xs
xsm
sm
md
lg

เซเลบหัวใจรักเสียงดนตรี ลบคำสบประมาทอาชีพเต้นกินรำกิน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในอดีตหากพูดถึงการเป็นนักร้อง นักแสดง บรรดาเศรษฐีคหบดีในยุคสมัยนั้น แทบไม่อยากให้ลูกหลานตัวเองเข้าไปข้องแวะแม้แต่น้อย เพราะมองว่าการเต้นกินรำกินไม่มั่นคงต่อชีวิต

แต่ในยุคสมัยนี้ โลกมีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีมีความล้ำสมัยขึ้น ความคิดของผู้ใหญ่ก็เริ่มเปลี่ยนไป ปัจจุบันศิลปินในดวงใจของใครหลายคน ล้วนเป็นลูกหลานตระกูลดัง ที่หันมาเอาดีด้านดนตรีด้วยการเป็นนักร้อง บางคนเป็นถึงเจ้าของค่ายเพลงปลุกปั้นศิลปินด้วยตนเองเลยก็มี แต่จะมีใครบ้างตามมากันเลยคร่า



เริ่มที่ คุณหนูแห่งบ้านศุขีวิริยะ “ดาต้า-ดรัลชรัส” ย้อนความทรงจำที่ทำให้เธอตกหลุมรักในเสียงเพลงว่า เธอเดินสายประกวดร้องเพลงตั้งแต่เด็ก ซึ่งรับรางวัลชนะเลิศมาก็เยอะ

“ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4 เคยไปประกวดร้องเพลงหลายเวที รางวัลแรกที่ได้คือ การประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเมื่ออายุได้ 15 ก็ไปประกวดร้องเพลงเวที KPN อวอร์ด แต่เข้ามาเป็นศิลปินจริงๆ ตอนอายุ 18 ตอนนั้นไปสมัครออดิชั่นร้องเพลงของประเทศเกาหลีแล้วชนะ จึงบินไปฝึกร้องฝึกเต้นที่เกาหลีอยู่ 1 ปี จากนั้นก็กลับมาเป็นศิลปินสังกัดโซนี่มิวสิค”

ดาต้าชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นครอบครัวจึงส่งไปเรียนร้องเพลงแบบจริงจัง “ดาต้าชอบเสียงเพลงมากค่ะ จำได้ว่าตอน 5 ขวบก็ฝึกร้องเพลงเองแล้ว ซึ่งจะเป็นเพลงสากล เพราะชอบฟังเพลงของ ไมเคิล แจ็กสัน ตอนนั้นร้องเพลงสากลได้จนจบแม้ยังไม่รู้ภาษาอังกฤษ พอโตขึ้นมาหน่อยได้ไปเรียนร้องเพลงกับครูอ้วน จึงทำให้มีทักษะในการร้องเพลง ทั้งเพลงป๊อบ คลาสสิก ออร์เคสตร้า ค่ะ”

หลังจากสะสมชั่วโมงบินจากค่ายโซนี่มิวสิคมาพักใหญ่ พอหมดสัญญาดาต้าจึงผนึกกำลังกับสามี (บอย-พิบูล พิหเคนทร์) และเพื่อนรัก อย่าง มัดหมี่ พร้อมสามีของมัดหมี่ เปิดค่ายเพลงชื่อว่า Five Four Records

“ตอนนี้ดาต้าหมดสัญญากับค่ายเดิมแล้ว จึงชวนพี่สัวสามีของมัดหมี่ มาทำค่ายเพลงด้วยกัน เพราะเราต่างมีความชื่นชอบในเสียงเพลงเหมือนกัน ค่ายเพลงตอนนี้เราทำด้วยกันมาปีที่ 3 แล้ว นอกจากจะผลิตศิลปินน้องใหม่มาประดับวงการเพลงป๊อบบ้านเราแล้ว เรายังนำคอนเสิร์ตศิลปินวงดังจากต่างประเทศมาจัดแสดงที่เมืองไทย เพื่อให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่เขาชื่นชอบ”


ส่วนเพื่อนซี้ อย่าง “มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย” ที่ตอนนี้ลาออกจากอาชีพทหาร หันมามุ่งมั่นกับงานเพลงที่ตัวเองรักอย่างเต็มที่ บอกว่า “มัดหมี่ชอบทำกิจกรรมร้องเพลงเต้นโชว์มาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนที่บ้านจะมีลูกพี่ลูกน้องกันประมาณ8 คน มัดหมี่จะเป็นแกนนำจัดโชว์ต้อนรับแขกที่มาเยือน ทั้งร้องเพลง และเต้น พอเข้าเรียนมัธยมก็ฝึกแต่งเพลงเอง ทำให้เริ่มรักในภาษาของบทเพลงมาตั้งแต่ตอนนั้น”

ถึงแม้ว่าจะไม่เคยประกวดร้องเพลงที่ไหนมาก่อน แต่มักถูกรับเชิญไปร้องเพลงในงานต่างๆ จึงทำให้เสียงของเธอโดนใจเจ้าของค่ายเพลงดัง ถึงขนาดได้เซ็นสัญญาและเป็นนักร้องตั้งแต่วันนั้นมา

“ตอนนั้นมัดหมี่ไปร้องเพลงวันเกิดที่ช่อง 5 แล้วมีคนชวนไปทำงานสังกัดค่ายเพลงRS เราก็ร้องเพลงทำเทปทำอัลบัมกับRS อยู่ 5 ปี จากนั้นก็ไปอยู่ค่ายเอ็กแซ็กท์ 3 ปี ส่วนใหญ่จะเน้นเล่นละครเวทีที่ต้องร้องเพลง อย่าง เรื่องสี่แผ่นดิน รับบทเป็นแม่พลอยตอนสาว จากนั้นก็ออกมาเป็นศิลปินอิสระเหมือนดังเช่นทุกวันนี้” มัดหมี่พาย้อนอดีต

ตลอด8ปีในวงการเพลง เธอยอมรับว่ามีความสุข และประสบการณ์ที่ทำให้เธอนำมาต่อยอดในการทำค่ายเพลงของตัวเอง เหมือนดังเช่นทุกวันนี้

“มัดหมี่รู้สึกว่าดนตรีเป็นศิลปะของชีวิต เมื่อไหร่ที่ขาดเสียงเพลงมันเหมือนกับชีวิตขาดสีสัน บทเพลงหนึ่งสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นทำนอง คำร้องอันแสนไพเราะได้ ยิ่งเมื่อเรายืนถือไมค์ร้องเพลงบนเวที แล้วมองมาเห็นคนดูยิ้มและร้องตามไปด้วย นั่นแหละคือสุขที่สุดของคนเป็นนักร้อง ทุกวันนี้ก็เอาความรู้สึกนั้นมาต่อยอดที่ค่ายเพลงของเรา เพื่อผลิตศิลปินคุณภาพมาประดับวงการเพลงต่อไป”

นอกจากทำค่ายเพลงแล้ว มัดหมี่ยังจับมือกับคุณสามีทำ คอมมูนิตี มอลล์ คอนเซ็ปต์ “ให้ดาวนำทาง” อีกด้วย

“โครงการให้ดาวนำทาง เป็นการจัดอีเวนต์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน ผ่านการทอล์กโชว์จากผู้มีประสบการณ์ในการสร้างความสุขให้กับตัวเอง และได้มีการปล่อยMVให้ดาวนำทาง ทางยูทูบ และสถานีโทรทัศน์ ซึ่งมัดหมี่เป็นคนร้องเพลงประกอบMV เอง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อดูจบทุกคนจะมีแรงบันดาลใจในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ”


จากจุดเริ่มต้นของเซเลบหนุ่มที่รักในเสียงเพลง จึงทำให้ “เนม-ปราการ ไรวา” นักร้องนำ, “นต-ปณต คุณประเสริฐ” มือกีตาร์, “นาฑี-นาฑี โอสถานุเคราะห์” มือกีตาร์ และ “ไปร์ท-คมฆเดช แสงวัฒนาโรจน์” มือกลอง พากันตั้งชื่อวง Getsunova ร้องเล่นกันตามประสาคนหนุ่มที่มีพลัง มีความใฝ่ฝัน และไม่น่าเชื่อว่า วินาทีที่พวกเขาปล่อยเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ก็ได้สร้างปรากฏการณ์เป็นเพลงไทยเพลงแรกที่มียอดวิวในยูทูบเกินร้อยล้านวิว กลายเป็นวงที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงเพลงล่าสุด อย่าง ชีวิตเดี่ยว ที่ได้แต่งให้นักร้องขวัญใจในวัยเด็ก อย่าง พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์

เนม-ปราการ เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่สู่วงการเพลง และนำพา Getsunova ให้มีชื่อเสียงว่า เขาได้พบกับ นต-ปณต ขณะที่ไปศึกษาต่อที่อังกฤษ ซึ่งตัวเขาเองก็รักในเสียงดนตรีอยู่แล้ว แถมเคยออกอัลบัมเดี่ยวกับค่ายเพลงดังมาแล้วเมื่อปี 2548 เขาจึงชักชวนเพื่อนๆ ตั้งวงดนตรีขึ้น

“ตอนนั้นผมเคยมีอัลบัมเดี่ยวมาแล้ว เลยมาขายฝันให้เพื่อนๆ พวกเราจริงจังในการทำเพลง ซ้อม เล่น แต่ไม่ได้จริงจังว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ผมว่ามันคือวัยรุ่นที่อยากทำเพลง อยากเล่นอะไรก็เล่น จังหวะนั้นไม่ได้คิดว่า คนทั้งประเทศเขาจะฟังเราหรือไม่ แค่คิดว่ามันคือความสนุก ความอยากอย่างเดียวเลย แต่ถามว่าจริงจังไหม จริงจังแน่ๆ ซ้อมกัน เล่นกันเกือบทุกวัน”

เนมเล่าว่าตลอด10ปีในวงการดนตรี เขาสามารถลบคำสบประมาทจากคนทั่วไปว่า เป็นวงนักร้องไฮโซครอบครัวมีฐานะ มีธุรกิจ คงทำเพลงกันแบบไม่จริงจัง แต่สุดท้ายเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า การจะเป็นนักดนตรีที่ดีมันต้องเริ่มมาจากจุดเดียวกัน คือให้คนฟังมีความสุขจากบทเพลงที่พวกเขาถ่ายทอดออกมา

“เราแค่อยากเล่นคอนเสิร์ตด้วยเพลงของเรา แล้วคนรู้จักและเขาสามารถร้องตามเพลงของเราไปด้วยอย่างมีความสุข อันนี้คือจุดเริ่มต้นเดียวกันของศิลปินทุกคน ที่ต้องยึดถือและท่องจำให้ขึ้นใจ” เนมกล่าวอย่างมุ่งมั่น


นอกจากนี้ ยังมีเซเลบคนดังเข้าขั้นมหาเศรษฐีของเมืองไทยอีกหลายคน ที่มีใจรักในเสียงเพลงและเลือกเดินตามฝันของตัวเอง อย่าง “ดุ๋ง-พาที สารสิน” บุตรชายคนเดียวของ อาสา สารสิน อดีตรองราชเลขาธิการ และท่านผู้หญิงสุจิตคุณ ซึ่งอดีต ดุ๋งเคยเป็นนักร้องนำวง PP PROJECT มาแล้ว และพอมีเวลาว่างก็จะซ้อมกีตาร์ ฟอร์มวงดนตรีของตัวเอง


ด้านทายาทรุ่น4 ของตระกูลภิรมย์ภักดี “จุ๊บ-วุฒินันท์” ที่อยู่กับวงการเพลงมาตลอด ในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่ที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุด ก็ต้องเป็นการผนึกกำลังกับ “ปวีณ ลิมปิชาติ” ก่อตั้งวง "Freedom 108" โดยมีเขาเป็นหัวหน้าวง และสมาชิกวงประกอบด้วย พัชรพงษ์ จันทาพูน, Robert Dila, พัชรา ดีล่า, พุทธิดา ศิระฉายา, อัศวิน ดุริยางค์กูร, สาริก หลิวอุดมสินชัย เป็นต้น จากนั้นก็คลุกคลีในวงการเพลงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท Music Move Entertainment จำกัด ที่มีค่ายเพลงในสังกัดถึง 4 ค่าย


อีกหนึ่งศิลปินจากค่ายสิงห์ “เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี” นอกจากจะเก่งงานบริหาร อันเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวแล้ว เขายังเป็นสมาชิก วงกรุงเทพมาราธอน (Krungthep Marathon) ตำแหน่งนักร้องนำ ซึ่งมีผลงานออกมาแล้วสองอัลบัม ภายใต้สังกัด SPICY DISC และยังมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักมากมาย ทั้งเพลงประกอบละครที่ฮิตติดหูกันทั้งบ้านทั้งเมืองอีกหลายเพลง อีกทั้งเพลงที่เขาแต่งเนื้อร้องและยังร้องด้วยตัวเอง เพื่อไว้อาลัยให้กับการจากไปของเพื่อนรุ่นน้อง สิงห์-ประชาธิป มุสิกพงศ์ มือกีตาร์วง Sqweez Animal (พ.ศ. 2558) และยังมีเพลงที่ได้ร้องร่วมกับน้องนิษา ลูกสาวสุดที่รักของเขาด้วย


ส่วนอีกหนึ่งเซเลบนักธุรกิจ “บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์” ผู้บริหารบริษัท เมโทร ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด, บริษัท เมโทร ออโต้เฮาส์ จำกัด และ บริษัท มิตซูเมโทร จำกัด ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และบุคลิกที่อบอุ่น เขาจึงได้รับหน้าที่เป็นนักร้องนำ วงกรู๊ฟไรเดอร์ ในสังกัดเบเกอรี่มิวสิค ซึ่งเพลงที่สร้างชื่อให้เขาดังเป็นพลุแตกคือ เพลง “หยุด” จนเขาได้รับฉายาว่า เจ้าพ่อดิสโก้เมืองไทย จากนั้นเขาก็มีผลงานเพลงตลอดมาจนถึงทุกวันนี้


ขณะที่ “กฤษดา สุโกศล แคลปป์” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ น้อย วงพรู นอกจากจะเป็นผู้บริหารโรงแรมในเครือ เดอะ สยาม ร่วมกับมารดาแล้ว เขายังเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของยุค90 เลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยทำเพลงในนามวงพรู ซึ่งเป็นแนวป๊อบ ร็อก อันเป็นเพลงขวัญใจวัยรุ่นยุคนั้น เชื่อว่า น้อย วงพรู ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหนไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวังแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...