xs
xsm
sm
md
lg

ถึงจะหยุดแต่ก็สร้างประโยชน์ได้ที่บ้านกับ 5 สไตล์คนดัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องมีการรณรงค์ให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ และหลายคนไม่ได้ออกจากบ้านมาเกือบเดือนแล้ว แต่ท่ามกลางความวิกฤตความเบื่อหน่ายที่วันๆ หนึ่งต้องอยู่ภายในบ้านเพียงอย่างเดียว ไม่มีสถานบันเทิงให้เที่ยว ไม่มีห้างหรูให้ชอปปิ้ง หากแต่เหล่าเซเลบเมืองไทยหลายคนก็มีวิธีแก้เบื่อแตกต่างกันไปสารพัดวิธี แถมหลายคนใช้ช่วงที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานานแต่ไม่ได้ทำเสียที แล้วจะมีใครบ้างที่ใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง... ตามมาเลยค่ะ



เริ่มที่ราชนิกูลสาวติดดิน “คุณหญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล” เล่าด้วยน้ำเสียงสดใสว่า ช่วงที่อยู่บ้านเธอวางแผนที่จะทำอาหารสูตรเด็ดของคุณแม่และคุณแม่สามี รวมไปถึงอาหารไทยสูตรตำรับวังละโว้ ขายผ่านไอจีส่วนตัวของเธอ เพื่อแบ่งปันให้ทุกคนได้ลิ้มรสอาหารอร่อยและคุณภาพดี

“ตอนนี้หญิงกำลังจะทำอาหารขาย ซึ่งเราได้คิดเมนูไว้ประมาณ 5 เมนู เพราะสมัยอยู่ที่ต่างประเทศก็เคยทำอาหารรับประทานเองอยู่แล้ว และคิดว่าการทำอาหารนั้นสนุก และช่วยให้เราผ่อนคลายในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย โดยเราจะนำสูตรอาหารของคุณแม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของหวานออกมาขาย และนำสูตรของคุณแม่สามีในการทำอาหารคาวมาทำด้วย เมนูที่คิดไว้ตอนนี้คือ ทูน่าสเปรด ซึ่งเป็นสูตรของคุณแม่สามี ที่สำคัญทูน่าสเปรดยังเป็นอาหารหรือของว่างที่สามารถเก็บแช่ตู้เย็นไว้ได้นานพอสมควร เหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง แถมเรายังคัดสรรแต่วัตถุดิบที่สะอาดและปลอดภัยมาปรุงอาหารเสมอ มั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพ”

นอกจากนี้ คุณหญิงแม้นยังวางแผนจะไปศึกษาหลักสูตรการทำอาหารชาววังอย่าง ตับบดวังละโว้ เมนูเด็ดของวังละโว้ ที่สืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น ไว้จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ดีลิเวอรีส่งตรงถึงบ้านทุกคนอีกด้วย

“หญิงจะไปเรียนรู้สูตรการทำอาหารชาววังจากท่านลุง ท่านอา และท่านป้า โดยเฉพาะท่านหญิงปัทมนรังษี ซึ่งท่านมีตำราตับบดวังละโว้ ช่วงนี้หญิงก็จะไปขอความรู้จากท่าน เพื่อมาทำเมนูนี้ให้ทุกคนได้รับประทานกันถึงหน้าประตูบ้าน อีกไม่นานเกินรอทุกคนคงจะได้ชิมตับบดวังละโว้จากฝีมือหญิงแน่นอนค่ะ” คุณหญิงแม้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส


ขณะที่สาวสังคมเปรี้ยวจี๊ด “ริก้า ดีล่า” ช่วงนี้ต้องทำงานอยู่ที่บ้าน จึงทำให้สาวใหญ่นักธุรกิจวัย 54 กะรัตคนนี้ มีเวลาได้อยู่กับตัวเองและสิ่งที่ตกหลุมรักมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการได้ลงมือทำเพจที่มีชื่อว่า “Rikka de la Camara” เพจที่เธอได้ทำมาแล้วประมาณ 2-3 ปีก่อน แต่ด้วยหน้าที่การงานทำให้เธอทิ้งร้างเพจนี้มาเกือบค่อนปี ดังนั้น ช่วงนี้เธอจึงทุ่มเทและขะมักเขม้นในการแชร์คลิปวิธีการดูแลตัวเองให้สวยสะพรั่งในวัยเลข 5 เทคนิคการอยู่บ้านในช่วงล็อกดาวน์ให้มีความสุขเรียกว่าทุกเช้าที่ตื่นมา ลูกเพจทุกคนของสาวริก้าก็จะเห็นเธอถ่ายทอดเรื่องราวๆ ดีผ่านเพจให้เป็นเพื่อนคลายเหงาได้ทุกวัน

“เพจที่ริก้าทำก็จะเป็นการแชร์เทคนิคต่างๆ ในการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ ทั้งเรื่องการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย การคิดบวก เป็นต้น โดยเฉพาะช่วงนี้หลายคนหยุดอยู่กับบ้าน คงมีอาการเบื่อหน่ายบ้างเป็นธรรมดา เราจึงทำคลิปวิดีโอขึ้นมาว่าใน 1 วันที่ริก้าอยู่บ้าน ตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอนทำอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เวลาผ่านไปอย่างเฉยๆ ซึ่งช่วงนี้เราก็จะเรียนรู้เรื่องการตัดต่อคลิปต่างๆ ด้วยตัวเองพอสมควร เหมือนเป็นการรื้อฟื้นตำราเมื่อครั้งเรียนนิเทศศาสตร์ ที่เราร้างลาไปหลายสิบปีขึ้นมาอีกครั้ง แต่พอเราเห็นคลิปวิดีโอที่ทำออกไปแล้วมีคนเข้ามาติดตาม ก็รู้สึกหายเหนื่อยเหมือนกัน ริก้ามองว่ามันเป็นโอกาสอันดีที่ในช่วงนี้เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เราสนใจ แต่แทบไม่เคยมีโอกาสทำเลยก็ว่าได้”


ด้านเซเลบสาวมากความสามารถ “แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์” แฟชั่นนิสต้าแห่งวงการเซเลบ ทายาทธุรกิจเครือเซ็นทรัล ช่วงที่เธอต้องทำงานอยู่ที่บ้าน พอมีเวลาว่างเธอจะเอาตำราภาษาญี่ปุ่นมาฝึกอ่าน ฟัง พูด เขียน มากขึ้น หลังจากที่ทิ้งร้างการเรียนไปนานถึง 2 ปี

“แพร์ชอบภาษาญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ได้ไปเข้าคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นมาบ้าง แต่ด้วยความที่เราต้องทำงานตลอดเวลา จึงไม่มีเวลาไปเรียนภาษาอีกเลย และพอมาถึงช่วงนี้มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น พอว่างจากการทำงานประจำก็จะเอาหนังสือภาษาญี่ปุ่นที่สอนฝึกทักษะทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน มาศึกษาด้วยตัวเองอย่างจริงจัง เหมือนเป็นการทบทวนวิชาที่เคยเรียนมาให้มีความชำนาญมากขึ้น ประกอบกับแพร์เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวในการดีไซน์และออกแบบโรงแรมในเครือเซ็นทาราที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่นด้วย ดังนั้น การมีทักษะในการฟังและพูดภาษาญี่ปุ่นได้บ้างในระดับหนึ่งก็จะทำให้การติดต่อประสานงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น”



ส่วนสาวไฮเปอร์พลังงานสูง อย่าง “งามแข อมาตยกุล” ที่บอกว่าช่วงที่หยุดทำงานอยู่ที่บ้านแบบนี้ทำให้เธอมีเวลามากขึ้น และช่วงนี้เองเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับเธอ ในการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาด ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค และแนวคิดทางการตลาด ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผ่านช่องทางออนไลน์

“ก่อนหน้านี้แค่ทำงานกลับมาก็เหนื่อยมากแล้ว กลับบ้านก็ค่ำมืด ทำให้เราไม่มีเวลาได้ศึกษาอะไรเพิ่มเติม แต่เมื่อเราได้หยุดอยู่บ้าน มีเวลาได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ช่วงนี้แขจึงเรียนหนังสือออนไลน์ค่ะ โดยเลือกเรียนวิชาการตลาด เพราะส่วนหนึ่งแขวางแผนจะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน MBA อยู่แล้ว ประกอบกับตลอด 4 ปีของการทำงานที่ผ่านมา เราเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น แขจึงอยากจะศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการทำการตลาดแนวใหม่ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แขอยากศึกษามานานแล้ว พอมีโอกาสและเวลาจึงได้ใช้เวลาช่วงนี้เรียนผ่านออนไลน์อย่างจริงจังมากขึ้นค่ะ และจากนี้ไปก็วางแผนว่าจะเรียนออนไลน์แบบมาสเตอร์คลาสที่เขาได้นำเซเลบริตีระดับโลกที่มีความชำนาญในด้านต่างๆ อาทิ การแสดง การทำอาหาร การตลาด และอื่นๆ มาสอนเราผ่านระบบออนไลน์อีกด้วย”


ปิดท้ายที่สาวเก่ง อย่าง “เล็ก-กรกนก ยงสกุล” เจ้าของสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ RBL Training Academy ที่ช่วงนี้ขอพักชั่วคราวเพราะต้องอยู่ที่บ้าน เพื่อขานรับนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น เธอจึงใช้เวลาว่างในการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมการเรียนการสอนพัฒนาบุคลิกภาพตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อมาใช้ในการพัฒนาฝึกอบรมนักเรียน และยังแบ่งเวลามาฝึกจัดแจกันดอกไม้อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย

“ช่วงที่เราอยู่บ้าน เล็กคิดว่าการปรับสมดุลให้บ้านมีความสดใสน่าอยู่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้น ช่วงนี้เล็กจะใช้เวลาว่างเกือบทั้งหมด ไปกับการศึกษาวิธีการจัดแจกันดอกไม้รูปแบบต่างๆ ทางช่องยูทูป หรือไม่ก็จากร้านดอกไม้ ซึ่งตอนนี้กำลังฝึกจัดแจกันดอกไม้สีตามวัน และจัดไว้ให้เข้ากับมุมต่างๆ ของบ้าน ซึ่งเราสั่งดอกไม้จากร้านดอกไม้ที่ซื้อประจำ ให้เขามาส่งที่หน้าบ้าน รวมทั้งศึกษาการเลือกแจกันดอกไม้ให้เข้าแต่ละมุมของบ้านด้วยค่ะ”


สาวเล็กบอกว่า การที่เธอได้ใช้เวลาว่างมาจัดดอกไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีสมาธิมากขึ้น แถมยังเป็นการสร้างความสุขอย่างง่ายๆ ให้แก่ตัวเองในช่วงนี้ได้อย่างน่าทึ่ง

“การที่เราได้ใช้เวลาว่างมาจัดดอกไม้ นอกจากจะทำให้บ้านเราดูสดชื่น เหมาะแก่การนั่งทำงานที่บ้านแล้ว ยังช่วยให้เรามีสมาธิไม่วอกแวกต่อสิ่งต่างๆ เมื่อไม่วอกแวกก็ไม่เกิดความเครียด ว่าต้องอยู่บ้านอีกนานแค่ไหน อันเป็นการสร้างความสุขให้กับตัวเองได้อีกทางหนึ่ง”

ท่ามกลางความวิกฤตก็ยังมีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็มีเวลาได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ลองทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้องเสียที


กำลังโหลดความคิดเห็น...