xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ชายติดม้า ต่อ-เฉลิมฉาน ยศวิริยะพาณิชย์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ต่อ-เฉลิมฉาน ยศวิริยะพาณิชย์
 
แม้ “ขี่ม้าโปโล” ในสายตาของคนทั่วไป จะถูกประทับตราให้เป็นเกมกีฬาของราชวงศ์และผู้ดีมีสกุลไปแล้ว แต่กระนั้น กีฬาขี่ม้า ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชนชั้นสูงหรือราชวงศ์เท่านั้น เพราะสามัญชนอย่างเรา ก็มีสิทธิ์ที่จะเล่นได้เช่นกัน หากมีใจรักและอดทนกับม้ามากพอ เฉกเช่น ต่อ-เฉลิมฉาน ยศวิริยะพาณิชย์ ครูและนักกีฬาขี่ม้าของไทย ที่ลุ่มหลงม้า รักและสนุกกับการใช้ชีวิตบนหลังม้าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

 
ต่อ-เฉลิมฉาน เป็นลูกชายคนเล็กของ ฉายฉาน แช่มสวัสดิ์ (เสียชีวิต) กับ ศุภรัศมิ์ ยศวิริยะพณิชย์ เขาเปิดคอกม้าต้อนรับเราพร้อมบอกเล่าเรื่องราวชีวิตบนหลังม้า ให้ฟังด้วยรอยยิ้มสดใสว่า ติดนิสัยรักการขี่ม้ามาจากมารดา โดยเขาและพี่ชายเริ่มหัดขี่ม้าเมื่อตอนอายุ 5 ขวบ และเริ่มเรียนขี่ม้าอย่างจริงจังตอนอายุ 8 ขวบ โดย พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เป็นครูสอนขี่ม้าคนแรก ซึ่งเห็นฝีมือการควบคุมม้าของเขาก็ถูกใจ จึงส่งเข้าแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศ ซึ่งเขาก็สามารถสร้างชื่อให้ตัวเองโดยการคว้าชัยชนะ และจุดนี้เองทำให้เส้นทางนักกีฬาขี่ม้า เปิดเข้ามาในชีวิตเขาอย่างจริงจังในเวลาต่อมา เพราะหลังจากได้แชมป์ครั้งนั้น ผู้เป็นแม่ก็ส่งไปฝึกขี่ม้ากับมืออาชีพที่ออสเตรเลีย

“จากคุณหนูที่พอเดินมาถึงคอกม้าครูจับขึ้นขี่เลย แต่พอมาอยู่ออสเตรเลีย ต้องตื่นตั้งแต่เช้าให้อาหารม้า ทำความสะอาดคอกม้า ดูแลจนเสร็จงาน ถึงได้ฝึกขี่ม้า รู้เลยว่าการขี่ม้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกแล้ว ม้าเป็นสิ่งมีชีวิต ผมต้องเรียนรู้ว่าม้ารู้สึกนึกคิดอย่างไร ต้องเข้าใจปฏิกิริยาตอบโต้ มันทำให้ผมมีความละเอียดอ่อนขึ้น เข้าใจศาสตร์การขี่ม้ามากขึ้น”

 
ครั้นเมื่อกลับไทย เฉลิมฉานได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งขันขี่ม้าหลายรายการ แต่ที่ทำให้ชีวิตพลิกผันอีกครั้งคือ การคว้าเหรียญทองให้ทีมชาติไทยจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่เชียงใหม่ ในปี ค.ศ.1995 “ตอนนั้นอายุ 15 ปี แม่ซื้อม้าให้เป็นของขวัญ และให้ไปเรียนขี่ม้าที่สวิตเซอร์แลนด์ ผมดีใจมาก เพราะเป็นคนไทยที่อายุน้อยและเป็นคนแรกๆ ที่ได้ไปฝึกขี่ม้าในยุโรป ได้เห็นม้าพันธุ์ดีของเขา ทำให้ผมได้เห็นความเป็นที่สุดของการขี่ม้าของโลก คนยุโรปจะมองว่าม้าคือ ‘งานศิลปะที่มีชีวิต’ พวกเขาถึงฝึกขี่ม้าที่แข็งแรง สวยสง่า ม้าตัวเท่ากัน แต่วิธีการฝึกต่างกัน ทำให้ม้ากระโดดได้สูงและดีกว่ามาก”

 
การขี่ม้าเป็นศาสตร์ที่เรียนได้ทั้งชีวิตไม่มีวันจบ หลังจากได้ไปเรียนขี่ม้าที่ยุโรป ทำให้เขาได้ทักษะแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเมื่อครั้งเป็นเด็ก ต่อเริ่มเรียนรู้ว่า การขี่ม้าทำเป็นอาชีพได้ ไม่ใช่แค่หัดขี่เล่นๆ เพลินๆ เพียงอย่างเดียว ดังนั้น พอกลับจากยุโรปเขาจึงตั้งเป้าเข้าแข่งเอเชียนเกมส์ และวางแผนยึดการขี่ม้าเป็นอาชีพ

“ขี่ม้าไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะขี่ให้เก่งยาก เป็นกีฬาที่มีเสน่ห์มาก ผมสนใจม้าไม่ใช่ที่ตัวม้า แต่เป็นความสัมพันธ์กับม้า เพราะเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน กีฬาขี่ม้าช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ ทำให้หลังตรง ขาเหยียดยาว สมาธิดีขึ้น กลายเป็นคนใจเย็น จิตใจอ่อนโยน และที่สำคัญเข้าใจตัวเองได้ชัดเจน”

เฉลิมฉานยังพูดถึงหลักการขี่ม้าของเขาคือ “ม้าต้องนับถือเรา เราต้องนับถือม้า” เขาแนะวิธีการขี่ม้าแบบมืออาชีพว่า เราต้องรู้จักธรรมชาติของม้าว่า “ม้าเป็นสัตว์ขี้ตกใจ” เพราะม้าเหมือนเด็ก ถ้าทำดีแล้วไปทำโทษจะสับสนและพยศ ดังนั้น คนขี่จะคุยกับม้าด้วย ‘ภาษากาย’ หากสั่งด้วยคำสั่งที่ถูกต้อง มีขั้นตอน มีเหตุผล ม้าจะเชื่อใจและทำตามคำสั่ง การขี่บนหลังม้าก็จะสอดคล้องกับจังหวะการเคลื่อนไหวของม้า จนเหมือนนั่งอยู่เฉยๆ บนหลังม้า นักกีฬาระดับโลกจะฝึกสื่อสารกับม้าให้มีความละเอียดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการทำโยคะ จากท่าง่ายๆ ไปสู่ท่ายากขึ้นเรื่อยๆ

“ผมมีความสุขมากที่อยู่บนหลังม้า มีความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนใหม่ ได้พูดคุย และมีอะไรใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ ได้ศึกษา ม้าที่ดีจะต้องเชื่อฟังคำสั่ง คุยกันรู้เรื่อง ม้าทุกตัวรักเจ้าของ พวกเขายอมตายเพื่อนายของเขา”

 
ความรักและผูกพันที่มีต่อม้าทุกตัวในคอก ทำให้ทุกวันนี้ต่อใช้ชีวิตอยู่กับม้า ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 2-3 ทุ่มทุกวัน “ผมรักเท่ากันหมดทุกตัวนะครับ แต่ที่รักและผูกพันมากที่สุด เป็นตัวที่ผมใช้แข่งเอเชียนเกมส์ปี 1998 ชื่อ Fernando เพราะเป็นม้าที่เลือกเอง จากคอกเดนมาร์ก เห็นครั้งแรกก็ประทับใจ ทุกวันนี้ยังคิดถึงเขาอยู่ อาจเป็นเพราะเรามีโอกาสอยู่ด้วยกันน้อยเกินไป”

เฉลิมฉาน เล่าถึงการเลือกหาม้าของเขาโดยเปรียบแบบขำๆ ว่า ยากเหมือนหาแฟน “กว่าจะเจอคู่แท้ของตัวเอง ต้องรู้ใจกัน นิสัยต้องเข้ากัน หลักๆ ต้องมีเซนส์บางอย่างที่บอกว่าม้าเข้ากับผมได้ ลักษณะนิสัยของม้าต้องเหมือนกัน วิธีก้าวเดิน ผมชอบม้าที่ขี้อ้อน ขี่สนุก ไม่ชอบม้าเนิบๆ บางตัวขี้เซา ตัวใหม่ที่ได้มานิสัยออกจะหยิ่ง ขี้เก็ก ชอบโชว์พราวเวลาอยู่ในสนาม”

นักกีฬาหนุ่มใหญ่คนนี้ยอมรับว่า “ม้า” เป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายเรื่องอุปกรณ์การเล่นค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับกีฬาชนิดอื่น หากแต่ใครลองได้เข้ามาทำความรู้จักกับกีฬาขี่ม้าบังคับแล้ว จะต้องหลงเสน่ห์เหมือนเขาอย่างแน่นอน

“ม้าสอนให้ผมได้เรียนรู้ว่า “การได้ทำสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหน ก็สนุกไปกับมันได้ โดยไม่ต้องใช้ความอดทนเลย” ม้าจึงเป็นทั้งหมดในชีวิตของผม ซึ่งไม่ใช่แค่งานอดิเรกแต่สามารถเป็นอาชีพที่มั่นคงได้” หนุ่มใหญ่กล่าวทิ้งท้าย

 
ปัจจุบัน ต่อ-เฉลิมฉาน นอกจากเป็นนักกีฬาขี่ม้าแล้ว เขายังทำให้การขี่ม้ากลายเป็นอาชีพอย่างจริงจัง ด้วยการทำธุรกิจขายอุปกรณ์การขี่ม้านำเข้า โดยเป็นตัวแทนภูมิภาคแต่เพียงรายเดียว และเป็นเจ้าของwww.horsemovethailand.com เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารกีฬาขี่ม้าอันดับหนึ่งของไทย และได้รับเชิญไปตัดสินเวทีระดับนานาชาติทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจาก พันเอกเฟื่องวิชชุ์ ให้เข้ามาบริหารคอกม้าเจ้าพระยารามราฆพ (Phoenix Riding Academy) และเปิดเป็นโรงเรียนสอนขี่ม้าอีกด้วย