xs
xsm
sm
md
lg

6 เซเลบระดับเอลิสต์...ไม่ใช่ออกแต่งานอีเวนต์! งานประจำเขาก็มีนะจะบอกให้!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เวลาที่เห็นหนุ่มสาวเซเลบสับขาหลอกออกงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ หลายคนคงสงสัยว่า เซเลบเหล่านี้เขาว่างจากงานหรืออย่างไร ทำไมถึงได้มีเวลาออกงานเยอะขนาดนี้ หากแต่ความจริงแล้วบรรดาเซเลบหลายคนที่ตระเวนออกงานสังคมไม่เว้นแต่ละวัน หลายคนโปรไฟล์ไม่ธรรมดา บางคนเป็นถึงเจ้าของแบรนด์ความงามชั้นนำของประเทศ หรือไม่ก็เป็นนักการศึกษาจัดสัมนาระดับมือต้นๆ บางคนเป็นถึงเจ้าของบริษัทโบรกเกอร์ชื่อดัง แต่ละปีทำกำไรมหาศาล แต่อยากรู้ว่าเซเลบแต่ละคนเขาทำอาชีพอะไรกันบ้าง ตามมาเลยคร่า



เริ่มที่สาวสังคมแสนเป๊ะ “มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา” ที่มักมาพร้อมกับความเป๊ะ แมตชิ่ง ตั้งแต่หัวจดเท้า เพราะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้าตัวจริง และด้วยเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ไม่ซ้ำใคร ทุกวันนี้นอกจากเธอจะช่วยทำธุรกิจของครอบครัวสามี ซึ่งเป็นโรงงานอะลูมิเนียม แต่ด้วยใจที่รักสวยรักงาม ทำให้เธอปลุกปั้นงานอดิเรก จนกลายมาเป็นงานประจำ ที่สร้างรายได้แทบจะเป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์ของสาวๆ ที่รักแฟชั่นบ้านเรา

“ความจริง เมื่อก่อนมายด์ช่วยทำธุรกิจของครอบครัวสามี เป็นโรงงานอะลูมิเนียม ดูเรื่องมาร์เก็ตติ้งของบริษัท แต่ช่วงหลังที่มีลูกก็เลยไม่ได้ดูแลเต็มตัวเหมือนก่อนหน้า เพราะต้องให้เวลากับลูกมากขึ้น แต่ด้วยความที่ชอบเรื่องแฟชั่น ดังนั้น เมื่อ3ปีที่แล้วเราจึงสร้างแบรนด์ Style by signature ขึ้นมา มีขายออนไลน์ กับที่ร้าน Chic studio สยามสแควร์ วัน ชั้น LG ขณะเดียวกัน ก็เปิดร้านทำเล็บชื่อว่าร้าน Classic Nail_Nail Spa อยู่ที่ห้างเดอะวัน ปาร์ค ตรงข้ามกับเซ็นทรัล ลาดพร้าว อีกด้วย”

มายด์เล่าต่อว่า เพราะเธอเป็นคนชอบทำเล็บมาตลอด จึงเกิดไอเดียว่า แทนที่จะต้องเสียเงินไปทำเล็บตามร้านต่างๆ ก็เปลี่ยนมาเปิดร้านทำเล็บเองเสียเลยดีกว่า

“มายด์เป็นคนชอบทำเล็บลวดลายต่างๆ อยู่แล้ว พอเราเปิดร้านทำเล็บเองแล้ว เราก็ต้องเสาะหาลวดลายเล็บใหม่ๆ มาให้ลูกค้าเลือก ที่สำคัญ ลวดลายของร้านเราก็ไม่ซ้ำใคร เพราะนำเข้ามาทั้งหมด ซึ่งการเปิดร้านทำเล็บเป็นการตอบสนองสิ่งที่เราอยากทำอย่างแท้จริง” คุณแม่ยังสาวเล่าด้วยน้ำเสียงสดใส


ส่วนคุณแม่ลูกสอง “ติ๊ก-อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” ที่ตอนนี้ลูกๆ กำลังอยู่ในวัยรุ่นทั้งคู่ ดังนั้น เธอจึงลาออกจากงานประจำ แล้วหันมาจัดงานสัมมนาเรื่องการศึกษา เพื่อให้ความรู้กับผู้ปกครองที่มีลูกอยู่ในวัยรุ่น หรือจัดอบรมเป็นคอร์สระยะสั้นให้กับเด็กๆ ที่กำลังมีแผนที่จะไปศึกษายังต่างประเทศ หรือเดินทางไปซัมเมอร์ที่ต่างประเทศเพียงลำพัง

“ตอนนี้ติ๊กลาออกจากงานประจำมาได้ปีกว่าแล้ว และก็มาจัดงานสัมนาเรื่องการศึกษาโดยตรง ซึ่งก็ทำมาได้ปีกว่าแล้วเช่นกัน โดยคอร์สการสอนของเราส่วนใหญ่ จะเป็นการจัดอบรมคอร์สระยะสั้นเพียง 1 วัน ให้ความรู้กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกอยู่ในวัยรุ่น ว่าเราควรจะมีจิตวิทยาอย่างไรในการพูดคุยกับพวกเขาให้ได้ผล ซึ่งเราจะเชิญวิทยากรที่มีความรู้เรื่องการศึกษา ทั้งจากในเมืองไทยและต่างประเทศมาให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง เพราะเด็กจะมีหลายช่วงวัยและช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่เข้าใจและสื่อสารกับลูกยากที่สุด อีกทั้งเรายังจัดอบรมให้กับเด็กๆ ที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศว่าเขาต้องเตรียมตัวอย่างไร โดยเราจะเน้นสอนในเรื่องของความปลอดภัยของการใช้ชีวิต และกฎหมายจำเป็นของแต่ละประเทศที่เด็กๆ ทุกคนควรรู้ เพื่อนำไปปรับใช้เวลาไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศโดยไม่มีผู้ปกครองไปด้วย”

ติ๊กเล่าถึงที่มาในการออกมาจัดหลักสูตรอบรมเรื่องการศึกษา ให้กับผู้ปกครองที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อว่า ตัวเธอเองก็มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น และเกิดความสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้ถึงสื่อสารกับลูกไม่ค่อยเข้าใจกัน เธอจึงไปศึกษาหลักจิตวิทยาต่างๆ รวมถึงประสบการณ์ด้านการเป็นครูโรงเรียนอินเตอร์มาก่อน จึงทำใหัเธอตกผลึกและมุ่งหน้ามาเป็นสะพานเชื่อมโยง ให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกช่วงวัยรุ่นได้เชื่อมต่อกันติดอีกครั้งหนึ่ง

“เราจะพยายามศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์และนำมาปรับใช้กับลูกๆ อยู่เสมอ ที่ผ่านมาตอนลูกเป็นเด็กเราพูดอะไรเขาก็ฟังเรา แต่พอมาพักหลังพวกเขากำลังก้าวสู่การเป็นวัยรุ่น เราพูดอะไรเขาก็ไม่ค่อยฟัง เราจึงต้องไปศึกษาตำราจิตวิทยาหลายๆ เล่ม จนแตกฉานและสามารถมาพูดกับลูกได้เหมือนเดิม และเราต้องการนำความรู้นั้น มาเป็นวิทยาทานให้กับผู้ปกครองทุกคน เพราะเด็กในช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่เราต้องใช้หลักจิตวิทยาสูง ในการพูดคุยกับเขาเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่เราต้องการ เพราะลูกทุกคนคือดวงใจของพ่อแม่ คนเป็นพ่อแม่ย่อมยากเห็นลูกของเขามีชีวิตและอนาคตที่สดใสอยู่แล้ว”


เห็นเป็นสาวสังคมที่ออกงานเป็นประจำอย่างนี้ แต่อีกบทบาทหนึ่งของ “น้อยหน่า-เพ็ญสุภา คชเสนี” เธอได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนอีก2คน เปิดบริษัท เกรท ฟอร์ทูน โบรกเกอร์ จำกัด อันเป็นบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัย มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาข้อมูล และเรื่องการประกันภัยให้กับลูกค้าผู้ที่ต้องการทำประกันภัย จึงเป็นเสมือนตัวแทนและที่ปรึกษาของผู้ประกอบการ

“เราเปิดบริษัทโบรกเกอร์มาได้ 3ปีเศษแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำของเรา แต่ด้วยความที่เราไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายประกันภัยที่ดีพอ หน่าและเพื่อนจึงเป็นนายทุนที่เปิดบริษัทขึ้นมาแล้วจ้างคนภายนอกเข้ามาบริหารแทนเรา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าแก่ที่เคยให้บริษัทเราทำเรื่องประกันภัยให้อยู่แล้วค่ะ”

นอกเหนือจากการเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยแล้ว น้อยหน่ายังรับงานฟรีแลนซ์ เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับนิตยสารชื่อดัง อย่าง ไทยแลนด์เทตเลอร์ อีกด้วย รวมถึงเป็นหนึ่งใน10 ของคณะกรรมการโรงแรมในเครือ Soho House ประเทศไทย ที่มีคลับมากถึง 23 สาขาทั่วโลก เป็นคลับส่วนตัวที่ให้เฉพาะสมาชิกเข้ามาใช้บริการเท่านั้น และที่ไม่ธรรมดาคือ สมาชิกต้องเป็นคนที่ทำงานอยู่ในสายอาร์ตหรือครีเอทีฟเท่าน้ัน

น้อยหน่าเล่าถึงหน้าที่การเป็นคณะกรรมการ soho House ประจำประเทศไทยว่า ด้วยความที่คลับแห่งนี้มีหลักเกณฑ์สูงมากในการคัดเลือกสมาชิก เพราะกว่าจะได้เป็นสมาชิกของคลับนี้ไม่ง่ายเลยต้องยื่นใบสมัคร เพื่อให้คณะกรรมการแต่ละประเทศตรวจเช็คก่อนว่า คุณสมบัติเพียงพอไหม เพราะสมาชิกคลับนี้มีเงินอย่างเดียวก็เป็นสมาชิกไม่ได้ หากแต่ต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนอีกหลายประการ แต่เมื่อได้เป็นสมาชิกแล้ว สามารถเข้าไปใช้ Facilities ใน Soho House ทุกที่ทั่วโลกได้ และได้ส่วนลดถ้าจะพักในโรงแรมในเครือ


ด้านเซเลบสาวใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสังคม “แม่อุ๊-มณฑ์ลัชชา สกุลไทย” หรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่า “แม่อุ๊ สกุลไทย” ทุกวันนี้เซเลบสาวใหญ่วัยเกษียณแต่หัวใจยังปิ๊ง เป็นถึงประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินนิ่งทรี จำกัด อันเป็นธุรกิจทางด้านเคมี ซึ่งกำลังจะไปร่วมลงทุนกับทางมาเลเซีย ทำถุงมือที่ใช้ในห้องคลีนรูม ในอุตสาหกรรมผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ แม่อุ๊ยังใช้ความเป็นสาวสองพันปี ส่งต่อความสวยแบบเกาหลีมาเมืองไทย ด้วยการร่วมลงทุนเปิด 'ศูนย์ศัลยกรรมทางการแพทย์' อันดับ 1 และดังที่สุดของประเทศเกาหลี อย่าง วอนจิน บิวตี้ เมดิคอล กรุ๊ป (ประเทศไทย) ที่ให้บริการความงามแบบครบวงจร ทั้งด้านศัลยกรรมความงามและผิวพรรณ ด้วยบุคลากรทางการแพทย์ไทย ที่ได้รับการถ่ายทอดทักษะความรู้ และเทคนิคเหนือชั้นของแท้จากวอนจิน แบรนด์ศัลยกรรมความงามอันดับ 1 ของเกาหลี ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของวงการศัลยกรรมความงามใน AEC ที่มีการถ่ายทอดความรู้จากศัลยแพทย์ตกแต่งเกาหลี แก่ศัลยแพทย์ตกแต่งไทย เพื่อให้เทคนิคของศัลยแพทย์ตกแต่งไทย พัฒนาอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน


อีกหนึ่งสาวมั่นแห่งยุคดิจิทัล “นี-ชาลิสา วีรวรรณ” ช่วงหลังหลายคนมักจะเห็นสาวนีออกงานสังคมในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไลฟ์สไตล์ เพราะก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งเป็น Fashion Feature Editor นิตยสาร Vogue Thailand และในปัจจุบันด้วยความที่เป็นสาวเก่งด้านแฟชั่น เธอจึงผันตัวมาทำบล็อกเกอร์ในอินสตาแกรมส่วนตัวที่ชื่อว่า @tasteofnowhere ซึ่งบล็อกนี้ถ้าใครชอบแต่งตัวสวยๆ ต้องไม่พลาดเข้าไปชม เพราะนอกจากจะมีรูปแฟชั่นสวยๆ แล้ว ยังมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวงามๆ ที่เธอไปท่องเที่ยวมาด้วย ดูแล้วเพลินเวอร์


ปิดท้ายที่ “คุณหญิงต้น-ม.ล. ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี” ระดับคุณหญิงต้นชาตินี้ทั้งชาติไม่ต้องทำงานก็มีทรัพย์สมบัติเหลือล้นใช้ยันชาติหน้าก็ไม่หมด เพราะเป็นถึงสะใภ้ค่ายสิงห์ แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ พอว่างเว้นจากการทำโขนของมูลนิธิศิลปาชีพฯ แล้ว ตอนนี้ คุณหญิงต้นจึงหันมาเปิด บริษัท LIDEE DESIGN GROUP โรงงานทำซิลค์สกรีนเสื้อยืด รวมถึงเป็นเจ้าของร้านขายของโมเดิร์น คลาสสิก ร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับมือสอง “เซ้คเกิน ชันซ์” แถมยังเป็นรองประธานบริษัท AXIAM CO., LTD. Architects & Interior Designer เรียกว่าคนจะรวยเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่จริงๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...