xs
xsm
sm
md
lg

ตอนที่ 319 “ศรัทธาพาให้ถึงแชมป์!!! (ปีใหม่นี้...คนไทยต้องมีศรัทธา)

เผยแพร่:   โดย: วาทตะวัน สุพรรณเภษัช


เช้าวันนี้...ก่อนจิบกาแฟขม ต้องขอกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่” แด่แฟนของคอลัมน์นี้ และหวังว่า คืนวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ทุกท่านคงมีโอกาสได้สดับพระสุระเสียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานให้กับพสกนิกรของพระองค์ เป็นประจำทุกปี พร้อมกับเสียงเพลง “พรปีใหม่” ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ทรงพระราชทานให้กับชาวไทยเมื่อ ๔๘ ปี ที่แล้ว ดังก้องกังวานมาตั้งแต่สองสัปดาห์สุดท้ายของปีเก่า และยังจะคงดังไปอีกนานนับสัปดาห์ทีเดียว ก่อนที่บรรยากาศของการเปลี่ยนศักราชใหม่ จะค่อยๆ คลายลงไป

วันนี้ ประชาชนชาวไทยคงจะได้พากันไปลงนามถวายพระพร เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ตามสถานที่ซึ่งทางราชการ และองค์กรเอกชน ที่ได้จัดเตรียมไว้ทุกปีเป็นประจำ

ปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นปีพิเศษ ที่เราชาวไทยยังคงความปลาบปลื้มปีติไว้ในหัวใจ เพราะได้เห็นงานพระราชพิธีฉลอง ๘๐ พระชันษา อีกทั้งต่างก็พากันดีใจ และดูเหมือนจะมีกำลังใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นล้นพ้น ที่ได้เห็นในหลวงของชาวเรา ทรงแข็งแรงกระฉับกระเฉง สีพระพักตร์สดใสแช่มชื่น ยิ่งในวันสวนสนามของเหล่าทหารรักษาพระองค์ ที่เพิ่งผ่านไป บางคนที่มีอายุอย่างผู้เขียน ถึงกับน้ำตารื้น

เมื่อเห็นพระองค์ทรงประทับยืนเด่นเป็นสง่า ท่ามกลางหมู่พหลพลโยธินทวยหาญทั้งหลาย!

พอได้เห็นใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จออกงานพระราชพิธี หลายวันต่อเนื่องกัน ทำให้เป็นห่วงเป็นใยยิ่งนัก ว่าพระราชกรณียกิจจะทำให้ทรงเหน็ดเหนื่อย แต่ผู้เขียนกลับมีบุญ ที่ได้เห็นว่า ทรงงานหนักได้สมบูรณ์ทุกประการ ทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ว่า

พระพลานามัย กลับคืนมาดีดั่งเดิมแล้ว!

ดังนั้น ความปลาบปลื้มปีติ ก็ได้แผ่ซ่านไปสู่มวลหมู่ชนทั้งหลายที่ได้เห็นเป็นประจักษ์ เช่นเดียวกับผู้เขียน ซึ่งไม่สามารถเปล่งคำใดออกมา นอกจากจะขอถวายพระพรว่า

“ขอพระองค์ทรงทรงพระเกษมสำราญ ตลอดกาลนานเถิด พระพุทธเจ้าข้าฯ”

เมื่อถวายพระพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลจักรวาล จงมาชุมนุมกัน อำนวยอวยพรให้ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน มีความสุขสำราญตลอดปีใหม่นี้

ขอความเจ็บจงรู้หาย ความไข้อย่ารู้มี เจริญสุขสวัสดี
สมบูรณ์พูนผล จงทุกประการ
โดยทั่วทุกท่าน....เทอญ.


ช้าวันปีใหม่อย่างนี้ อยากจะให้ท่านผู้อ่านได้บรรยากาศดีๆ จึงอยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เห็นข่าวของโพสต์ทูเดย์ ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๐ พาดหัวข่าวกีฬา การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกเมื่อปีที่ผ่านมา ว่า

ขอศรัทธา...พาอังกฤษแชมป์!

อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นนักรักบี้เก่า จากตระกูลนักกีฬาประเภทนี้ ว่า

เมื่ออังกฤษพ่ายแพ้อาฟริกาใต้ ในแมทช์แรกแบบยับเยิน ก็ได้ฟันฝ่าการแข่งขันที่เหลือมา และผ่านเข้ารอบลึกๆ จนสามารถเอาชนะฝรั่งเศส ที่เป็นตัวเต็งอีกชาติหนึ่ง สามารถทะลุเข้าชิงชัยกับอาฟริกาใต้ ที่ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับอังกฤษในนัดแรก ของการประเดิมสนามได้

ไม่มีใครคาดคิดว่า ทีมสิงโตคำรามจะเข่ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่พวกเขาฝ่าฟันมาจนถึงแมทช์สุดท้าย เพราะศรัทธาแท้ๆ ทีเดียวเชียว

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้โปรยข่าวต่อจากพาดหัว ที่ยกให้ท่านผู้อ่านดูแล้ว ดังนี้

อังกฤษ ยึดมั่นในความศรัทธา ลุ้นแชมป์หนำเลี้ยบโลก ขณะที่บ่อนยกแอฟริกาใต้เป็นต่อ

ไบรอัน แอชตัน โค้ชทีมรักบี้อังกฤษ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นในตัวเองจะทำให้ลูกทีมของเขาสามารถเอาชนะแอฟริกาใต้ได้ในรอบชิงชนะเลิศรักบี้ชิงแชมป์โลก วันที่ ๒๐ ต.ค.นี้

“แชมป์เก่า” อังกฤษ ซึ่งโดนกาชื่อออกจากทำเนียบลุ้นแชมป์ หลังแพ้แอฟริกาใต้ ๐-๓๖ ในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ ๒ เท่านั้น สามารถแซงชนะฝรั่งเศสได้อย่างเหลือเชื่อ ๑๔-๙ หลังตามหลัง ๘-๙ และเหลือเวลา ๕ นาที ในรอบรองชนะเลิศ


ตามข่าวนั้นน่าจะหมายถึง หนังสือพิมพ์ของอังกฤษ ได้ขอให้คนในชาติของเขามีความศรัทธา ในทีมของตนเอง ซึ่งเป็นนิสัยอันประเสริฐของคนอังกฤษ ที่คนของเขาสามารถรวมตัวกันเข้า เมื่อมีวิกฤตมาเยือน ชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

ไม่เฉพาะเรื่องกีฬาเท่านั้น หากเราจะย้อนประวัติศาสตร์ไปครั้งมาสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยามที่อังกฤษนั้น ต้องยืนอยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย ตกเป็นเป้ารับการโจมตีของเยอรมัน หลังจากที่ประเทศในภูมิภาคนั้น ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของกองทัพนาซีไปหมดแล้ว

ยามนั้น สหรัฐอเมริกายังไม่ได้เข้าร่วมสงครามยุโรปเต็มตัว อังกฤษร่นถอยจากแผ่นดินใหญ่ยุโรป อพยพด้วยเรือทุกลำที่แล่นได้ บรรทุกทหารของตนและสัมพันธมิตร หนีการไล่ติดตามโจมตีของกองพลรถถังแพนเซอร์ของกองทัพนาซี ออกจากฝั่งดันเกิร์กฝรั่งเศส ข้ามช่องแคบกลับเกาะอังกฤษได้อย่างฉิวเฉียด มาตั้งรับการโจมตีทางอากาศของเยอรมัน อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย

แต่ทว่า เหนียวแน่นนัก และยืนหยัดอยู่จนเป็นฝ่ายชนะสงคราม....

ก็ด้วยหัวใจอันเข้มแข็ง และการทำงานเป็น ‘ทีม’ ของพลเมืองชาวอังกฤษนั่นเอง!

แม้จะขาดแคลนไปเสียทุกด้าน แต่พวกเขาก็มีกำลังใจอันแกร่งกร้าวและผู้นำอังกฤษในตอนนั้นคือนายกรัฐมนตรี Winston Churchill ซึ่งได้ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาอังกฤษ เมื่อ ๔ มิถุนายน ๒๔๘๓ ว่า

...We shall defend our island whatever the cost may be; we shall fight on beaches, landing grounds, in fields, in streets and on the hills. We shall never surrender....

ผู้นำประเทศอังกฤษ บอกความมุ่งมั่นชัดเจน ที่จะยืนหยัดต่อสู้ป้องกันเกาะบ้านเกิด จะสู้บนชายหาด บนพื้นดิน ในทุ่งนา ท้องถนนและบนภูเขา จะไม่มีวันยอมแพ้อย่างเด็ดขาดแบบ

ครับ...วลีเด็ด ที่ได้ใจผู้คนไม่เฉพาะชาวอังกฤษ แต่เป็นชาวโลกเสรีด้วย คือ

We shall never surrender

เหมือนเป็นคำตายว่า “เราจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด”

....ฟังแล้วขนลุก

นายกอย่างมหาบุรุษเชอร์ชิล ยืนทะมึนเป็นเสาหลัก ให้ประเทศของตัวเองยามเผชิญทุกข์ยากแสนสาหัส และชาวอังกฤษสามัคคีกันแบบเหลือเชื่อ ชาติของเขาจึงชนะสงครามในที่สุด และยังคงอยู่ยงคงกระพัน เป็นมหาอำนาจที่เกรียงไกรหนึ่งของโลก มาจนถึงยุคปัจจุบัน

ชาวอังกฤษได้แสดง ให้เห็นถึงน้ำใจที่เด็ดเดียว น่ายกย่องยิ่งนัก!

ความแข็งแกร่งของคนอังกฤษ ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งไม่นานมานี้ เมื่อ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ระบบขนส่งใต้ดินของกรุงลอนดอน ถูกโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย มีผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อยแต่ อังกฤษไม่ได้แสดงความหวาดหวั่น ชาวมหานครลอนดอนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แสดงให้ผู้คนนานาประเทศในโลก เห็นอย่างชัดเจนว่า

“ฉันไม่กลัว”

สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวโลก ในการเดินทางไปเยือนมหานครลอนดอน ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

นี่คือศรัทธา ของคนอังกฤษ

ศรัทธาที่มีต่อทีมรักบี้ และศรัทธาต่อประเทศ...ของพวกเขา!

ซึ่งเป็นคุณสมบัติ อันแสนวิเศษ ของผู้คนในประเทศที่เป็นเกาะเล็กกว่าไทยแลนด์ แดนสวรรค์ของชาวเราด้วยซ้ำ

ศรัทธาอันมั่นคงของชาวอังกฤษ ที่ห้าวหาญเหมือนสิงโตเจ้าป่า ทำให้ประเทศที่เป็นเกาะแห่งนี้ แผ่อำนาจไปอย่างกว้างขวาง

จนครั้งหนึ่ง กลายเป็นดินแดน ที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน!

รัทธา ตามความหมายที่ใช้ในพจนานุกรม หมายถึง "ความเชื่อถือ, ความเลื่อมใส" คำ ศรัทธา นี้ คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล แห่งราชบัณฑิตยสถาน ได้บัญญัติมาจากคำ faith และอธิบายว่า หมายถึง "ความเชื่อ ความเลื่อมใส โดยทั่ว ๆ ไปแบ่งได้เป็น ๓ ประเภท คือ

๑. ศรัทธา โดยไม่ต้องใช้ปัญญา แสวงหาความจริง
๒. ศรัทธา โดยใช้ปัญญา แสวงหาความจริงไปพร้อมๆกัน
๓. ศรัทธา ต่อเมื่อมีประสบการณ์ ด้วยตนเองจริง ๆ แล้ว

ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณธรรมกิติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙) วัดราชโอรสาราม ท่านได้อรรถาธิบายไว้ในหนังสือ “คำวัด” ของท่าน ว่า

ศรัทธานั้น แปลว่าความเชื่อ หมายถึงเฉพาะศรัทธาที่เชื่อด้วยปัญญา เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เชื่อด้วยเหตุ

ศรัทธามี ๔ ประการ คือ

๑. กัมมสัทธา เชื่อกรรม
๒. วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรม
๓. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อความที่สัตว์มีกรรมเป็นของของตน
๔. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มั่นใจในองค์พระตถาคตว่าทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ คือทรงเป็นผู้ตรัสรู้สัจธรรม ด้วยพระองค์เองโดยชอบ

มื่อปลายปีที่ผ่านมา พระราชกรณีย์กิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับการเผยแพร่โดยสื่อต่างๆ เป็นที่ปรากฏกับชาวโลก สื่อต่างประเทศ ได้เขียนในทำนองที่ตื่นเต้นกับความจงรักภักดี ความรักและศรัทธา ที่เหล่าพสกนิกรทั้งหลาย มีต่อพระองค์

หากพิจารณาโดยปัญญาตามหลักศาสนาพุทธแล้ว ในหลวงของเราทรงประกอบแต่กรรมดี มีคณานุประโยชน์ต่อชาวไทยมาโดยตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่ทรงครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินของพสกนิกรชาวไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จึงได้ปฏิบัติ
พระองค์ตามหลักทศพิธราชธรรมอย่างมิบกพร่อง และสมบูรณ์งดงามครบถ้วนทุกประการ

ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงเชื่อมั่น มอบความศรัทธาอย่างเต็มหัวใจแด่พระองค์

ดังนั้น ไม่ว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จะทรงย่างพระบาท เสด็จพระราชดำเนินนำพสกนิกรของพระองค์ไปไปในทิศทางก็ตาม

มวลประชาชนคนในชาติ จะขอตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ไปยังทิศนั้น..ทันที!


ด้วยศรัทธา...มั่นคงในพระองค์!!

นี่คือความจริง

อยากจะยกตัวอย่างผู้จัดการออนไลน์ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
สื่อนอกสรรเสริญ “ในหลวง”
ชี้ใครเป็น รบ.ไม่สำคัญ เพราะคนไทยมีกษัตริย์อันเป็นที่รัก


และลงรายละเอียดต่อไปอีกว่า

ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ รายงานต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระบรมราชสมภพในสหรัฐอเมริกา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เมื่อพระชนมายุ ๑๘ ปี ในปี ๑๙๔๖ แต่ยังไม่รับราชบัลลังก์จนกระทั่งทรงสำเร็จการศึกษาในอีก ๔ ปีต่อมา ซึ่งในช่วงนั้นนักประวัติศาสตร์บอกว่า ระบบการปกครองอันทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กำลังมีปัญหา

อย่างไรก็ตาม หลังจากทรงครองสิริราชสมบัติ กว่า ๖ ทศวรรษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำระบบการปกครองอันทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตจิตวิญญาณของประชาชนคนไทย ปกป้องชาติ และชาวพุทธ รวมทั้งเป็นต้นแบบของพสกนิกรชาวไทย


ก็ขนาดคนต่างด้าวท้าวต่างแดน เขายังชื่นชมในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงขนาดนั้น แล้วพวกเราจะทำสิ่งใดถวายเป็นการตอบแทน ในวาระอันเป็นมงคลนี้กันดี?

หากท่านยังคิดไม่ออก ผมขอเสนออย่างนี้ครับ

นปีใหม่นี้ ขอให้คนไทย ที่ศรัทธายิ่ง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา จงร่วมกันตั้งใจให้มั่น ที่จะขจัดภัยร้ายที่กำลังทำลายชาติของเรา อย่างรุนแรงที่สุดในปัจจุบัน ๒ ประการ คือ

๑.ภัยจาก การก่อการร้าย
๒.ภัยจาก ยาเสพติด


มหาภัยทั้งสองประการนี้ รัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และคณะรัฐประหารไม่สามารถจัดการลงได้ มีแต่ทำให้สถานการณ์นั้น เลวร้ายลงทุกที...โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด

จึงขอตราหน้า เอาไว้ตรงนี้กันลืม ว่า

รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารชุดนี้ ได้สร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับบ้านเมือง โดยมุ่งกวาดล้างเจ้าหน้าที่ผู้ปราบปราม แทนที่จะกวาดล้างยาเสพติด เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ค้ายานรก กลับมามีอิทธิพลในประเทศไทยได้

กลายเป็นปัญหาใหญ่ ของบ้านเมืองเราอีกครั้ง!

ปัญหาภัยร้ายทั้ง ๒ ประการ ท้าทายความรู้ความสามารถ ของรัฐบาลใหม่เป็นอย่างยิ่ง แต่หากเราชาวไทย มีศรัทธาในองค์พระประมุขของชาติ และหากรัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ ไม่งอมืองอเท้า เหมือนคณะผู้บริหารของนายพลสุรยุทธ์ฯ ซึ่งมีนโยบายเบาปัญญา ที่ยิ่งดูไปแล้ว คล้ายกับจะมุ่งกวาดล้างและทำลายความแข็งแกร่ง ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองฝ่ายปราบปราม

แทนที่จะตั้งใจต่อสู้ กับปัญหาใหญ่อย่างยาเสพติด อย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดนั้น ดูจะยากเย็นมากกว่า การจัดการกับปัญหาก่อการร้ายภาคใต้ด้วยซ้ำไป

รัฐบาลที่มาจาการรัฐประหารคณะนี้ จึงทำให้ยาเสพติดแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ...อย่างน่ากลัวยิ่งนัก!

เป็นเคราะห์กรรมของประเทศ ที่ได้คนพวกนี้มาบริหารบ้านเมือง และไม่รู้ซึ้ง ถึงปัญหามหึมาของชาติเรื่องนี้

กรรมเวร...ของประเทศไทยแท้ๆ !!

(ขอให้ติดตามคอลัมน์นี้ต่อไป จะเขียนถึงการแพร่ขยายอย่างใหญ่หลวง ของยาเสพติดปัจจุบัน และผลอันร้ายกาจของมัน รับรองว่า...ท่านผู้อ่านคงได้ตกใจกัน)

ถึงกระนั้นก็ตาม ผมยังเชื่อ...โดยปราศจากข้อสงสัย ว่า

ปัญหาทั้ง ๒ ประการนี้ จะถูกปัดเป่าไปจากชาติของเราได้ เมื่อรัฐบาลประสิทธิภาพต่ำชุดนี้ ได้พ้นหน้าที่ไปแล้ว และคนไทยได้รัฐบาลใหม่ที่มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง

ขอยืนยันซ้ำอีกครั้ง ว่า “เราต้องทำได้”
ที่ว่าเราทำได้ เพราะคนไทย มี ‘ศรัทธา’ แน่นแฟ้น ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเรา!

ดังนั้น ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขอพี่น้องประชาชนคนไทย มาร่วมใจกันตั้งสัตยาธิษฐาน ว่าจะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากษัตริย์เจ้าของชาวเรา ด้วยการ...

กวาดล้างเสี้ยนหนามของชาติ ทั้ง ๒ ประการ หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ให้จงได้!

Happy New Year ครับ!


กำลังโหลดความคิดเห็น...