>>“ณัฐพล จุฬางกูร” นักบริหารหนุ่มไฟแรง ทายาทธุรกิจยักษ์ใหญ่ในเครือ ซัมมิต คอร์ปอเรชั่น ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกรรมการบริหารธุรกิจของครอบครัวหลายอย่าง อาทิ สนามกอล์ฟ ซัมมิต วินด์มิลล์ กอล์ฟ คลับ โรงเรียนนานาชาติเบิร์กเลย์ เป็นต้น เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเกิดมาพร้อมต้นทุนที่ดี แต่แนวคิดการทำงานของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
หลังเรียนจบมัธยมปลายที่เตรียมอุดมศึกษา ณัฐพลตัดสินใจเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยด้านนิเทศศาสตร์ แทนที่จะเรียนด้านบริหารเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ “ช่วงแรกถูกฝึกมากับงานด้านโรงงานตลอด แล้วผมรู้สึกอยากแหวกแนวบ้าง อีกอย่างผมชอบงานด้านนิเทศศาสตร์ เพราะว่ามันได้แสดงออก ได้โชว์ไอเดียต่างๆ ของเราได้เต็มที่ ผมชอบงานเบื้องหลัง การผลิตรายการ หรือการถ่ายทำภาพยนตร์ นิเทศศาสตร์มันเป็นพื้นฐานของวิชาอะไรหลายๆ อย่าง และอย่างน้อยสายนิเทศศาสตร์ก็สามารถเติบโตในสายธุรกิจอื่นได้อีกเยอะมากมายครับ”
ประกอบกับมีใจรักงานด้านบริการอยู่แล้ว หลังจากเรียนจบเขาจึงเข้ามารับหน้าที่ดูแลสนามกอล์ฟเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อ ด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศที่สหรัฐอเมริกา และกลับมาบริหารงานธุรกิจสนามกอล์ฟอย่างเต็มตัว “โชคดีที่ทางบ้านไว้ใจผม เพราะเห็นว่ามีแววและถนัดด้านงานบริการ ถึงปล่อยให้เราบริหารแต่ก็ยังอยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่ ท่านจะให้เราได้ลองผิดลองถูกเอาเอง อาจจะให้คำปรึกษาบ้าง แต่ส่วนมากก็จะปล่อย ซึ่งต้องขอบคุณท่านมากที่ทำให้เราได้แข็งแกร่งขึ้น ทำให้เราได้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้จริงๆ”
“ตอนอายุประมาณ 10 ขวบ พ่อแม่ก็จะพาเราไปรู้จักกับผู้จัดการคนนั้นคนนี้ ท่านก็จะเอามอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ มาล่อเราก่อนแล้วบอกว่า ถ้าฟังท่านประชุมเสร็จแล้วก็จะได้ไปขับมอเตอร์ไซค์ต่อนะ เราก็ฟังไป โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก แต่มันทำให้เราค่อยๆ ซึมซับและเคยชินกับบรรยากาศในห้องประชุม พอเราโตขึ้น มามองกลับไป ก็เลยรู้ว่าสิ่งที่ท่านปลูกฝังเรามานั้นมันคืออะไร” เขาเล่าย้อนไปในสมัยเอายุ :ด็กๆ ถึงสิ่งแรกที่เด็กชายณัฐพล ได้ทำความรู้จักกับโลกธุรกิจ
นอกจากครอบครัวจะมีส่วนช่วยวางรากฐานให้เขาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาได้เปรียบก็คือ ใจ “ผมมีความกระตือรือร้น มุ่งมั่นที่จะพัฒนา เราตั้งเป้าไว้ในใจว่าเราจะเป็นผู้นำ ซึ่งจะเป็นผู้นำได้ เราต้องทำอะไรที่แตกต่าง และแหวกแนวกว่าคนอื่น และซึ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ คือ เราต้องมีทีมงานที่ดี เราดีคนเดียวไม่ได้ เราต้องปลูกจิตสำนึกให้ทีมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้าคิด กล้าทำ กล้าเสนอไอเดียใหม่ๆ และมาร่วมแชร์ไอเดีย และอยู่กันอย่างพี่น้องจริงๆ มีอะไรสามารถพูดคุยกันได้ มือถือผมเปิด 24 ชั่วโมง ใครจะโทรมาตอนไหนผมก็รับนะ
ที่ผมเติบโตมาได้ทุกวันนี้ ผมเคยเป็นเด็กฝึกงานมาก่อน ทั้งจากโรงงานของเราเอง และกับบริษัทอื่น ซึ่งไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นเลย เราจะได้รู้ว่าการเป็นพนักงานเป็นอย่างไร และรู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้ใจพนักงาน ผมว่ามันเป็นความลำบากของเราเหมือนกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้เรียนรู้กับปัญหาต่างๆ”
หลังจากประสบความสำเร็จกับธุรกิจมาหลายอย่าง ณัฐพลกำลังเดินก้าวไปอีกขั้นกับธุรกิจโรงแรมเลอ เมอริเดียน แบ็งคอก สุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น เขายอมรับว่าเป็นงานที่ท้าทายและเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ที่ลงทุนมากที่สุด “ผมชอบงานบริการ เป็นความใฝ่ฝันเลยที่อยากมีโรงแรม เวลาเดินทางไปกับคุณพ่อคุณแม่ เราก็ได้มีประสบการณ์กับโรงแรมที่หลากหลาย เราได้เห็นสิ่งต่างๆ เยอะแยะ เลยอยากเอามาใช้กับธุรกิจของเราบ้าง”
เมื่อถามถึงเคล็ดลับการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ณัฐพลบอกสั้นๆ ว่า “จะทำอะไรก็ต้องมั่นใจว่าสิ่งนั้นจะประสบผลสำเร็จ และต้องไปถึงจุดหมายนั้นให้ได้” :: Text by FLASH mag.
Fact File
ชื่อเล่น :: ณัฐ
อายุ :: 35 ปี
การศึกษา ::
:: โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท
:: ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุ-โทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต
:: ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก สเตต สหรัฐอเมริกา
>> อัปเดตข่าวในแวดวงสังคม กอสซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่ http://www.celeb-online.net


