว่า ชายที่ชื่อ นายอารักษ์ อมรศุภศิริ จะเป็นแค่ดารานักแสดงที่หน้าตาดีไปวันๆ ออกเทปเพราะเกาะกระแสความดังของตัวเอง และคิดว่าแนวเพลงที่ชายคนนี้คงเป็นเพียงอะคูสติก กีตาร์ธรรมดๆ แล้วก็ดันยอดขายด้วยความดังของตัวเอง

แต่พอได้ฟังเท่านั้นผมต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่าผู้ชายคนนี้มีความคิด ไม่ใช่ว่าจะเอาความดังมาขาย แถมยังนำเอาข่าวสารในบ้านเมืองมาเขียนเป็นเพลง ทั้งเสียดสีเหน็บแนม กัดจิก สังคมได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งผมจำได้ว่าที่เว็บไซท์ของเราเคยมีการพูดถึงมาบ้างแล้ว แต่วันนี้ผมขอเขียนถึงทุกเพลงนะว่าแต่ละเพลงมีความน่าสนใจอย่างไร

เพลงแรกชื่อเพลงว่าดอกไม้ตูม เพลงนี้เป้ เคยพูดถึงและเคยอ่านเนื้อร้องเพลงนี้เมือสักสองสามปีก่อนที่รายการวูดดี้เกิดมาคุย แถมวูดดี้ยังถามอีกว่าเพลงแบบนี้จะขายได้เหรอ ผมจำได้เป้บอกว่าเพลงนี้แต่งจากเด็กสาววัยรุ่น ที่อยากเข้ามาทำงานในกรุงเทพ เป้ก็เปรียบเทียบเด็กสาวกับกับดอกไม้ที่ตูมอยู่ว่าอย่าเพิ่งรีบบานเลย

เพลงที่สองมีชื่อว่าเต้น เพลงนี้ไม่ใช่เพลงแดนซ์กระจ่ายแต่กลับเป็นเพลงที่พูดถึงการใช้ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนสมัยนี้ที่จบใหม่ๆได้เงินเดือนแค่เก้าพันห้า แล้วไปหลงรักน้องฝึกงาน และอยากชวนเธอเต้นในผับหรืองานปาร์ตี้อะไรสักอย่าง แถมยังย้อนกลับมาว่าชายในเพลงพยายามจะเจริญแต่เลียแข็งเลียขาเจ้านายไม่เป็น

เพลงต่อไปชื่อเพลงว่ามาเลเซีย เพลงนี้เป็นเพลงที่ออกมาเป็นมิวสิควิดีโอ ซึ่งหลายๆคนออกมาสับเละว่าเพลงบ้าอะไรร้องแต่มาเลย์ มาเลย์ แต่จริงๆ เพลงนี้ก็แอบกัดสังคมเหมือนกัน ทั้งเรื่องรถเมล์ที่มีปลวกกินที่เคยมีข่าวและปัญหาช้างในกรุงเทพ และพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในกรุงเทพตั้งแต่สยามยันข้าวสาร รวมถึงพูดถึงสาวที่เหมือนจะยอมไปเป็นอีหนูเสี่ยที่มาเลเซียและลืมชายไทยของเรา อันนี้ไม่รู้แต่งมาจากชีวิตใครนะครับเนี่ย

เพลงชิงช้าสวรรค์ เป็นเพลงที่พูดถึงการจีบสาวแบบเก่าๆ ที่พาสาวขึ้นไปนั่งชิงช้าสวรรค์และพูดถึงความรักที่อาจจะมีปัญหากันและเมื่อชิงช้าสวรรค์หมุนก็อาจจะให้ความรักกลับมาดีเหมือนเดิม ฟังแล้วน่าลองเอาไปง้อคุณสาวๆ

แขวนอยู่บนเส้นด้าย ฟังแล้วไม่น่าจะนำมาตั้งเป็นชื่อเพลงได้เลย นะครับก็มีผู้ชายคนนี้แหละครับที่กล้าเอาเพลงแบบนนี้มาใส่ไว้ในอัลบั้ม เพลงนี้พูดถึงชีวิตคนเราที่มีชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอน และอะไรก็เกิดขึ้นได้ เช่นนักดนตรีที่เล่นดนตรีอยู่ๆ นิ้วก็อาจจะเหลือแค่สี่นิ้วได้ หรือคนหล่อๆ วันหนึ่งเจอชกจนอาจจะหน้าเหมือนผี หรือคนที่อยากไปทะเลเพื่อที่จะอาบแดดก็อาจจะเจอสึนามิก็ได้

เพลงต่อไปชื่อว่าบ้านนอก ไม่ได้จะว่าใครว่าเชยทำตัวเป็นคนบ้านนอกบ้านนา แต่เพลงนี้กลับพูดถึงการใช้ชีวิตของคนในเมืองที่สับสนวุ่นวายทั้งควันรถยนต์ ผู้คนและทุนนิยม ที่อยากหนีความวุ่นวายในเมืองไปยังบ้านนอกเหมือนกับเพื่อนๆ ที่ได้กลับบ้านต่างจังหวัดทุกสัปดาห์ ออกแนวอิจฉาจน ตัวเองมีความฝันว่าจะมีบ้านนอกเป็นของตัวเอง เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งที่ผมชอบมากในงานเพลงชุดนี้

เพลงเจ้าเด็กน้อย เพลงนี้ผมก็ชอบเพราะพูดถึงเด็กที่ต้องทำตามผู้ใหญ่โดยที่ไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรด้วยความคิดอะไร ทำไมต้องเรียนด้านนั้นด้านนี้ตามที่พ่อแม่อยากให้เรียน มากกว่าเรียนในสิ่งที่ชอบและดึงศักยภาพของตัวเอง และสอนเด็กให้สนใจบ้างว่าพ่อแม่เหนื่อยยากแค่ไหนเพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือ

เพลงสิ่งสวยงามมักอยู่ไกลออกไป เพลงที่เป็นสัจธรรม ที่ว่าทุกคนมักหวังในสิ่งที่ก้าวไปข้างหน้า ทำงานหนักหวังเลื่อนขั้น จีบสาวเพื่อหวังได้นอนกับสาว ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเป็นของตัวเองและมักจะอยู่ไกลออกไป

เพลงต่อไปชื่อซาดิสม์ เพลงนี้เหมือนกับจะออกแนวประชดประชันหญิงที่มองผู้ชายเป็นของเล่น คนดีๆ มักเอาไว้เป็นเพียงที่ระบายอารมณ์แต่กลับไปรักกลับพวกคนเลวๆ ฟังแล้วก็ปวดใจเพราะถ้าเจอสาวแบบในเพลงผมว่าเป็นผมคงรองรับอารมณ์และฮอร์โมนของเธอไม่ได้แน่ๆ

เพลงนอน เพลงนี้ไม่รู้จะเรียกว่าเพลงรักได้หรือเปล่านะครับแต่สำหรับผมเพลงนี้พูดถึงความสุขของชายหญิง ที่มีความสุขร่วมกันและอยากจะตื่นมาบอกรักกัน

เพลงต่อมาชื่อเพลงว่าอดีต เพลงนี้พูดถึงว่าสมัยก่อนกับตอนนี้เราเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างเช่นจะนัดเพื่อนสมัยเรียน เดียวนี้จะเจอกันทีก็ต้องหลบเมียกันมาเจอ พูดถึงสมัยเด็กพ่ออุ้มเราได้โตมาตัวเท่ากันเรากลับอุ้มท่านไม่ได้ พูดถึงตัวเองที่เมื่อก่อนนอนดึกตื่นเช้าก็ทำงานไหวเดียวนี้ทำแบบนั้นทีก็ไม่สบาย

เพลงต่อไปเด็ดสุดสำหรับผม ชื่อเพลงว่าไม่รู้ เพลงนี้พูดถึงการรับรู้ข่าวสารของคน เช่นแพนด้าหน้าหนึ่งแทบทุกวันข่าวดีๆ อื่นๆ เราก็เลยไม่ได้รับรู้ คุณสนธิโดนยิงใส่พระอะไรถึงรอดก็ไม่รู้ มีบางคนถามว่าแล้วสรุปชายคนนนี้รู้อะไรบ้างผมบอกได้เลยว่าจากการฟังเพลงของเป้ อารักษ์มาหลายรอบผมว่าเขารู้อะไรเยอะกว่าที่คิด ยิ่งท่อนสรุปของเพลงที่ว่า โอ… มนุษย์ก็เป็นแค่คนโง่ ได้แต่ทำตัวไฮโซทั้งที่ ไม่รู้อะไรเลย คนเราจริงๆ ก็มีแค่นี้ได้แต่เสพสื่อที่มี แล้วก็ไม่รู้อะไรเลย

เพลงต่อไปชื่อว่าปากกาอันทรงพลัง เพลงนี้ถ้าฟังในแผ่นจะไม่ค่อยรู้เรื่องแต่พอมาอ่านเนื้อเป้พูดถึงสื่อที่แล้วแต่จะเขียนข่าวอย่าไรขุดคุ้ย สร้างสรรค์หรือทำลายอยู่ที่แต่ละคนและยังพูดอีกว่าเบื่อคำวิจารณ์แต่ไม่กระทำอีกด้วยและบางทีเพราะปากกาเล่มนี้แหละทำให้ประชาชนไม่รู้อะไรเลย

เพลงต่อไปชื่อกระสุนปืน เพลงนี้พูดถึงอาวุธที่มีลูก ว่ามันอยู่ที่คนใช้ปืนว่าจะใช้ในทางที่ดีหรือเลว สรุปมันก็อยู่ที่คนเหนี่ยวไกเท่านั้น โดยมีท่อนที่ผมชอบคือ ยิงไปในทิศที่ถูก อาวุธมีลูก คือความชอบธรรม เพลงนี้สั้นๆได้ความหมายดีครับชอบมากเลยครับ

เพลงสุดท้ายคือฉันจะคิดถึงเธอ เพลงที่พูดถึงชีวิตดารา ซึ่งถือเป็นบุคลสาธารณะและความมีชื่อเสียง ที่ต้องเจอกับการจับตามองไม่ว่าจะทำอะไร และพูดถึงว่าถ้าเขาออกจากวงการเขาคงคิดถึงชีวิตแบบนี้

เขียนมาถึงตรงนี้ผมอยากให้ทุกคนลองเปิดใจแล้วฟังเพลงของผู้ชายที่ชื่อเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ อย่างน้อยก็ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มีสมอง และมีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งหาได้ยากในวงการเพลงบ้านเรา สำหรับผมหลังจากฟังเพลงของเขาแล้วคงขอเป็นแฟนคลับและรอฟังเพลงชุดต่อไปของเขาว่าจะทำได้ดีแบบนี้ไหม

กำลังโหลดความคิดเห็น...