xs
xsm
sm
md
lg

พิมอร ณ ถลาง สาวทำงานพันธุ์แท้เลือกเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไม่มีใครที่อยากให้ชีวิตการทำงานของตนต้องพบกับคำว่า “ย่ำอยู่กับที่” ทุกคนต่างต้องการความก้าวหน้า ความฝันที่จะได้ตำแหน่งสูงขึ้น นอกจากความพยายาม ความตั้งใจแล้ว ยังต้องการการเปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น เดียวกับ “พิมอร ณ ถลาง” ที่เธอจะให้ทุกวันในการทำงานคือการเรียนรู้เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพให้พร้อมที่จะเติบโตในสายงานอย่างมีคุณภาพ

พูดถึงตำแหน่งใหม่ของ “พิมอร ณ ถลาง” อาจไม่ได้เป็นการเปลี่ยนงานไปยังบริษัทใหม่ แต่กลับเป็นการรับตำแหน่งใหม่ ความรับผิดชอบใหม่ ในระดับความรับผิดชอบที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ การโปรโมตให้รับตำแหน่งใหม่นั่นเอง แน่นอนความก้าวหน้าที่ได้รับก็ย่อมมาพร้อมกับความภูมิใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เห็นตัวเองเติบโตมาอย่างต่อเนื่องจากตำแหน่งเล็กๆ จนขึ้นสู่ระดับบริหารในปัจจุบัน

พิมอรบอกกับเราว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้นั้นมาจากการที่ตัวเองเปิดรับความรู้และการศักยภาพที่องค์กรมอบให้ “แน่นอนว่าต้องรู้สึกภูมิใจกับหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าที่ไบเออร์สดอร์ฟมีความชัดเจนในการสนับสนุนเรื่องการเติบโตของพนักงานอย่างชัดเจน แน่นอนส่วนหนึ่งเราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าหน้าที่ความรับผิดชอบที่องค์กรให้มานั้นเราสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้ อรเองก็พิสูจน์ตัวเองมาอย่างต่อเนื่องจนได้เป็นผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์นีเวีย บอดี้ และนีเวีย ดีโอ

พิมอรเล่าถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเธอนั้น ส่วนหนึ่งมาจากบรรย่ากาศในการทำงานของไบเออร์สดอร์ฟนั้นทำให้เธอรู้สึกราวกับว่ากำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยตลอดเวลา “นอกจากจะได้เรียนรู้ในตัวงาน ทั้งการแก้ปัญหา ความท้าทายในเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้วที่ไบเออร์สดอร์ฟ ยังส่งเสริมให้เราได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม และหลักสูตรต่างๆ มากมายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทุกคอร์สจะมีการวัดผลทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเหมือนสมัยเรียนอีกครั้ง”

ความรู้สึกที่เหมือนกับการใช้ชีวิตเป็นนักศึกษานั้นไม่ได้หมายถึงการกลับไปเป็นเด็ก แต่สำหรับพิมอรมันคือความท้าทายการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกตำแหน่งเติบโตขึ้น ทุกความรับผิดชอบใหม่ที่ได้รับก็เหมือนกับการต้องลงเรียนวิชาใหม่อยู่ตลอดเวลา (Learning by Doing) แน่นอนว่าความก้าวหน้าไม่อาจเกิดจากฝั่งขององค์กรได้เพียงอย่างเดียวแต่ต้องอยู่ที่ตัวเองด้วย

พิมอรบอกว่า การมีความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่อทะเยอทะยานแล้วก็ต้องรู้จักตัวเองด้วยว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร ที่สำคัญยังต้องมีใจเปิดรับในทุกข้อตำหนิ เพราะสิ่งที่คนตำหนิก็คือบันไดในการพัฒนาตัวเราเอง

เวิร์กกิ้งวูแมนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้หมายถึงผู้หญิงบ้างานที่ทำแต่งานตลอดเวลา พิมอรมองว่า คำว่าประสบความสำเร็จจริงๆ ต้องมีทั้งความสำเร็จในหน้าที่การงานควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จึงเป็นเหตุผลให้เธอหันมาแบ่งเวลาดูแลตัวเองอย่างจริงจังทั้งร่างกายและจิตใจ “งานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เราต้องรู้จักสร้างสมดุลให้กับชีวิต แน่นอนชีวิตการทำงานเราต้องอาศัยร่างกายของเรา ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องรักษาให้มันอยู่กับเราไปนานๆ อย่างตอนนี้ในเรื่องทางกายภาพก็จะออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ส่วนเรื่องของจิตใจก็จะนั่งสมาธิทุกเช้าก่อนมาทำงาน”

พิมอรบอกว่า การดูแลตัวเองนั้นไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงสดใสขึ้นเท่านั้น แต่ความปลอดโปร่งที่ได้รับยังส่งผลในการทำงานอย่างชัดเจน “แน่นอนเมื่อร่างกายแข็งแรงเราก็มีกำลังที่จะทำงาน ส่วนการนั่งสมาธิก็ทำให้เรามีสติในการทำงาน รอบคอบมากขึ้น ที่สำคัญช่วยให้เรามองเห็นวิธีแก้ปัญหาอย่างแท้จริง”

ความสำเร็จของ พิมอร ณ ถลาง เป็นตัวอย่างที่ดีของการเติบโตในสายงานที่ตัวเองเลือก เธอทำให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มา เพราะโชคช่วยแต่เกิดจากการใช้โอกาสที่เธอได้รับแต่ละครั้งนั้นพิสูจน์ฝีมือตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้เพื่อที่จะรอรับโอกาสความท้าทายและความเติบโตครั้งใหม่ต่อไป
:: Text by FLASH