xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก “Boyfriend” ของ พิมพิศา จิราธิวัฒน์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


>>หลังจากกอดกุมความฝันในการทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองมาตั้งแต่ครั้งยังใส่ชุดนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทันทีที่ “แพร-พิมพิศา จิราธิวัฒน์” สำเร็จการศึกษา เธอจึงไม่รอช้าที่จะลงมือปั้นธุรกิจแรกในชีวิตให้เป็นรูปเป็นร่างทันที

“แพรคิดว่านี่คงเป็นความฝันของเด็กผู้หญิงหลายคน ที่อยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง” เจ้าของลิปสติกในครอบครองกว่าร้อยแท่งเอ่ยถึงที่มาของผลงานชิ้นแรกในชีวิตของเธอ ที่เริ่มต้นด้วยการลงขันโดยใช้เงินเก็บของตัวเองกับเพื่อนสนิทอีกหนึ่งคน ออกทุนปั้นแบรนด์บอยเฟรนด์ (Boyfriend) แล้วเดินหน้าลุยธุรกิจขนาดย่อมของตัวเอง โดยพึ่งพาคุณพ่อและคุณแม่ (ธีระยุทธ-ชนัดดา จิราธิวัฒน์) แค่เพียงคำปรึกษาดีๆ เท่านั้น

เพราะเริ่มต้นจากความรักความชอบในการแต่งหน้าแต่งตาตามประสาเด็กสาวเหมือนๆ กัน ไอเดียของเพื่อนซี้คู่นี้จึงพลุ่งพล่านออกมาไม่หยุด ต่อยอดจนออกมาเป็นลิปสติกในรูปลักษณ์เปรี้ยวซ่าที่เริ่มต้นขายทางอินสตาแกรมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“ที่จริงแพรกับหุ้นส่วนอยากทำเมกอัพให้ครบทั้งไลน์ โดยเริ่มจากลิปสติกก่อน เพราะอย่างน้อยๆ ผู้หญิงทุกคนต้องมีลิปสติกคนละหนึ่งแท่งอยู่แล้ว ซึ่งง่ายกว่าการทำรองพื้นขาย ที่อาจจะติดเรื่องความกลมกลืนกับสีผิว หรืออาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้งโจทย์แรกของเราคือ ไม่อยากขายของแพง และทำยังไงให้เราไม่ไปซ้ำกับแบรนด์ไทยในท้องตลาด เพราะใครๆ ก็ทำลิปสีส้มได้ แต่เราจะพรีเซนต์สีส้มของเรายังไงให้แตกต่าง เลยพยายามหาคอนเซ็ปต์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

“แพรอยากทำให้การทาลิปสติกเป็นเรื่องสนุก เหมือนเป็นของเล่นที่เปลี่ยนสีได้ บวกกับเป็นคนชอบคำง่ายๆ ที่มีความหมายตรงตัว ไม่ชอบประดิษฐ์คำหรูหรา ตอนแรกนึกถึงภาษาอังกฤษคำว่า Girlfriend แต่ฟังดูหวานเกินไป เลยใช้ Boyfriend แทน การเอาชื่อผู้ชายมาใส่ในของผู้หญิงทำให้เกิดความขัดแย้งในตัวเอง คราวนี้เลยเริ่มสนุกแล้ว ช่วยกันลิสต์กับเพื่อนว่าต่างคนต่างชอบดาราผู้ชายคนไหน แล้วก็เอามาตั้งเป็นชื่อลิปแต่ละสี ซึ่งช่วงคิดคอนเซ็ปต์ คิดชื่อ ค้นหามู้ด และสร้างอิมเมจให้แบรนด์เป็นขั้นตอนที่สนุกสุดๆ”

เมื่อได้คอนเซ็ปต์ที่เป๊ะ ชื่อแบรนด์ที่เปรี้ยงปัง ก็ถึงขั้นตอนลงมือตามหาโรงงานที่ถูกใจเพื่อผลิตเนื้อลิปสติกที่มีคุณภาพ กับการออกแบบแพกเกจให้เตะตา จนได้ออกมาเป็นลิปสติก 10 สี พร้อม 10 ชื่อเรียกสนุก อย่าง Charlie, Brad, James, Adam ฯลฯ ที่แพรบอกว่า “สาวๆ เลือกทาลิปสีไหนก็เหมือนมีแฟนชื่อนั้นแหละค่ะ” ซึ่งทุกสีสันผ่านการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี รวมถึงการตั้งใจผลิตเนื้อลิปสติกที่ทาแล้วต้องสวยถูกใจจริงๆ เท่านั้น

“แพรเป็นคนจุกจิกมากในการเลือกใช้ลิปสติก ซึ่งถ้าถามว่าชอบยี่ห้อไหนมากๆ จนถึงตอนนี้แพรยังบอกไม่ได้เลยว่าชอบยี่ห้ออะไรที่สุด บางยี่ห้อสีสวย แต่ไม่ชอบเนื้อ หรือบางยี่ห้อเนื้อดี๊ดีแต่ทำไมมีสีให้เลือกน้อยจัง พอมาทำเองแพรจึงอยากได้ลิปสติกที่มีสีที่ชัด เนื้อมีความครีมมี่กึ่งแมตต์ แต่ไม่แมตต์เสียทีเดียว เพราะผู้หญิงไทยปากแห้ง ทาลิปแมตต์ไม่สวย ส่วนลูกค้าบางคนอยากได้ลิปที่สีติดทน กินข้าวแล้วไม่หลุด ซึ่งถ้าอยากได้อย่างนั้นต้องใส่ปรอทเยอะมาก ดังนั้น จึงเป็นการยากมากที่จะทำลิปสูตรที่ถูกใจคนจำนวนมากออกมาได้ แพรเลยใช้ความรู้สึกตัวเองเป็นหลัก

อยากทำลิปที่ใช้ได้ทั้งวันและทุกวัน ไม่อยากให้ใช้ครั้งเดียวแล้วไม่อยากใช้ต่อ แพรจึงใช้เวลาทดลองผลิตลิปสติกนานเป็นปีกว่าจะนำออกมาขายได้ เปลี่ยนเนื้อหลายรอบมาก ทำเสร็จแล้วแพรก็เอาไปให้ช่างแต่งหน้าลองใช้ดูก่อน เพราะเขาเจอเครื่องสำอางมาเยอะ สามารถบอกได้ว่าลิปสีไหนโอเคแล้ว หรือสีไหนที่ยังต้องเติมทั้งวัน เราก็ต้องฟังคอมเมนต์เยอะๆ เพื่อนำมาปรับปรุงและแก้ไขผลิตภัณฑ์ของเรา”

ขั้นตอนการผลิตอาจจะยุ่งยากและซับซ้อนกว่าจะได้ชิ้นงานคุณภาพที่ถูกใจ แต่สิ่งที่ยากไปกว่านั้นก็คือ การทำการตลาด เปิดช่องทางการนำสินค้าให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้แบบไม่เปลี่ยนใจ

“การตลาดยากที่สุด เพราะเป็นหัวใจของทุกอย่าง ซึ่งความยากก็คือการหาวิธีเชิญชวนให้คนอยากมาซื้อของของเรา เป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้ว่าต้องใช้วิธีไหนหรือต้องทำอย่างไร ตอนนี้อยู่ในขั้นทดลอง ทำโปรโมชันต่างๆ หรือไทม์มิ่งการโพสต์อินสตาแกรมก็สำคัญมาก แต่ก่อนไม่เคยโฟกัสจุดนี้ ว่างเมื่อไรฉันก็จะโพสต์ ตอนนี้ก็ต้องมานั่งดูแล้วว่าลูกค้าชอบซื้อของกี่โมง เราต้องลงไอจีกี่โมงถึงจะกระตุ้นความรู้สึกอยากซื้อของเขาได้”

เหตุผลที่รู้ลึกรู้ดีถึงช่องทางการขายขนาดนี้ เพราะแพรรับหน้าที่ดูแลลูกค้าด้วยตัวเอง ทั้งคีย์ข้อมูลลูกค้าที่สั่งของอย่างเป็นระบบ แพ็กของ และจัดส่งของให้ถึงมือลูกค้า ส่วนหน้าที่ของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาโทอยู่ต่างประเทศคือ การอัปเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรม ซึ่งก็เป็นภาพกราฟิกที่แพรทำเก็บเอาไว้ และมีตารางบอกชัดเจนว่าเดือนไหนต้องโพสต์รูปอะไร

“เนื่องจากเราไม่มีหน้าร้าน ฉะนั้น มีเดียที่เรามีในมือจึงเป็นเหมือนเป็นหน้าร้านของเรา จะไม่มีการลงรูปสะเปะสะปะเด็ดขาด ทุกอย่างต้องผ่านการดีไซน์และคุมโทนเป็นอย่างดี ยิ่งเราทำให้ Identity ของแบรนด์ชัดขนาดไหน คนที่เข้ามาซื้อจะเก็ตว่าพูดถึงแบรนด์เราแล้วให้ความรู้สึกแบบนี้”

ความสนุกที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นกำลังเดินหน้าต่อไป ปีนี้แบรนด์บอยเฟรนด์เตรียมออกลิปสติกสีนู้ดออกมาอีก 4 สี พร้อมกิจกรรมให้ลูกค้าช่วยกันตั้งชื่อ บอยเฟรนด์ ประจำลิปแต่ละสีส่งประกวด รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างบลัชออนอีก 3 สี ที่พ่วงมาด้วยกิมมิกเก๋ไก๋เหมือนเดิม “บลัชออนจะไม่ใช้ชื่อผู้ชายแล้ว แต่จะเป็นแอกชั่นอะไรก็ตามที่เราอยากให้ผู้ชายทำกับเรา” เจ้าของแบรนด์หัวเราะสนุกถึงลูกเล่นที่น่าจะถูกใจสาวๆ ได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับความรู้สึกของเธอทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้

“แพรไม่อยากทำงานที่ตัวเองไม่รู้สึกสนุก เพราะจะทำให้วันนั้นเป็นวันที่น่าเบื่อมากๆ ดังนั้น ตอนนี้แพรจึงตื่นมาสนุกทุกวัน และบางวันก็สนุกเกินไปหน่อย” สาวน้อยหัวเราะสดใสโชว์ริมฝีปากสีชมพูสดใส พลอยทำให้เราสดชื่นตามไปด้วย

Behind The Boyfriend

>ด้วยประสบการณ์ที่เคยขายของออนไลน์ทั้งเสื้อผ้ามือสองและเคสไอโฟนมาก่อน ทำให้แพรรู้ว่าต้องคุยกับลูกค้าอย่างไร และต้องจัดการกับออเดอร์แบบไหน หลักสำคัญคือ ต้องบันทึกทุกอย่างในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อสะดวกแก่การถ่ายโอนข้อมูลและแชร์กับหุ้นส่วน

>Lime Crime, Jeffree Star, Color Pop ฯลฯ คือตัวอย่างของแบรนด์ลิปสติกระดับอินเตอร์ ที่ได้รับความนิยมและขายดีทางออนไลน์ ที่แพรทั้งเป็นลูกค้าและศึกษาช่องทางการตลาดไปในตัว

>ช่วงเวลาที่เหมาะจะโพสต์รูปสินค้าของบอยเฟรนด์ทางไอจี แล้วส่งผลให้คนกดซื้อของได้มากที่สุดคือ ตอน 5 ทุ่มถึงตี 1 กับอีกช่วงคือ ประมาณบ่าย 3-4 โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่คนมักหยิบโทรศัพท์มากดดูแก้เบื่อ และอยากซื้อของมากที่สุด

>โปรเจกต์ถัดไปของแม่ค้ามือใหม่คนนี้คือ ทำ Sportwear ขายในชื่อแบรนด์ Girl’s Nation ที่มาในคอนเซ็ปต์ Basic but not so basic ด้วยดีไซน์ที่ดูเหมือนจะเรียบๆ แต่มีดีเทลที่ถูกใจคนเล่นกีฬา :: Text by FLASH
กำลังโหลดความคิดเห็น