xs
xsm
sm
md
lg

ทำได้ไง เซเลบสาว "งามแข อมาตยกุล" ลดน้ำหนักจากสาวอ้วนมาเป็นสาวหุ่นเพียว "น่ารัก!"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


>>ช่วงนี้กระแสรักสุขภาพมาแรง หลายคนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ดูแลอาหารการกิน สำหรับสายเฮลตี้ทั้งหลาย ที่เคยลองเสิร์ชหาเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ประสบความสำเร็จในการรีดน้ำหนักอาจเคยผ่านหูผ่านตาเรื่องราวของ “แข-งามแข อมาตยกุล” เซเลบสาวสวยคนนี้มาบ้าง เพราะกว่าจะสวยเป๊ะแบบที่เห็น เชื่อหรือไม่ว่าเธอเคยถูกเพื่อนตั้งฉายาว่าเป็น “หมูป่า” และ “เสาหิน” มาแล้ว แต่สุดท้ายเพราะหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ทำให้เธอลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง เปลี่ยนจากสาวตุ้ยนุ้ยมาเป็นสาวเฮลตี้ได้สำเร็จ

แน่นอนว่านอกจากเราจะตามมาชวนเธอคุยถึงปฏิบัติการรีดน้ำหนักที่ให้แง่คิดหลายอย่างในชีวิตที่หาซื้อไม่ได้ที่ไหนจากสาวสวยตรงหน้า เรายังไม่พลาดตามไปรู้จักกับเธอในอีกหลายหลากแง่มุมโดยเฉพาะกับบทบาทใหม่ในชีวิตอย่างการสวมบทเจ้าหน้าที่สื่อสารการตลาดของบริษัท พี สแควร์ พีอาร์ ดูแลแบรนด์เครื่องเสียงและโทรทัศน์ไฮเอนด์จากประเทศเดนมาร์กที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างแบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น (Bang & Olufsen)

ฝันว่าอยากจะเป็นนางฟ้า

สาวน้อยหน้าเก๋ตรงหน้า เริ่มแนะนำตัวให้เรารู้จักทีละน้อย โดยเธอบอกว่า หลังเรียนจบ ม.ปลายจากรั้วราชินีบน ก็มุ่งมั่นที่จะสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ให้ได้ เพราะสนใจเรื่อง Communication หรือ การสื่อสาร จึงอยากเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์นี้ให้มากขึ้น

“ถึงจะชอบเรียนภาษา แต่แขมองว่าคนที่ชอบภาษาไม่จำเป็นต้องเรียนอักษรฯ เสมอไป เพราะจริงๆ แล้วภาษาก็คือการสื่อสารแบบหนึ่ง ยิ่งพอเข้ามาเรียนนิเทศฯ ได้เรียนการโฆษณา ภาพยนตร์ ประชาสัมพันธ์ ยิ่งทำให้รู้ว่า ทุกอย่างมันคือการสื่อสาร อยู่ที่ว่าเราจะเลือกสื่อสารออกไปอย่างไร ซึ่งสำหรับแขนี่คือเสน่ห์นะโดยเฉพาะพีอาร์เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นการสื่อสารระหว่างองค์กรกับสาธารณะ ซึ่งทุกองค์กรต้องมีพีอาร์เป็นตัวแทนในการสื่อสาร นอกจากนี้ แขยังชอบที่พีอาร์สอนให้เรารู้ว่าควรสื่อสารออกไปอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ และจะใช้สิ่งที่มีอยู่สื่อสารอะไรออกไปได้บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากใช้ในงานเรายังสามารถนำมาใช้กับการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ด้วย”

เพื่อกำหนดเส้นทางอนาคตของตัวเองให้ชัดเจน หลังจากเรียนจบก่อนที่จะก้าวไปสู่โลกแห่งการทำงาน แขกำหนดกรอบให้ตัวเอง 3 ข้อสำหรับงานที่เธอจะเลือกคือ 1.ต้องเป็นงานที่ได้ใช้ภาษา 2.ได้เป็นตัวแทนขององค์กร และ 3. ได้พัฒนาทักษะด้านการสื่อสารของตัวเอง เพราะเธอมองว่า ทุกอาชีพต้องมีทักษะเฉพาะของตัวเอง เช่น เป็นสถาปนิกก็ต้องมีทักษะด้านสถาปัตย์ นักบัญชีก็ต้องมีทักษะด้านบัญชี ดังนั้น งานที่เธอจะเลือกต้องได้ใช้ทักษะด้านการสื่อสารที่เรียนมาด้วยเช่นกัน งานแรกที่แขเลือกคือ การเป็นแอร์โฮสเตส

“แขผ่านการทดสอบเข้าไปจนถึงรอบสุดท้ายนะคะ แต่มาตกรอบตอนตรวจร่างกาย เพราะผลออกมาว่า แขกระดูกสันหลังคด คาดว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้แขปล่อยให้ตัวเองอ้วนมาก น้ำหนักเคยพุ่งขึ้นไปสูงสุดถึง 75 กิโลกรัม ทั้งที่เราสูงแค่ 167 เซนติเมตร ทำให้บาลานซ์ในร่างกายเสีย แม้ตอนนั้นจะลดน้ำหนักลงมาอยู่ที่ประมาณ 52 กิโลกรัมแล้ว แต่ผลเสียจากการปล่อยตัวยังอยู่ ถามว่าตอนนั้นถ้าแขดึงดันจะเป็นแอร์ฯ ต่อได้ไหม ...ได้นะ แค่ลองเปลี่ยนไปสมัครสายการบินอื่น เพราะแต่ละสายการบินก็มีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน แต่พอมาคิดดูว่าด้วยเนื้องานคงไม่ดีต่อสุขภาพเราในอนาคต เลยตัดสินใจหันหลังให้การเป็นแอร์ฯ ดีกว่า”

เบนเข็มชีวิตสวมบทนักสื่อสาร

หลังจากตัดใจหันหลังให้การเป็นนางฟ้า (บนเครื่องบิน) แขเดินหน้าหางานอีกครั้ง ตอนนั้นเธอหว่านใบสมัครไปหลายที่ และโชคก็เข้าข้างเธอ เพราะมีบริษัทใหญ่หลายแห่งอ้าแขนรับ แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกมาทำงานพีอาร์ที่บริษัท พี สแควร์ พีอาร์ ของ “แพร-ดวงกมล เวปุลละ” สาวสังคมคนดังแทน

“แขสมัครงานสายมาร์เกตติ้งและพีอาร์ไป 4 ที่ ปรากฏว่าทั้ง 4 ที่ตอบรับหมด แต่แขเลือกมาทำงานกับพี่แพร เพราะคุยแล้วรู้สึกคลิกที่สุด ก่อนหน้านี้แขเองก็รู้จักพี่แพรผ่านสื่อมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาทำงานด้วยกัน ช่วงที่มาสัมภาษณ์งานกับพี่แพรครั้งแรก แขชอบเนื้องานนะ แต่ยังลังเล เพราะช่วงนั้นปัญหาชีวิตรุมเร้า เลยขอพี่แพรไปปฏิบัติธรรม 5 คืน 6 วันก่อน พอกลับมาคุยกับพี่แพรอีกครั้ง พี่แพรก็ให้โอกาสแขซึ่งแขรู้สึกว่าถ้าทำงานที่นี่พี่แพรจะรับฟังและเห็นคุณค่าในตัวแข แม้เราจะเป็นระดับจูเนียร์ แต่พี่แพรจะฟังไอเดียของแขโดยไม่ปล่อยผ่าน”

ถึงวันนี้ ย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 ของการทำงานแล้ว แขบอกว่ามีความสุขกับงานที่ทำ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเนื้องานที่แปลกใหม่และท้าทาย ได้ดูแลลูกค้าสายไลฟ์สไตล์และไฮเอนด์ ซึ่งเราไม่คุ้นเคย ส่วนใหญ่ที่เรียนมา จะเน้นลูกค้าที่เป็นสินค้าแมส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทุกวันทำงานของเธอคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

“อย่างแบรนด์แบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น ที่แขดูแลแรกๆ แขก็ไม่ค่อยอินนะ เพราะถึงจะชอบฟังเพลง แต่แขก็ไม่เคยใส่ใจกับการเลือกหูฟังหรืออุปกรณ์ จนพอมาทำจริงๆ ถึงได้รู้ว่านอกจากคุณภาพของเสียงแล้ว ดีไซน์ก็สำคัญ”

สำหรับเป้าหมายในอนาคต สาวหน้าสวยบอกว่า ตั้งใจจะหาความรู้เพิ่มเติมในด้านการตลาดและแบรนดิ้ง โดยเธอแพลนว่าอีกไม่เกิน 2 ปี จะไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเป็นนักสื่อสารที่ดีให้กับตัวเอง

จากใจสาวตุ้ยนุ้ยสู่สาวเฮลตี้

อย่างไรก็ตาม เห็นเป็นสาวเอวบาง หน้าตาจิ้มลิ้มชวนมองแบบนี้ถ้าไม่(แอบ) รู้ว่าเธอเคยเป็นสาวตุ้ยนุ้ยมาก่อนคงไม่เชื่อหู แต่นี่เป็นความจริงที่ทั้งเจ็บปวดและภูมิใจของแข ถามถึงเรื่องนี้เธอเลยถือโอกาสพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปสมัยยังเป็นเฟรชชี่ แขบอกว่า ด้วยความที่เป็นเด็กตุ้ยนุ้ยมาทั้งชีวิต เธอจึงไม่เคยรู้สึกผิดกับการกิน ยิ่งช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ต้องทำกิจกรรมเลิกดึก ก็ยิ่งกิน ทำให้ตัวเลขบนตาชั่งพุ่งพรวดไม่ยั้ง

“แขกินวันละ 5 มื้อหนักๆ จะดึกแค่ไหนก็กิน ที่ผ่านมา ถึงจะมีคนเตือนให้ลดน้ำหนัก โดนเพื่อนมัธยมตั้งฉายาว่าหมูป่า เข้ามหา’ลัยเจอเพื่อนผู้ชายเรียกว่า เสาหิน สุขภาพเริ่มแย่ เสื้อผ้าที่มีเริ่มใส่ไม่ได้ จำได้ว่าช่วงพีคสุดคือ เหลือเสื้อที่ใส่ได้อยู่ตัวเดียวจนต้องใส่ซ้ำทุกวัน แต่ก็ไม่เคยคิดจะลดอยู่ดี ถามว่าเศร้ามั้ย ก็เศร้านะ จนวันหนึ่งมาถึงจุดหักเห เมื่อโดนเพื่อนเรียกเสาหินที่หน้าลิฟต์ต่อหน้าเพื่อนนิสิตคณะอื่น ทำให้รู้สึกทั้งเจ็บทั้งอายสุดๆ”

จุดนั้นเองที่แขบอกกับตัวเองว่าจะไม่ทนให้เพื่อนล้ออีกต่อไป และจะต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองให้ได้ “เย็นวันนั้นพอกลับบ้านมา แขชั่งน้ำหนักเลย จำได้ว่าตอนนั้นตัวเลขบนเครื่องชั่งคือ 75.3 กก. แขเริ่มต้นตั้งหน้าตั้งตาคุมอาหาร ออกกำลังกาย งดขนม ของหวาน ชาไข่มุกที่เคยชอบ แค่เดือนแรกน้ำหนักก็ลงไป 3 กก.หลังจากนั้นก็เริ่มไปเล่นโยคะ แรกๆ ก็ท้อนะ ตัวแข็งทำท่าอะไรไม่ค่อยได้ คนอื่นใส่ชุดสวยๆ ไปออกกำลังกาย เราแต่งตัวเหมือนใส่ชุดนอน แต่ก็พยายามบอกกับตัวเองว่า เราไม่ได้มาแข่งกับใคร เรามาเพื่อแข่งกับตัวเอง ช่วงนั้นแขหักดิบพอสมควร อาหารที่กินมีแค่อกไก่ ผักนึ่ง ปลานึ่ง แทบไม่มี Cheating Day เลย”

6 เดือนเต็มที่แขเฝ้าเพียรดูแลรูปร่าง ในที่สุดความพยายามก็เป็นผล รูปร่างดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากลองวิธีลดน้ำหนักมาแล้วแทบทุกวิธี ทั้งคุมอาหาร ออกกำลังกาย กินคลีน ไปจนถึงกินยาลดความอ้วน เข้าสถาบันดูแลน้ำหนัก มาถึงตอนนี้ถึงได้รู้ว่าการดูแลรูปร่างที่ดีที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตัวเองให้เฮลตี้เพื่อให้ทำได้ตลอดชีวิต

“พอน้ำหนักลงมาถึงจุดที่น่าพอใจ แขเริ่มหันมาศึกษาการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน หันมาออกกำลังกายด้วยพวก Weight Training เล่น T25 ปรับเปลี่ยนวิธีการกินจากแต่ก่อนหักดิบงดแป้ง งดข้าวเย็น ก็หันมากินข้าวเย็น แต่เลือกอาหารที่กินแทน ทุกวันนี้แขเองก็ยังมองหาวิธีใหม่ๆ ในการดูแลรูปร่างอยู่นะคะ”

ไม่มีผู้หญิงขี้เหร่ มีแต่ผู้หญิงขี้เกียจดูแลตัวเอง

แขบอกว่า ทุกวันนี้ด้วยหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้เวลาออกกำลังกายลดลง แต่เธอก็ยังหมั่นหาเวลาออกกำลังกายที่บ้านเสมอ ควบคู่ไปกับการดูแลอาหารการกิน เธอบอกว่า หลังจากผ่านประสบการณ์ที่คงไม่มีวันลืมในชีวิตมา เมื่อมองย้อนกลับไปเธอรู้สึกทั้งขอบคุณและเสียใจกับตัวเองในอดีต

“แขเสียใจที่ปล่อยให้ตัวเองอ้วนจนเสียสุขภาพ แต่ในทางกลับกันช่วงเวลาที่ผ่านมาก็สอนให้เรารู้จักหันมาดูแลตัวเอง ฝึกให้เราอดทน พอผ่านจุดนั้นมาได้ทำให้เราคิดว่าทุกวันนี้ไม่มีอะไรที่ยากกว่านั้นอีกแล้ว ทุกวันนี้แขพอใจกับรูปร่างตัวเอง แต่ยังแฮปปี้กับการกินได้ แขว่าความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุขกับการดูแลรูปร่างเพื่อให้ใส่เสื้อผ้าออกมาสวย แต่แขมีความสุขกับการกิน การได้ลองชิมอาหารร้านใหม่ๆ บรรยากาศดีๆ สำหรับแขไม่ต้องผอมมากก็ได้ ถึงจะเรียกว่าสวย แขว่าความอ้วนไม่ได้วัดว่าเราสวยหรือไม่สวย โลกนี้ไม่มีผู้หญิงไม่สวย มีแต่ผู้หญิงที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง” แขกล่าวทิ้งท้าย

สวยสตรองแบบแข

ทุกวันนี้ : แขกินอาหารครบ 3 มื้อ แต่แบ่งสัดส่วนในการกินอาหารมื้อต่างๆ อย่างมื้อเช้า อาจจะกินน้อย เน้นพวกผลไม้เพื่อให้ร่างกายสดชื่น พอมื้อเที่ยงกินได้หนัก แต่ต้องเลือกอาหารที่ไม่มีแคลอรีสูงเกินไป งดพวกเกลือหรือโซเดียม กินอาหารที่คงรสชาติของวัตถุดิบดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด เช่น ปลานึ่ง พอเย็นก็กินซุป หรือ ผัก

วันว่าง : ออกกำลังกาย ทั้งออกกำลังกายที่บ้าน เข้ายิม หรือไปทำกิจกรรมใหม่ๆ เช่นปีนเขา

เรื่องที่หลายคนไม่รู้ : ถ้าไม่เอ่ยปากถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นลีลาการโพสท่าถ่ายรูปของแขนั้นไม่ธรรมดา แขคงไม่ยอมเฉลยว่า ก่อนหน้าจะมาทำงานประจำ ช่วงที่เธอเริ่มผอมสวยแล้วนั้น เธอเคยผ่านงานโฆษณามาแล้วหลายตัว แต่ถึงจะเป็นงานที่ได้เงินง่าย แขก็ยอมถอนตัวออกมา เพราะไม่ใช่เส้นทางที่เธอต้องการ

“อย่างที่บอกว่า แขตั้งปณิธานกับตัวเองว่าอยากทำงานที่ตอบโจทย์ 3 ข้อที่ตั้งไว้ เพราะฉะนั้นพอทำงานประจำ แขเลยไม่ได้รับงานในวงการอีก ถามว่าเสียดายมั้ย ไม่นะคะ ถือว่าช่วงที่ได้ลองทำก็เป็นประสบการณ์ที่ดี แต่จากนี้ แขอยากทุ่มเทให้งานประจำที่ทำก่อน” :: Text by FLASH
กำลังโหลดความคิดเห็น...