xs
xsm
sm
md
lg

เปิดกรุของสะสมล้ำค่าของ 3 คอลเลกเตอร์ระดับซูเปอร์เอลิสต์เมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ขึ้นชื่อว่าของสะสมนั้น ไม่ว่าจะมีมูลค่ามากน้อยเพียงใด ถ้าหากได้อยู่กับคนที่คู่ควรและเป็นเนื้อคู่กันอย่างแท้จริง ย่อมสร้างความสุขและมูลค่าทางใจให้กับเจ้าของได้เสมอ ดังเช่นกับ 3 คอลเลกเตอร์ระดับซูเปอร์เอลิสต์ของเมืองไทย ที่แต่ละคนล้วนเป็นนักสะสมมือฉมัง มีของสะสมที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล และที่สำคัญของแต่ละชิ้นกว่าจะได้มานั้นก็ไม่ใช่มีเงินเพียงอย่างเดียวถึงจะเป็นผู้ครอบครองได้ หากแต่ต้องเป็นคู่สร้างคู่สมกันจริงๆ เท่านั้น


พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์
เริ่มที่อดีตนายตำรวจคนดัง “บิ๊กสันต์-พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์” อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นหนึ่งในนักสะสมของเก่าที่มีมูลค่ามหาศาล โดยอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้บอกเล่าผ่านนิตยสาร National Geographic ฉบับภาษาไทย เดือนมกราคม 2559 ว่า เขาเข้าสู่โลกของการเป็นนักสะสมอันดับต้นๆ ของประเทศเพราะได้รับมรดกต่อจากผู้เป็นลุง และได้ต่อยอดมรดกทั้งหมดที่มีให้เพิ่มมากขึ้นดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ โดยหนึ่งในของสะสมที่อดีตบิ๊กตำรวจนายนี้ทั้งรักและหวงเป็นหนักหนาในจำนวนของสะสมเป็นหมื่นชิ้น คือ “หอยสังข์” หนึ่งในสุดยอดของสะสมที่นักสะสมของเก่าลงความเห็นว่ามีมูลค่าและความหายากในระดับท็อป และสังข์บางชิ้นที่เขามียังใช้กันในราชสำนักของบางประเทศ

อย่างไรก็ตาม กว่าบิ๊กสันต์จะได้สังข์แต่ละชิ้นมาครอบครองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสังข์บางชนิดถือเป็นของมงคลหายากมาก ส่วนมูลค่าก็มีความหลากหลายและไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความหายาก


วันว่าง บิ๊กสันต์มักจะเปิดบ้านรับผู้มาเยี่ยมชมหอยสังข์ ของสะสมชิ้นโปรดอยู่เป็นประจำ
“มูลค่าของหอยสังข์มีความหลากหลายและไม่แน่นอน บางชิ้นราคาไม่สูงนัก บางชิ้นราคาหลายล้านบาท ขึ้นอยู่กับความหายาก ยกตัวอย่างเช่น สังข์รดน้ำเวียนขวา (ปกติสังข์จะเวียนซ้ายตามเข็มนาฬิกาหรือที่เรียกว่า “อุตราวรรต” แต่สังข์ที่เวียนขวาเรียกว่า “ทักษิณาวรรต” ถือว่าเป็นของมงคลและหายากมาก) ที่มีร่องรอยคล้ายกับการถือจับของมือมนุษย์ ในหมู่นักสะสมสังข์เรียกว่า “หัตถ์พระนารายณ์” ซึ่งหายากเป็นอย่างยิ่งตามธรรมชาติ ขั้นต่ำอยู่ราวๆ ล้านห้าแสนบาท” อดีตบิ๊กตำรวจคนดังอธิบาย

ว่ากันว่าสังข์รดน้ำเวียนขวาหรือที่เรียกกันว่า “มหาสังข์” ที่บิ๊กสันต์ครอบครองอยู่นั้น ปัจจุบันเป็นที่รู้กันในหมู่นักสะสมสังข์ว่าเป็นสังข์ที่มีราคาแพงมาก ถึงขนาดชั่งขายคิดราคากรัมต่อกรัมกันเลยทีเดียว ด้วยความเป็นสังข์ลักษณะพิเศษที่จะหาพบได้น้อยมากตามธรรมชาติ โอกาสจะหาพบมีแค่หนึ่งในหมื่นหรือหนึ่งในล้านขอน แตกต่างจากหอยสังข์โดยปกติจะมีลักษณะเวียนซ้าย (อุตราวรรต) ตามเข็มนาฬิกา คนโบราณจึงถือว่าสังข์เวียนขวาเป็นของศักดิ์สิทธิ์หายาก นับเป็นของมงคลชั้นสูงกว่าที่คนธรรมดาจะครอบครองได้


หอยสังข์เลอค่า
ที่สำคัญ สังข์สะสมของ พล.ต.อ. สันต์ ภายในเรือนสังข์แต่ละชิ้นก็มีความโดดเด่นสวยงามที่แตกต่างกัน ทั้งการแกะสลักลวดลาย บางชิ้นก็เลี่ยมทองคำหุ้มไว้ บางชิ้นก็เลี่ยมเงิน ฝังทับทิมและมรกต มีอายุตั้งแต่ร้อยปีถึงพันปี ถึงแม้จะมีของสะสมนับพันหมื่นชิ้น แต่ พล.ต.อ.สันต์ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในจุดที่ทำให้เขาลำบากแม้แต่น้อย

“ผมอยู่ในจุดที่ผมทำได้ ทำแล้วไม่ลำบาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่วางแผน ไม่ใช่ว่าทุ่มสุดตัว ผมใช้เงินร้อยละ 20 ที่ผมมีอยู่ไปกับการสะสม ซึ่งช่วยสร้างความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้ ในอนาคตอาจมอบของสะสมหลายชิ้นให้ตกเป็นสมบัติของชาติ เพราะผมตั้งใจจะยกให้แผ่นดิน ให้เป็นสมบัติของชาติ ตั้งใจว่าจะตั้งกองทุนหรือมูลนิธิขึ้นมาดูแลเพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระของรัฐบาล เนื่องจากของเหล่านี้มีต้นทุนการดูแลที่สูง ผมจะมอบเงินส่วนหนึ่งสำหรับบริหารจัดการตรงส่วนนี้แยกต่างหาก” อดีตบิ๊กตำรวจเล่าด้วยน้ำเสียงสดใส


สุมณี คุณะเกษม ในชุดจักรพรรดินีใส่คู่กับเครื่องประดับหยกโบราณ ของสะสมชิ้นหายาก
ขณะที่ไฮโซหมื่นล้าน เจ้าแม่บาร์บี้เมืองไทย “สุมณี คุณะเกษม” ด้วยความที่เป็นภรรยาอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ “ประชา คุณะเกษม” จึงทำให้ค่อนชีวิตของเธอได้เดินทางตามสามีไปราชการพำนักอยู่ต่างประเทศหลากหลายเมือง จึงทำให้เธอได้เห็นผลงานประณีตศิลป์และตกหลุมรักจนขนซื้อวัตถุโบราณผลงานประณีตจากทั่วทุกมุมโลกมาเก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ทุกวันนี้ภายในบ้านพักของเธอเต็มไปด้วยผลงานศิลปะอันล้ำค่าจากทั่วทุกมุมโลก จนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ ที่พร้อมเปิดให้คนที่รักในงานศิลป์เข้ามาเยี่ยมชมอยู่บ่อยครั้ง

“ดิฉันชื่นชอบงานศิลป์และเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์และดีไซน์สวยงาม จึงคัดสรรเฉพาะชิ้นงานที่ผู้สร้างสรรค์ถ่ายทอดออกมาด้วยความประณีตชั้นเลิศ สะท้อนให้เห็นความงามอย่างชัดเจน และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ผลงานเหล่านั้นก็จะยังคงความร่วมสมัยเหนือกาลเวลา” เจ้าแม่บาร์บี้เมืองไทยเปิดใจถึงสาเหตุที่ตกหลุมรักงานศิลป์ประณีตจนตระเวนหานำมาเก็บสะสมไว้
หนึ่งในของสะสมเกี่ยวกับงานด้านศิลป์ และเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์สวยงามของสุมณี ก็คือ ชุดจักรพรรดินีโบราณ พร้อมเครื่องประดับหยกโบราณเข้ากับชุด

เตียงจักรพรรดินีโบราณ
“เมื่อยี่สิบปีที่แล้วดิฉันไปเที่ยวปักกิ่ง แล้วผ่านร้านขายเสื้อจีน สายตาเหลือบไปเห็นเสื้อโชว์อยู่ในตู้กระจก เห็นงานปักละเอียดสวยงามมาก พอถามราคาถึงกับอึ้งเพราะชุดละประมาณสองแสนบาท แต่ด้วยฝีมือการปักไหมดิ้นทองอันแสนละเอียด ถ้าเทียบกับราคาถือว่าถูกมาก เราจึงตัดสินใจซื้อชุดงานปักจักรพรรดินีมา ซึ่งสนนราคาชุดนี้ในปัจจุบันคงเป็นล้านไปแล้ว ส่วนหยกโบราณเนื้อดีอีกชุดที่ดิฉันมักจะใส่คู่กับชุดจักรพรรดินีเพราะหยกโบราณชุดนี้เราซื้อมาไว้หลายสิบปีแล้ว ครั้งแรกที่เห็นรู้สึกถูกชะตาและต้องใจขึ้นมาทันที เพราะมีมาครบเซต ทั้งสร้อย ต่างหู กำไล แหวน ที่สำคัญเป็นหยกเนื้อดีมีราคา ที่ซื้อไว้ตอนนั้นราวล้านกว่าบาท แต่ปัจจุบันนี้ทราบมาว่าราคาอยู่ที่หลายล้านบาทมาก”

นอกจากชุดจักรพรรดินีโบราณที่ใส่คู่กับเครื่องประดับหยกโบราณที่เจ้าแม่บาร์บี้เมืองไทยจะดูชื่นชอบมาก ของสะสมอีกชุดที่เข้ากันได้อย่างลงตัวก็คือ เตียงจักรพรรดินีโบราณ ที่คุณป้าบาร์บี้บอกว่าเตียงชุดนี้ได้มาเมื่อ 45 ปีที่แล้วในยุคที่เวียดนามเหนือแตกพอดี


“เตียงหลังนี้ย้อนไปเมื่อ 45 ปีที่แล้ว สามี-คุณประชา ไปเป็นทูตอยู่ที่นิวยอร์ก วันที่คำสั่งออกเวียดนามเหนือแตกพอดี และมีคนโทรศัพท์มาบอกว่าพวกเวียดนามขนของเก่าออกมาสองคันรถ ดิฉันสนใจเลยตัดสินใจซื้อของเก่าจากรถทั้งสองคัน โดยยังไม่ทันได้สำรวจเสียด้วยซ้ำว่าในรถมีอะไรบ้าง แต่พอเอามาประกอบกันจึงรู้ว่าเป็นโต๊ะกับเตียง โดยเฉพาะเตียงเป็นเตียงของจักรพรรดินีโบราณ แต่เราไม่ทราบว่าพระองค์ไหน ความรู้สึกวินาทีนั้นเหมือนฟ้าประทานมา เพราะเตียงมีความสวยงามมาก ทำจากไม้พะยูงทั้งหลัง มีความแข็งแรงทนทานมาก เอาค้อนมาทุบก็ไม่แตก ซึ่งเตียงหลังนี้ตอนที่ซื้อมาราคาหลายแสนบาท ซึ่งถือว่าแพงมากในยุคนั้น แต่ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจกับเราแทบทั้งสิ้น” คุณป้าบาร์บี้เปิดใจ


หทัยเทพ ธีระธาดา กับรูปปั้น “มารี อ็องตัวแน็ต”
ปิดท้ายที่ไฮโซพันล้าน “ซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา” ที่ตกหลุมรักงานแอนทีคมาแต่ไหนแต่ไร เพราะเธอได้ตระเวนไปหาของเก่าโบราณไม่ว่าจะเป็น ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ ของสะสมต่างๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศและในประเทศมาเก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก และอยากจะเปิดโอกาสให้คนที่ชอบงานสะสมของหายากได้เป็นเจ้าของร่วมกัน เธอจึงหันมาเปิดร้าน ONE MORE TIME By Susie จำหน่ายสินค้าแอนทีคทั้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และของสะสม และร้าน ONE and ONLY By Susie จำหน่ายเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ซ้ำแบบใคร

คิวปิดกับนางไซคี อีกหนึ่งของสะสมที่มาดามซูซี่ภูมิใจ
“ของเหล่านี้ถ้าเราเอาไปให้ลูกหรือคนที่ไม่ได้ชื่นชมกับผลงานแนวนี้ก็ไม่มีประโยชน์ แต่การนำของรักมาแบ่งปันให้คนที่ชอบเหมือนกันได้ชื่นชมทำให้มีคุณค่าดีกว่าจะเก็บไว้ และยังมีบางชิ้นที่ยกให้พิพิธภัณฑ์ รวมถึงชุดแต่งงานปักมุกปักพลอยน้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัม การเปิดร้านนี้ยืนยันว่าไม่ได้มองที่ยอดขาย แต่อยากให้คนรับรู้เห็นถึงความสวยงาม ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงปารีส นิวยอร์ก อังกฤษ แต่ที่ร้านรวบรวมความสวยงามเอาไว้หลายชิ้น และเป็นของหายาก ที่สำคัญ งานแต่ละชิ้นมีจุดเด่นคือเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ” ไฮโซพันล้านเล่าถึงที่มาในการเปิดร้านขายของสะสม


ทั้งนี้ หนึ่งในของสะสมแสนรักของมาดามซูซี่จากจำนวนเป็นพันชิ้นที่มีอยู่ ซึ่งเจ้าตัวภูมิใจนำเสนอมากก็คือ “Beauty And The Beast” ผลงานสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ต้องการสร้างให้ “มารี อ็องตัวแน็ต” ไว้ประดับสวน ซึ่งของจริงสร้างด้วยหินอ่อนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ฝรั่งเศส เช่นเดียวกับประวัติของ “คิวปิดกับนางไซคี” เมื่อคิวปิดไม่ทำตามคำสั่งวีนัส ที่ให้ไปหาผู้ชายหน้าตาน่าเกลียดมายิงศรใส่นางไซคีจะได้เป็นคู่กัน แต่คิวปิดกลับหลงใหลความงามของไซคี แล้วใช้ศรรักนั้นยิงตัวเองแทน

เรียกว่าเป็นของสะสมที่นอกเหนือจากมีมูลค่ามหาศาลแล้ว ยังคงสร้างคุณค่าทางจิตใจให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ ได้ภูมิใจกับสิ่งที่ฟ้าประทานให้



กำลังโหลดความคิดเห็น...